“เห็ดขี้ควาย” เห็ดพิษ-เห็ดเสพติดให้โทษ

ถ้าพูดถึงยาเสพติดแล้ว หลายคนอาจจะคิดว่ามีแต่พวกยาเม็ดๆ เหมือนยาบ้า ยาเป็นผง หรือเป็นน้ำที่ต้องใช้ฉีดเข้าเส้น แต่รู้กันหรือไม่ว่ามีพืชหลายชนิดที่ถูกจัดว่าเป็นสิ่งเสพติดให้โทษ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ “เห็ดขี้ควาย” เรามักจะได้ยินชื่อของ “เห็ดขี้ควาย” อยู่ในงานฟูลมูนปาร์ตี้ ที่เกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี เป็นอันดับแรกๆ ของยาเสพติดที่ระบาดอยู่ในงานในช่วงนี้ ส่วนใหญ่แล้วนักท่องเที่ยว (โดยเฉพาะชาวต่างชาติ) นิยมกินโดยนำไปปั่นรวมกับนม เป็นมิลค์เชคเห็ดขี้ควาย หรือนำไปทำเป็นเหล้าปั่น บางคนอาจจะนำไปปรุงเป็นเมนูอาหารอื่นๆ เช่น ไข่เจียวเห็ดขี้ควาย เหตุที่เรียกว่าเห็ดขี้ควาย ก็เนื่องจากมักจะพบเห็ดชนิดนี้ขึ้นอยู่บนกองขี้ควายเก่าๆ ที่แห้งแล้ว พอได้รับความชื้นจากน้ำฝน และมีสภาพแวดล้อมเหมาะแก่การเจริญเติบโตของเห็ด (โดยเฉพาะบริเวณชายฝั่งทะเล) เห็ดขี้ควายก็จะออกดอกชูช่อขึ้นมา สำหรับในประเทศไทย “เห็ดขี้ควาย” ทั้งดอกเห็ด ก้านเห็ด และสปอร์ของเห็ด ถูกจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มีความผิดทั้งการเป็นผู้ผลิต ขาย นำเข้าหรือส่งออก และเสพ สาเหตุที่เห็ดขี้ควายถูกจัดเป็นยาเสพติด ก็เพราะว่าในเห็ดขี้ควายจะมีสารพิษ 2 ชนิด คือ ซิโลไซบิน และ ซิโลซีน ซึ่งมีฤทธิ์ต่อระบบประสาทอย่างรุนแรง ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ประสาทหลอน เห็นภาพแสงสีต่างๆ ลวงตา รู้สึกเหมือนมีเข็มมาทิ่งแทงตามตัว ได้ยินเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่า สับสน ไม่สามารถลำดับทิศทางได้ และหากเสพในปริมาณมากๆ อาจทำให้เสียชีวิตได้ ซึ่งอาการเหล่านี้คล้ายกับอาการของผู้ที่เสพ LSD หากคนที่เสพเป็นเวลานาน จะเพลินต่อความรู้สึกเหล่านี้ ร่างกายจะเกิดอาการต้านยา ต้องเพิ่มขนาดในการใช้ขึ้นเรื่อยๆ การบริโภคเห็ดขี้ควาย หากนำไปปั่นผสมกับเหล้า เหมือนที่นักท่องเที่ยวนิยมกันในงานฟูลมูนปาร์ตี้ จะทำให้เพิ่มปริมาณของสารพิษมากขึ้น เนื่องจากแอลกอฮอล์จะเป็นตัวทำละลายให้พิษออกฤทธิ์เร็วและรุนแรงมากขึ้น ส่วนการบริโภคตามปกติ ไม่ว่าจะผ่านความร้อนสูงเท่าไหร่ก็ไม่สามารถจะทำลายสารพิษได้ จึงทำให้คนไม่นิยมนำมาบริโภคกัน

