พ.ร.บ.ยาเสพติดใหม่...คืนความเป็นธรรม'ผู้เสพ'

พ.ร.บ.ยาเสพติดใหม่…คืนความเป็นธรรม’ผู้เสพ’

“ทีมล่าความจริง” ได้นำเสนอปฏิบัติการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายย่อยในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งพบว่ายาเสพติดระบาดหนักมากในกลุ่มเยาวชน วัยรุ่น และคนทำงาน ทั้งๆ ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเองก็สามารถปราบปรามจับกุมผู้ค้ารายใหญ่ได้จำนวนมาก ล่าสุดวันนี้ ตำรวจน้ำ จังหวัดบึงกาฬ จับกุมนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าสะอาด อำเภอเซกา ขณะลักลอบนำยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านมาขายให้กับผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ ไปติตตามปฏิบัติการนี้ พร้อมเจาะลึกแนวทางแก้ไขปัญหาด้วยกฎหมายที่เพิ่งแก้ไขใหม่ นายสังวาลย์ ศรีทุมมี หรือนายกเล่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าสะอาด ตำบลท่าสะอาด อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ ถูกตำรวจน้ำ ตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ และเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จับกุมขณะกำลังนำยาบ้ากว่า 500 เม็ด พร้อมยาไอซ์ 8 กรัมไปส่งให้ผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ ปฏิบัติการจับกุมนายกเล่ในครั้งนี้ สืบเนื่องจากตำรวจน้ำบึงกาฬสืบทราบว่า นายกเล่มีพฤติกรรมจำหน่ายยาเสพติดมานานกว่า 3 ปีแล้ว โดยนำยาเสพติดมาจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อมาจำหน่ายให้กับผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่อีกทอดหนึ่ง โดยจะรับยามาครั้งละ 4,000-8,000 เม็ด ตำรวจจึงติดตามและสกัดจับได้ในที่สุด จากการตรวจค้นภายในบ้านพัก เจ้าหน้าที่พบปืนลูกซองพร้อมเครื่องกระสุน สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารที่มีเงินหมุนเวียน 1 ล้านบาท และเอกสารเกี่ยวกับการจำหน่ายยาเสพติดหลายรายการ นายสังวาลย์ หรือนายกเล่ สารภาพกับตำรวจว่า เขาจำหน่ายยาเสพติดมานานกว่า 1 ปีแล้ว โดยวิธีการรับ-ส่งยาเสพติด เครือข่ายจะพายเรือข้ามฝั่งมายังประเทศไทย ก่อนซุกซ่อนยาเสพติดไว้ตามหลักกิโล จากนั้นก็โทรศัพท์ติดต่อให้เขาไปรับมาอีกทอดหนึ่ง การจับกุมผู้จำหน่ายยาเสพติดรายย่อยในแต่ละพื้นที่ ถือเป็นมาตรการที่เจ้าหน้าที่ระดมกวาดล้างอย่างต่อเนื่อง ระหว่างวันที่ 21 ถึง 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา ถือเป็นความพยายามจับกุมยาเสพติดทั่วทั้งประเทศ หลังจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. มีข้อมูลว่า ในช่วงนี้มียาเสพติดโดยเฉพาะยาบ้าทะลักเข้าประเทศจำนวนมาก เส้นทางในการลักลอบลำเลียงส่วนใหญ่ยังมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อส่งขายยังภาคใต้และต่อไปยังประเทศที่สาม ซึ่งระหว่างทางมีจำนวนหนึ่งแบ่งขายให้ผู้ค้าในประเทศไทย โดยการกระจายต่อไปยังชุมชน ด้วยเหตุนี้การติดตามจับกุมผู้ค้ารายย่อยจึงมีความจำเป็นไม่แพ้การเด็ดยอดผู้ค้ารายใหญ่ การกวาดจับผู้ค้ารายย่อย แม้ด้านหนึ่งจะช่วยตัดวงจรกระจายยาเสพติดในระดับชุมชน แต่ผลอีกด้านหนึ่งที่ตามมาก็คือปัญหานักโทษล้นคุก เพราะมีผู้กระทำความผิดจำนวนมาก ประกอบกับที่ผ่านมากฎหมายยาเสพติดไม่มีความยืดหยุ่นมากพอ ใช้การคำนวณปริมาณยาในการตัดสินความผิด จึงเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติทำงานคล้ายเหวี่ยงแห กวาดจับผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเข้าคุกทั้งหมด ทั้งๆ ที่บางคนเป็นเพียงผู้เสพ ยังสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้ ไม่ควรส่งตัวเข้าเรือนจำเสมือนเป็นการตีตราเป็น “คนคุก” จนกลับคืนสู่สังคมปกติไม่ได้ เหตุนี้เองจึงมีความพยายามแก้ไขปรับปรุงเนื้อหาในพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ซึ่งเพิ่งประกาศใช้เมื่อไม่นานมานี้ เปิดช่องให้ผู้กระทำผิดต่อสู้คดีพิสูจน์เจตนาของตนเองได้ว่าไม่ใช่ผู้ค้า แต่เป็นผู้เสพเท่านั้น ขณะเดียวกันก็ปรับปรุงอัตราโทษในความผิดฐานผลิต นำเข้า หรือส่งออกยาเสพติด ให้เหมาะสมกับพฤติการณ์ด้วย นอกจากการแก้ไขกฎหมายยาเสพติดที่เปิดช่องให้ศาลใช้ดุลพินิจในการตัดสินความผิดของผู้ครอบครองยาเสพติดได้อย่างเหมาะสมแล้ว เลขาธิการ ป.ป.ส. ยังบอกอีกว่า ป.ป.ส.พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังได้เปิดโครงการ “คลินิคจิตสังคม” เพื่อให้คำปรึกษาด้านจิตสังคมแก่ผู้ต้องหาคดียาเสพติดและคดีความรุนแรงในครอบครัวในระบบศาล โดยเน้นให้คำปรึกษาแก่ผู้ต้องขังหรือจำเลยในคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด คดีความรุนแรงในครอบครัว หรือคดีที่มีโทษไม่ร้ายแรงซึ่งได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว หรือการประกันตัว ซึ่งจะมีผู้ให้คำปรึกษาที่ผ่านการอบรมด้านการให้คำปรึกษาด้านจิตสังคม โดยมุ่งหวังให้ผู้ต้องหาปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และป้องกันการกระทำผิดซ้ำอีกด้วย