ตำรวจแถลงผลกวาดล้างยาเสพติดในช่วงก่อนและช่วงเทศกาลสงกรานต์

พลตำรวจเอกเฉลิมเกียรติ  ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการจับกุมตามแผนป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมและยาเสพติด ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งขบวนการค้ายาเสพติด มักจะลักลอบลำเลียงยาเสพติด ในช่วงที่ประชาชนเดินทางกันเป็นจำนวนมาก โดยผลการกวาดล้างจับกุม รวมถึงการเข้าปิดล้อมตรวจค้นชุมชนและสถานบริการ ช่วงระหว่างวันที่ 28 มีนาคม ถึง 17 เมษายน 2561 มีการจับกุมทั้งสิ้น 88 คดี ได้ผู้ต้องหา และผู้ต้องหาที่มีหมายจับติดตัว รวม  241 คน ได้ของกลางเป็นยาบ้ากว่า 170,000 เม็ด, ไอซ์ 254 กิโลกรม, เฮโรอีน 54 กิโลกรัม กระท่อม 110 กิโลกรัม, ยาอี 742 เม็ด และยึดทรัพย์สินจากการค้ายาเสพติดได้อีกกว่า 11 ล้านบาท นิทาน สำหรับการจับกุมรายสำคัญ เป็นการจับกุมไอซ์ 250 กิโลกรัม เมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สืบทราบว่าขบวนการค้ายาเสพติดชาวม้ง จะลักลอบลำเลียงไอซ์ ใช้เส้นทางในจังหวัดพะเยา จึงติดตามจนพบรถบรรทุกสินค้าเกษตรเข้ามาจอดในปั๊มน้ำมัน บนถนนเชียงคำ-จุน โดยคนขับและเด็กรถท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงใช้เครื่องเอกซ์เรย์ สแกนตรวจจนพบไอซ์ซุกซ่อนอยู่ ซึ่งจากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การว่า รับจ้างจากนายทุนในประเทศเพื่อนบ้านทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือขนลำเลียงไอซ์ไปส่งที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อลำเลียงลงไปยังภาคใต้ และส่งออกประเทศที่ 3 ต่อไป ทั้งนี้การจับกุมไอซ์ตั้งแต่ต้นปีจนถึงช่วงสงกรานต์ มีทั้งสิ้นกว่า 2 ตัน ซึ่งมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากความนิยมในยาบ้าลดลง

ยาเสพติดขาดแคลน จึงผลิตนำเข้าทุกวัน

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ มีการจับกุมผู้ต้องหาและตรวจยึดยาเสพติดล็อตใหญ่ทุกวัน รวมแล้วนับสิบคดี ยึดของกลางยาบ้าได้กว่า 10 ล้านเม็ด ไอซ์กว่า 1,500 กิโลกรัม สาเหตุสำคัญตำรวจเชื่อว่ามาจากความขาดแคลนยาเสพติด ไปติดตามจากรายงาน การจับกุมผู้ต้องหาและตรวจยึดยาเสพติดของกองกำลังผาเมือง เจ้าหน้าที่ทหารเรือ สถานีเรือเชียงของ หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง ฝ่ายปกครอง และตำรวจ ที่จังหวัดเชียงราย ที่ตรวจยึดยาบ้าจำนวนกว่า 9.4 ล้านเม็ด และไอซ์ 788 กิโลกรัม ซึ่งมาจากขบวนการค้ายาเสพติดกลุ่มว้าเหนือ เป็นการจับกุมยาเสพติดล็อตใหญ่อีกครั้ง หลังจากเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตำรวจปราบปรามยาเสพติดร่วมกับหลายหน่วยงาน เพิ่งกวาดล้างจับกุมยาเสพติดไป 11 คดี ยึดของกลางยาบ้าได้กว่า 1.7 ล้านเม็ด, ไอซ์ 703 กิโลกรัม, กัญชา 1,380 กิโลกรัม และยาเสพติดประเภทอื่น ๆ อีกจำนวนหนึ่ง พร้อมกับยึดทรัพย์มูลค่ากว่า 4.9 ล้านบาท จากขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด นิทาน การจับกุมยาเสพติดจำนวนมาก ทำให้เกิดข้อสงสัยตามมาถึงมาตรการปราบปรามยาเสพติด ที่ดำเนินการอยู่ในทุกวันนี้ว่าได้ผลจริงหรือไม่ แล้วเพราะเหตุใดจึงยังมียาเสพติดจำนวนมากเข้ามาในประเทศไทยได้อีก ขณะที่มุมมองของผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด มองว่าเหตุที่ยังมียาเสพติดจำนวนมากทุกครั้งในการจับกุม เป็นผลจากการปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยาเสพติดขาดแคลน กลุ่มผู้ผลิตจึงต้องเร่งผลิตและลักลอบนำเข้ามาชดเชยเพื่อส่งให้ลูกค้า อีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือความตระหนักรู้ถึงพิษภัยยาเสพติด ที่ตำรวจวอนขอให้ประชาชนหันมาใส่ใจให้มากขึ้น หากใครที่พบเห็นเบาะแสหรือสิ่งผิดปกติใด ๆ ควรแจ้งตำรวจไปตรวจสอบทันที

จับ ‘ยาอีรูปการ์ตูน’ ชนิดใหม่ เผยมีฤทธิ์ปลุกเซ็กซ์

จับกุมแก๊งค้ายา ยึดยาอีตัวการ์ตูนชนิดใหม่สีสันสดใส นำเข้าจากประเทศเนเธอร์แลนด์ มีฤทธิ์ปลุกอารมณ์ทางเพศ ทำให้เคลิบเคลิ้ม วัยรุ่นเสี่ยงโดนข่มขืน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข แถลงผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 7 คดี จับกุมผู้ต้องหาได้ 13 คน พร้อมของกลาง เป็นยาไอซ์ 447 กิโลกรัม เฮโรอีน 304 กิโลกรัม ยาบ้า 526,450 เม็ด ยาอี 5,731 เม็ด รวมมูลค่าของกลางทั้งหมด ประมาณ 859 ล้านบาท โดยหนึ่งในคดีที่น่าสนใจ คือการจับกุม น.ส.อัมพิกา หรือ อ้อแอ้ ปะติตัง น.ส.วรารัตน์ หรือแอ๋ม จันทมาส อายุ 25 ปี และนายทรงพล ทมิยะ อายุ 33 ปี พร้อมของกลาง ยาอี 5,731 เม็ด โดยสามารถจับกุมได้ที่ริมฟุตปาธหน้าร้านค้าสวัสดิการ สโมสรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สืบเนื่องจากสายลับแจ้งว่า น.ส.อัมพิกา น.ส.วรารัตน์ และนายทรงพล มีพฤติการณ์ลักลอบนำยาอีเข้ามาในราชอาณาจักรจากประเทศเนเธอร์แลนด์บ่อยครั้ง เจ