โทษของยาเสพติดอันตรายร้ายแรงต่อชีวิตที่ทุกคนควรรู้

กระท่อม สำหรับบรรดาคนขับรถแท็กซี่ คนขับรถหกล้อ-สิบล้อ ไปจนถึงแมสเซ็นเจอร์ หลายคนเป็นต้องคุ้นเคยกับพืชชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “ใบกระท่อม” เป็นอย่างดี เพราะผู้ที่มีอาชีพเหล่านี้ (และยังมีอาชีพอื่น ๆ อีกมากมาย) ได้ใช้ใบกระท่อมเป็นยาชูกำลัง (ที่ผิดกฎหมาย) ชนิดหนึ่ง ซึ่งสามารถทำให้ประสิทธิภาพการทำงานหรือขับรถได้ทนทานมากยิ่งขึ้น ช่วยในการคลายความเมื่อยล้า และช่วยในการทนต่อความร้อนได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันรัฐบาลกำลังพิจารณาที่จะถอดใบกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด เพื่อให้นำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ เพราะใบกระท่อมนั้น สามารถใช้เป็นยารักษาอาการท้องร่วง ท้องเสียได้เป็นอย่างดี และยังช่วยเป็นยาระงับประสาทแบบอ่อน ๆ ได้ แต่ทั้งนี้ก็ยังอยู่ในขั้นตอนของการวิจัย เพราะหากใช้ในปริมาณมากเกินไป อาจส่งผลเสียให้กับผู้ป่วยได้ ไม่ต่างจากการนำใบกระท่อมมาใช้เพื่อการเสพเลยนั่นเอง ใบกระท่อมไม่มีชื่อเรียกอื่น ๆ นอกจากอาจจะเรียกให้สั้นลงว่า “ใบท่อม” แต่มีการประยุกต์นำใบกระท่อมที่สำหรับเคี้ยวเฉย ๆ ไปผสมเป็นเครื่องดื่มที่มีชื่อเรียกว่า “4×100 (สี่คูณร้อย)” ซึ่งมีส่วนผสมคือ ใบกระท่อม ยาแก้ไอน้ำเชื่อม โค้กหรือเป๊บซี่ น้ำเปล่า เอามาต้มผสมกันเป็นเครื่องดื่มชูกำลัง หรือเครื่องดื่มเพิ่มพลัง ซึ่งเครื่องดื่มชนิดนี้เป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก สำหรับแรงงานและหมู่นักเรียนที่อาศัยอยู่ในภาคใต้ เนื่องจากมีราคาไม่แพงมาก แต่สามารถสร้างความเคลิบเคลิ้มล่องลอย รวมทั้งยังเพิ่มกำลังวังชาได้ดีไม่แพ้ยาเสพติดชนิดอื่น ๆ เลย อาการของผู้ที่ติดใบกระท่อม    เมื่อเสพหรือเคี้ยวใบกระท่อมไปแล้ว 5-10 นาที ใบกระท่อมจะออกฤทธิ์กดประสาทให้ผู้เสพมีความกระปรี้กระเปร่า สดชื่น ไม่รู้สึกหิวอาหาร ไม่รู้สึกเจ็บปวดหรือเมื่อยเนื้อเมื่อยตัว แต่หากอากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนเมื่อไร จะเกิดการหนาวสั่นคล้ายกับจะเป็นไข้ หากเสพไปนาน ๆ จะพบว่าผิวของผู้เสพมีความคล้ำลงจนดูเหมือนผิวแห้ง มีอาการท้องผูก อุจจาระแข็งเป็นก้อนเล็ก ๆ ทำให้ถ่ายยากกว่าปกติ นอนไม่หลับ คลื่นไส้อาเจียนจากอาการเมาใบกระท่อม    ยิ่งไปกว่านั้น หากผู้เสพเคี้ยวใบกระท่อมเลย โดยไม่ทำการฉีกออกจากก้านใบเสียก่อน ก้านจะตกลงไปอยู่ในลำไส้ เมื่อไม่สามารถย่อยได้ก็จะกลายเป็นสิ่งสกปรกที่ค้างอยู่ในลำไส้ เป็นเหตุให้ร่างกายต้องแสดงกลไกป้องกันตัวด้วยการสร้างผังพืดมาหุ้มก้านใบกระท่อมนั้นไว้ ซึ่งอาจจะส่งข้างเคียงต่าง ๆ อีกมากมายตามมา และหากหยุดเคี้ยวใบกระท่อมก็จะส่งผลให้มีปัญหากับร่างกายดังต่อไปนี้    1.ไม่มีแรง อ่อนเพลีย ทำงานไม่ได้    2.ปวดเมื่อยตามตัวและกระดูกส่วนต่าง ๆ บางรายที่เสพมากเกินไป อาจพบว่าแขนกระตุกเองได้    3.มีอารมณ์ซึมเศร้า เซื่องซึม ไม่พูดกับใคร หรือไม่ก็อาจจะก้าวร้าวไปเลย    4.มีอาการนอนไม่หลับ กระวนกระวาย    5.มีความดันหรืออุณหภูมิร่างกายที่สูงกว่าปกติ

