ป.ป.ส.ตัดวงจรเงินแก๊งค้ายา นำทรัพย์สินขายทอดตลาด มูลค่ากว่า40ล.

ป.ป.ส.ตัดวงจรเงินแก๊งค้ายา นำทรัพย์สินขายทอดตลาด มูลค่ากว่า40ล.

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 3 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นประธานเปิดงานขายทอดตลาดทรัพย์สินคดียาเสพติดประเภทที่ไม่เหมาะสมกับการเก็บรักษา และประเภทที่ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ซึ่งได้นำทรัพย์สินจากคดียาเสพติดมาเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้ประมูล ประกอบด้วยรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถบิ๊กไบค์ ทองรูปพรรณ เครื่องประดับ กระเป๋าแบรนด์เนม และวัตถุมงคล รวมทั้งหมด 395 รายการ ราคาประเมินกว่า 40 ล้านบาท สำหรับความน่าสนใจของการประมูลครั้งนี้มีรถซูเปอร์คาร์ และรถยนต์หรู อาทิ ยี่ห้อลัมโบร์กินี และเมอซิเดสเบนซ์ ส่วนบิ๊กไบค์ก็มี ฮาเล่ย์ เดวิดสัน ดูคาติ และบีเอ็มดับบริว ซึ่งมีประชาชนมาติดตามและร่วมการประมูลจำนวนมาก ตั้งแต่ปี 2559 ถึง ปี 2561 นายศิรินทร์ยา กล่าวว่า ป.ป.ส. ได้จัดการขายทอดตลาดทรัพย์สินในคดีเกี่ยวกับยาเสพติด ทั้ง 9 ภาค และ ทรัพย์สินส่วนกลาง โดยจัดการประมูล เป็นประจำทุกเดือน และประมูลครั้งใหญ่ 1 ครั้งต่อปี ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ศาลได้มีคำพิพากษาให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยจะนำเงินที่ได้จากการประมูลใช้สนับสนุนการดำเนินงานตามมาตรการป้องกัน บำบัด และปราบปรามยาเสพติด รวมถึงสนับสนุนให้กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อดำเนินงานด้านยาเสพติดโดยในรอบ 2 ปีที่ผ่านมาทาง ป.ป.ส. สามารถดำเนินการขายทอดตลาดทั่วประเทศได้ทรัพย์สินประมาณ 420 ล้านบาท “ทรัพย์สินสำคัญในการประมูลครั้งนี้ คือ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อลัมโบร์กินี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้จากผู้ต้องหาเครือข่ายคดียาเสพติดรายใหญ่ทางภาคเหนือ ที่ทำการลักลอบเข้ามาจำหน่ายในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ฉายา “หนึ่ง สำโรง” โดยได้ทำการจับกุมเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2560 ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ พบของกลางเป็นยาบ้า 180,000 เม็ด พร้อมรถยนต์ โฉนดที่ดินห้องชุดหลายรายการ รวมมูลค่ากว่า 61 ล้านบาท ซึ่งทางเจ้าตัวก็ยอมรับว่าได้นำเงินจากการขายยาเสพติดซื้อรถยนต์ในราคา 24 ล้านบาท” นายศิรินทร์ยา กล่าว ทั้งนี้ สำหรับเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์สิน จะนำไปสนับสนุนให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อใช้จ่ายในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งคาดว่าจะได้เงินเข้ากองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดได้สูงถึงปีละ 350 ล้านบาท