โทษของยาเสพติดอันตรายร้ายแรงต่อชีวิตที่ทุกคนควรรู้

 โทษของ: ยาบ้า ยาบ้า (ยาม้า เมทแอมเฟตามีน หรือแอมเฟตามีน) มีลักษณะเป็นเม็ดกลมสีส้ม แดง น้ำตาล เขียว มีอักษร WY, Y, R   ออกฤทธิ์โดยการเข้าไปกระตุ้นประสาท ทำให้ผู้เสพมีอาการติดยาทั้งทางร่างกายและจิตใจ เมื่อฤทธิ์ยาเข้าสู่ร่างกายในช่วงระยะแรกที่เสพใหม่ๆ มันจะออกฤทธิ์กระตุ้นร่างกายให้เกิดการตื่นตัว ไม่ง่วง ตื่นตัวมีกำลังวังชา ทำให้อัตราการเต้นของจังหวะหัวใจเร็วขึ้น ความดันโลหิตสูง มีอาการใจสั่น ตึงเครียด เมื่อฤทธิ์ยาหมดลงผู้เสพจะมีอาการอ่อนเพลียมากกว่าปกติ ระบบสั่งการทางสมองทำงานช้าลง การตัดสินใจช้าและเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้นได้   หากยังคงเสพยาบ้าติดต่อกันเป็นเวลานานหรือเสพมากเกินขนาด ฤทธิ์ยาก็จะยิ่งทำลายสมองให้เสื่อม มีอาการประสาทหลอน เกิดภาพลวงตา วิตกกังวล หวาดระแวง เสียสติ คลุ้มคลั่งเป็นบ้าจนสามารถทำร้ายผู้อื่นและตนเองได้ และหากเสพยาเข้าไปมากเกินปริมาณ ฤทธิ์ยาจะเข้าไปกดประสาทและระบบหายใจ ส่งผลให้เกิดภาวะหมดสติและทำให้เสียชีวิตได้ในที่สุด

โคเคน Cocaine

โคเคนเป็นยาเสพติดให้โทษรุนแรงและทำให้ผู้เสพมีอาการติดยาอย่างหนัก ลองดูข้อมูลเหล่านี้เพื่อที่คุณจะได้รู้จักโคเคนและผลกระทบของมันมากยิ่งขึ้น โคเคนคืออะไร โคเคนเป็นยาเสพติดให้โทษรุนแรงและทำให้ผู้เสพมีอาการติดยาอย่างหนัก โคเคนเป็นยาเสพติดที่สกัดได้จากใบของต้นโคคา (coca plant) โคเคนถูกผลิตออกมาในรูปของผงแป้งสีขาวใช้สูดเข้าทางจมูก ส่วนโคเคนที่ถูกผลิตออกมาในรูปของก้อนผลึกจะเรียกว่า crack cocaine ซึ่งผู้เสพจะใช้ยาโดยการสูบผ่านกล้องยาสูบหรือผสมผงโคเคนกับน้ำเปล่าแล้วฉีดเข้าทางเส้นเลือด ผลข้างเคียงระยะสั้น โคเคนถือเป็นสารกระตุ้นประสาทชนิดหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ผู้เสพเมายาอย่างรวดเร็ว รู้สึกคึกคัก มีแรงกำลัง มีอารมณ์เคลิ้มสุข และสมองตื่นตัว เนื่องจากโคเคนจะกระตุ้นให้ระดับของสารโดพามีนในสมองมีเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น ยิ่งเสพโคเคนในปริมาณมากเท่าไหร่ระดับของโดพามีนก็จะสูงขึ้นมากเท่านั้น ส่งผลให้เกิดปัญหาการทำงานของระบบต่างๆ ในสมอง วิธีการเสพโคเคนจะทำให้เกิดอาการเมายาที่แตกต่างกันออกไป เช่น หากเสพด้วยวิธีการสูดผงเข้าทางจมูก ผู้เสพจะมีอาการเมายา 15-30 นาที ส่วนการสูบหรือการฉีดเข้าเส้นเลือดจะทำให้ยาออกฤทธิ์รุนแรงมากกว่า แต่จะมีอาการเมายาในระยะเวลาสั้นๆ เพียง 5-10 นาทีเท่านั้น ผลข้างเคียงระยะสั้น ดังนี้ หัวใจเต้นเร็ว หายใจถี่ ภาวะความดันโลหิตและอุณหภูมิร่างกายสูงผิดปกติ เกิดอาการบดกรามและขบฟันขณะนอนหลับ เบื่ออาหารและนอนไม่หลับ มีอารมณ์เคลิบเคลิ้มมีความสุขและคุยเก่ง รู้สึกอ่อนล้าเหมือนพักผ่อนไม่เพียงพอ มีอารมณ์หงุดหงิดและหวาดระแวง การเสพโคเคนเกินขนาดจะเป็นอันตราย ทำให้ผู้เสพมีพฤติกรรมรุนแรงและมีอารมณ์แปรปรวน การเสพยาที่มากเกินไปอาจส่งผลให้เกิดอาการป่วยที่รุนแรงหรือเกิดภาวะที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกาย เช่น หัวใจวาย เส้นเลือดอุดตัน ชัก หมดสติ และเสียชีวิตได้ในที่สุด นอกจากนี้ การเสพโคเคนเพียงครั้งแรกและครั้งเดียวยังสามารถทำให้ผู้เสพชัก หมดสติ และเสียชีวิตได้ ผลข้างเคียงระยะยาว โคเคนจะทำให้ผู้เสพมีอาการติดยาอย่างหนัก และอาการจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้พวกเขาต้องเสพโคเคนในปริมาณที่มากขึ้นและถี่ขึ้น ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้เสพทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดอุดตันหรือหลอดเลือดแตกและหัวใจวายฉับพลันได้ ผู้ที่เสพโคเคนด้วยการสูดเข้าทางจมูกอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลานานจะทำให้ประสาทสัมผัสเกี่ยวกับการรับกลิ่นบกพร่องและมีปัญหาทางช่องจมูก พวกเขามักมีอาการเลือดกำเดาไหล เสียงแหบแห้ง กลืนอาหารไม่ได้ นอกจากนี้ การฉีดยาเข้าเส้นเลือดยังทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ไวรัสตับ หรือไวรัสเอดส์ การใช้โคเคนเกินขนาดภายในครั้งเดียวจะทำให้พวกเขารู้สึกกระสับกระส่าย หงุดหงิด และฉุนเฉียว นอกจากนี้ยังมีอาการทางจิต เช่น หวาดกลัว หูแว่ว และหลงอยู่ในภาพจินตนาการที่ตนสร้างขึ้น ผลข้างเคียงระยะยาวอื่นๆ ดังนี้ *อาการติดเชื้อในลำไส้ที่เป็นผลมาจากการไหลเวียนของเลือดที่ลดลง *ร่างกายอ่อนเพลีย *คลื่นไส้และปวดท้องน้อย *ปวกศีรษะและแน่นหน้าอก *เบื่ออาหาร เกิดภาวะการขาดสารอาหาร *มีภาวะซึมเศร้าและมีปัญหาทางจิตอื่นๆ *ปัญหาอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมา การเสพโคเคนร่วมกับยาเสพติดอื่นอาจเกิดอันตรายถึงชีวิต จากการศึกษาวิจัยพบว่า การเสพโคเคนร่วมกับการดื่มแอลกอฮอล์สามารถทำให้ผู้เสพเสียชีวิตได้ จะเห็นได้ว่ายาเสพติดชนิดนี้เป็นอันตรายต่อชีวิตมาก โคเคนถูกจัดให้เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ที่ออกฤทธิ์รุนแรงและการใช้ทางการแพทย์จะต้องได้รับการควบคุมและดูแลอย่างใกล้ชิดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การเสพ ครอบครอง จำหน่าย นำเข้า หรือส่งออก จะต้องได้รับโทษทางกฎหมาย หากเสพติดแล้วจะเลิกอย่างไรดี การเลิกโคเคนถือเป็นเรื่องยากและการเลิกที่ได้ผลคือการเข้ารับการรักษาในศูนย์บำบัดยา โดยวิธีการปรับพฤติกรรมหรือพฤติกรรมบำบัดร่วมกับการรักษาอื่นๆ ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มียาตัวใดสามารถรักษาอาการเสพติดโคเคนได้ หากคุณกำลังเสพติดโคเคน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือนักบำบัดเพื่อเข้าร่วมกลุ่มบำบัด วิธีการนี้จะช่วยให้การเลิกยาของคุณได้ผลมากขึ้น หลีกเลี่ยงการทดลองหรือการเสพ เนื่องจากโอกาสที่ผู้เสพจะติดโคเคนนั้นมีสูงมาก โดยสามารถเสพติดได้จากการลองเพียงครั้งเดียว และโคเคนยังสามารถคร่าชีวิตผู้เสพได้จากการใช้เพียงครั้งเดียวเช่นกัน ดังนั้น คุณไม่ควรลองหรือเสพโคเคน เพราะถึงแม้มันไม่ได้คร่าชีวิตคุณ แต่มันอาจทำให้ชีวิตทั้งชีวิตของคุณพังลงได้

Heroin เฮโรอีน

เฮโรอีนเป็นยาเสพติดที่มีฤทธิ์รุนแรงสังเคราะห์ได้จากเมล็ดฝิ่น บทความที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้จะทำให้คุณรู้จักเฮโรอีนและอันตรายจากการเสพมากขึ้น เฮโรอีนคืออะไร เฮโรอีนเป็นยาเสพติดที่มีฤทธิ์รุนแรงสังเคราะห์ได้จากเมล็ดฝิ่น สาเหตุที่ยังมีผู้เสพเฮโรอีนนั่นเพราะเมื่อเสพแล้วพวกเขาจะรู้สึกเพลิดเพลิน มีความสุข และสบายตัว แต่เฮโรอีนนำมาซึ่งผลกระทบที่รุนแรงและเป็นอันตราย หรืออาจเสียชีวิตได้จากการใช้ยาเกินขนาด เฮโรอีนจะมีลักษณะเป็นผงละเอียดสีขาวหรือขาวเข้มจนถึงสีน้ำตาล หรืออาจมีลักษณะเป็นก้อนเหนียวสีน้ำตาลที่มีสารประกอบของทาร์เรียกว่า “black tar heroin” สีของเฮโรอีนสามารถบอกได้ถึงความบริสุทธิ์ของมันได้ โดยเฮโรอีนที่มีสีขาวขุ่นหรือสีน้ำตาลจะมีส่วนประกอบของสารเคมีอื่นๆ ร่วมด้วยซึ่งจะมีอันตรายมากกว่าสีขาวที่เป็นเฮโรอีนบริสุทธิ์ ผู้เสพจะใช้เฮโรอีนโดยการสูดเข้าทางจมูก สูบ หรือฉีดเข้าทางเส้นเลือด ผลข้างเคียงระยะสั้น เมื่อเสพเฮโรอีนเข้าสู่ร่างกาย มันจะออกฤทธิ์ต่อสมองโดยการแปลสภาพสสารให้กลายเป็นมอร์ฟีน และสสารที่กลายสภาพแล้วนี้จะส่งผลต่อระบบการทำงานของสมอง โดยเฉพาะกับต่อมโอปิออยด์ ซึ่งเป็นต่อมที่ทำหน้าที่ควบคุมความรู้สึกเจ็บปวดหรือความรู้สึกเป็นสุข นอกจากนี้ต่อมโอปิออยด์ยังมีหน้าที่ควบคุมการทำงานอื่นๆ ด้วย เช่น ระบบการหายใจและระบบความดันโลหิต ดังนั้น การเสพเฮโรอีนในปริมาณที่มากเกินไปจะส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจจนอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ฤทธิ์ของเฮโรอีนนั้นจะเกิดขึ้นเร็วมากโดยเฉพาะการฉีดเข้าเส้นเลือดและจะออกฤทธิ์อยู่ได้นานถึง 3-5 ชั่วโมง และเมื่อเฮโรอีนเข้าสู่สมองไม่นาน มันจะทำให้ผู้เสพเกิดอาการอิ่มเอมใจ มีความสุข มีอาการปากแห้ง และตัวแดงจากการไหลเวียนของเลือด นอกจากนี้ ยังเกิดความรู้สึกหนักมือ เท้า หรือขาด้วย และเมื่อยาหมดฤทธิ์ลง ผู้เสพจะมีอาการกึ่งง่วงกึ่งตื่น อาจทำให้เกิดอาการมึนเมาและสมองตื้อ ซึ่งเป็นอาการที่ยังไม่สร่างจากการเมายา เนื่องจากฤทธิ์ของยาได้ไปกดประสาทและระบบประสาทส่วนกลางไว้นั่นเอง ผลข้างเคียงระยะสั้น ดังนี้ *พูดช้าและไม่ชัด *เปลือกตาปิด รูม่านตาหดตัว และมองเห็นไม่ชัดในเวลากลางคืน *ง่วงซึม *รู้สึกว่าตนเองไม่เชื่อมโยงกับสิ่งต่างๆ โดยรอบหรือรู้สึกแปลกแยก *เพ้อคลั่ง ขาดสติ *คลื่นไส้ อาเจียน *ผลข้างเคียงระยะยาว การเสพเฮโรอีนอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานจะทำให้ผู้เสพมีอาการดื้อยา และทำให้ต้องเสพยาในปริมาณที่มากขึ้นจนทำให้เสพติดเฮโรอีนในที่สุด เมื่อเวลาผ่านไป ผู้ที่เสพเฮโรอีนด้วยการฉีดยาเข้ากระแสเลือดจะเกิดภาวะเส้นเลือดหดตัว ทำให้เกิดปัญหาต่อการไหลเวียนของเลือดในบริเวณนั้นๆ นอกจากนี้ การเสพเฮโรอีนเป็นระยะเวลานานยังทำให้เกิดโรคต่างๆ ที่เกี่ยวกับปอดได้ เช่น โรคปอดอักเสบหรือวัณโรค เป็นต้น ผลข้างเคียงระยะยาว ดังนี้ ติดเชื้อในกระแสเลือด เป็นโรคตับหรือโรคไต เป็นฝีขนาดใหญ่จากการติดเชื้อจากวิธีการฉีดยาเข้าเส้นเลือด ปัญหาอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมา เฮโรอีนถือเป็นยาสเสพติดชนิดหนึ่งที่ทำให้ผู้เสพเสี่ยงต่อการใช้ยาเกินขนาดไม่ว่าจะเป็นการเสพวิธีใดก็ตาม และจะทำให้ผู้เสพมีอาการหายใจแผ่วและช้าลง ชัก และเสียชีวิตได้ หากเสพด้วยวิธีการฉีดเข้าเส้นเลือด ผู้เสพจะมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอดส์ ไวรัสตับ หรือเชื้อไวรัสอื่นๆ เพราะผู้เสพส่วนใหญ่มีการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน กลุ่มคนที่เสพเฮโรอีนจะไม่มีทางทราบได้เลยว่ายาที่พวกเขาเสพนั้นบริสุทธิ์มากน้อยเพียงใด เนื่องจากผงเฮโรอีนมักถูกผสมด้วยสารประกอบต่างๆ เช่น น้ำตาล แป้ง ยาควินีน และสารพิษต่างๆ อย่างยาเบื่อหนู โดยส่วนประกอบเหล่านี้จะส่งผลร้ายและเพิ่มความเสี่ยงต่อผู้ที่เสพยาเกินขนาด นอกจากนี้ ยังส่งผลร้ายแรงถาวรต่อระบบสมอง ปอด ไต และตับ การเสพเฮโรอีนในหญิงมีครรภ์ จะทำให้เกิดภาวะแท้งเฉียบพลันหรือเด็กที่คลอดออกมาจะมีน้ำหนักตัวน้อยมากผิดปกติ และเด็กที่เกิดจากแม่ที่ติดเฮโรอีนพวกเขาจะเสพติดเช่นกัน นอกจากนี้ยังทำให้มีปัญหาทางสุขภาพอื่นๆ ตามมาทำให้ต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง เฮโรอีนถูกจัดให้เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เนื่องจากเฮโรอีนเป็นยาเสพติดที่มีฤทธิ์รุนแรงและมีอันตรายต่อสุขภาพ ทั้งยังไม่มีประโยชน์ใดๆ ทางการแพทย์ ดังนั้น ผู้ที่ผลิต จำหน่าย ครอบครอง และเสพ ต้องได้รับโทษทางกฎหมายทั้งถูกปรับและจำคุก แล้วจะเลิกเสพเฮโรอีนได้อย่างไร เมื่อติดเฮโรอีนแล้วก็ยากนักที่จะเลิกได้ ผู้เสพส่วนใหญ่ที่พยายามเลิกต้องพบกับอุปสรรคจากอาการถอนยาที่รุนแรง อาการของผู้ที่กำลังพยายามเลิกเฮโรอีนจะมีอาการลงแดงเกิดขึ้นเร็วมากภายใน 6-12 ชั่วโมง หลังจากการเสพครั้งสุดท้าย และจะมีอาการอยู่ถึง 5-12 วันเมื่อไม่เสพยา อาการต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับผู้เลิกยา ดังนี้ *นอนไม่หลับ *เกิดภาวะซึมเศร้า *รู้สึกกระสับกระส่าย *ปวดกระดูกและกล้ามเนื้อ *ท้องร่วง *อาเจียน *รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ สลับไปมา *มือ เท้า หรือกล้ามเนื้อกระตุก *มีอาการลงแดงอย่างหนัก การเสพติดเฮโรอีนในผู้ที่มีสภาพร่างกายอ่อนแอนั้นเป็นอันตรายอย่างยิ่งเมื่อผู้นั้นต้องการเลิกยาเพราะการถอนยาอาจทำให้พวกเขาเสียชีวิตได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เลิกยาได้แล้วก็ยังมีความต้องการยาได้แม้จะผ่านมาหลายปี โดยเฉพาะ เมื่อพวกเขาอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงที่ทำให้คิดถึงพฤติกรรมการเสพยา ดังนั้น ผู้ที่สามารถเลิกยาได้ส่วนใหญ่จะกลับไปเสพมันอีกครั้ง การรักษาอาการเสพติดเฮโรอีนโดยการใช้เภสัชบำบัดร่วมด้วยจะเป็นการช่วยผู้ป่วยจากอาการถอนยาอันทรมานและช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยกลับไปเสพยาอีก ซึ่งการรักษาแบบเภสัชบำบัดนี้จะต้องได้รับคำแนะนำและการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือนักบำบัดเฉพาะทางเท่านั้น อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมบำบัดก็สามารถช่วยให้ผู้ป่วยหลุดจากภาวะอาการเสพติดยาได้เช่นกัน รวมไปถึง การเข้าร่วมกลุ่มบำบัดเพื่อรับคำแนะนำเกี่ยวกับการดำรงชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งยา ดังนั้น การรักษาที่ได้ผลดีที่สุดคือ การรักษาแบบเภสัชบำบัดร่วมกับพฤติกรรมบำบัด หลีกเลี่ยงการทดลองหรือการเสพ โอกาสที่ผู้เสพเฮโรอีนจะติดยานั้นมีมากกว่าการเสพยาชนิดอื่นๆ แม้จะเป็นการเสพครั้งแรกหรือเพียงครั้งเดียวเท่านั้นและอาจถึงขึ้นทำให้ผู้เสพเสียชีวิตได้เลยทีเดียว ดังนั้น คุณต้องพยายามไม่ให้ตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเสพเฮโรอีนไม่ว่าจะกรณีใดๆ ก็ตาม คุณไม่ควรใส่ใจคำชักชวนหรืออาจต้องพยายามอดทนกับภาวะกดดันจากกลุ่มเพื่อนให้ได้เพื่อรักษาชีวิตอันมีค่าของคุณไว้ เพราะถึงแม้เฮโรอีนอาจไม่ได้คร่าชีวิตคุณแต่มันอาจทำลายชีวิตคุณทั้งชีวิตได้เลยทีเดียว

โทษของ: กัญชา

กัญชาจะออกฤทธิ์หลายอย่างกับระบบประสาทส่วนกลาง โดยจะกระตุ้นการกดประสาทและทำให้ผู้เสพเกิดอาการประสาทหลอน สารที่อยู่ในกัญชานั้นมีด้วยกันหลายชนิด ทว่าสารสำคัญที่สุดที่ออกฤทธิ์นั้นจะมีผลต่อสมองและร่างกาย ผู้เสพจะมีภาวะอารมณ์และจิตใจที่เปลี่ยนแปลงไป โดยในเบื้องต้นฤทธิ์จากกัญชาจะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของระบบประสาท ทำให้ผู้เสพเกิดความตื่นเต้น ตื่นตัว คุยเก่ง สนุกสนานและหัวเราะร่าเริงได้ตลอดเวลา แต่ในเวลาต่อมาจะเข้าไปกดประสาท ส่งผลให้มีอาการเหมือนเมาสุราอ่อนๆ และมีอาการง่วงซึม   อย่างไรก็ตาม หากร่างกายได้รับปริมาณสารเสพติดชนิดนี้เข้าไปมากเกินขนาดก็จะเกิดภาวะประสาทหลอน เห็นภาพลวงตา หูแว่ว ระบบความคิดเกิดการสับสน มึนงง ไม่สามารถควบคุมตนเองได้ กระทั่งในที่สุด ฤทธิ์จากกัญชาก็จะเข้าไปทำลายสมอง ปอดและทำลายระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้เสื่อมสภาพทรุดโทรมต่อไป  

โทษของ: ยาบ้า

ยาบ้า (ยาม้า เมทแอมเฟตามีน หรือแอมเฟตามีน) มีลักษณะเป็นเม็ดกลมสีส้ม แดง น้ำตาล เขียว มีอักษร WY, Y, R ออกฤทธิ์โดยการเข้าไปกระตุ้นประสาท ทำให้ผู้เสพมีอาการติดยาทั้งทางร่างกายและจิตใจ เมื่อฤทธิ์ยาเข้าสู่ร่างกายในช่วงระยะแรกที่เสพใหม่ๆ มันจะออกฤทธิ์กระตุ้นร่างกายให้เกิดการตื่นตัว ไม่ง่วง ตื่นตัวมีกำลังวังชา ทำให้อัตราการเต้นของจังหวะหัวใจเร็วขึ้น ความดันโลหิตสูง มีอาการใจสั่น ตึงเครียด เมื่อฤทธิ์ยาหมดลงผู้เสพจะมีอาการอ่อนเพลียมากกว่าปกติ ระบบสั่งการทางสมองทำงานช้าลง การตัดสินใจช้าและเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้นได้   หากยังคงเสพยาบ้าติดต่อกันเป็นเวลานานหรือเสพมากเกินขนาด ฤทธิ์ยาก็จะยิ่งทำลายสมองให้เสื่อม มีอาการประสาทหลอน เกิดภาพลวงตา วิตกกังวล หวาดระแวง เสียสติ คลุ้มคลั่งเป็นบ้าจนสามารถทำร้ายผู้อื่นและตนเองได้ และหากเสพยาเข้าไปมากเกินปริมาณ ฤทธิ์ยาจะเข้าไปกดประสาทและระบบหายใจ ส่งผลให้เกิดภาวะหมดสติและทำให้เสียชีวิตได้ในที่สุด

โทษภัยต่อชุมชนและสังคม

1. ก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรมต่าง ๆในชุมชน 2. เป็นบ่อเกิดให้ชุมชนเสื่อมโทรม สังคมถูกทำลาย 3. ทำลายเยาวชน อันเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชุมชนและสังคม 4. ทำให้การพัฒนาชุมชน และสังคมในด้านต่างๆเป็นไปอย่างเชื่องช้า 5. สูญเสียรายได้ของชุมชนและสังคม 6. ทรัพย์สินของคนในชุมชนและสังคมเสียหาย เนื่องจากพฤติกรรมทางจิตประสาท 7. ก่อให้เกิดปัญหาอุบัติเหตุเนื่องจากฤทธิ์ของยา 8. ก่อให้เกิดปัญหาโรคเอดส์

โทษภัยต่อประเทศชาติ

1. บ่อนทำลายเศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศชาติ 2. รัฐบาลต้องสูญเสียกำลังเจ้าหน้าที่และค่าใช้จ่ายในการป้องกันปราบปรามและรักษาผู้ติดยาเสพติดจำนวนมาก 3. สูญเสียทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพสำหรับการพัฒนาประเทศ 4. เพิ่มภาระการเสียภาษีของประชาชน เพราะรัฐบาลต้องนำภาษีของประชาชนไปใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหายาเสพติด 5. การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเป็นไปอย่างเชื่องช้า 6. สูญเสียแรงงานในการปฏิบัติงานทำให้ประเทศขาดรายได้ 7. ประเทศชาติต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงและเกียรติภูมิในสายตาของชาวต่างประเทศ อาจทำให้เกิดข้อขัดแย้งทางการเมือง

โทษพิษภัยต่อครอบครัว

โทษพิษภัยต่อครอบครัว

1. ความรับผิดชอบต่อครอบครัว และญาติพี่น้องจะหมดสิ้นไป ไม่สนใจที่จะดูแลครอบครัว 2. ทำให้สูญเสียทรัพย์สิน เงินทอง ที่จะต้องหามาซื้อสารเสพติด จนจะไม่มีใช้จ่ายอย่างอื่น และต้องเสียเงินรักษาตัวเอง  3. ทำงานไม่ได้ขาดหลักประกันของครอบครัว และนายจ้างหมดความไว้วางใจ 4. สูญเสียสมรรถภาพในการหาเลี้ยงครอบครัว นำความหายนะมาสู่ครอบครัวและญาติพี่น้อง