“ยาเสพติด”มหันตภัยร้ายที่อยู่ใกล้ตัวคุณมากกว่าที่คิด

การติดยาเสพติด / ความสามารถเสี่ยงจากเนชั่ยาเสพติดที่ติดตั้งขณะนี้ใกล้กับของคุณคนที่รู้หรือไม่ว่าได้ … ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม – ชุมชนที่ได้รับยาเสพติดเป็นยาเสพติดติดกันแล้วยาบ้าไอซ์เคมและสารที่ได้รับการจดจ่อในทางที่ผิดที่ไม่เหมือนกันและยาเสพติดที่ติดยาเสพติดและยาแก้ปวดและโรคจิต ยาเสพติดติดต่อตนเอง ยาเสพติดที่ส่งผลร้ายทำลายระบบต่าง ๆ ทำให้เกิดโรคมะเร็งสมองหรือโรคมะเร็งหรือโรคไตวายเรื้อรังหรือโรคไตวายเรื้อรังจะส่งผลต่อร่างกายแล้วยังส่งผลต่อจิตใจและอารมณ์อีกด้วย เปลี่ยนแปลงเร็วอารมณ์หงุดหงิดง่ายขาดหัวเรื่อง: การใช้เหตุผล ฯลฯ หัวเรื่อง: การนึกถึงความสามารถสนุกทดลองใช้ยาเสพติดที่ส่งผลต่อสมองโดยไม่รู้จักคุณตัวเองและมีปฐมวัยในห้างหุ้นส่วนจำกัดชีวิตก็ไ ่จำเป็นคุณต้องใช้ยาเสพติดที่ติดปฐมวัยและจะมีปฐมวัยอื่น ๆ ตามมากได้มาต่อครอบครัว นอกจากผลร้ายที่เกิดขึ้นจากเนชั่เนชั่ตัวผู้เสพเองยาเสพติดยังส่งผลต่อครอบครัวที่คุณคุณคุณผู้เสพทำให้ที่คุณคุณคุณต้องเสียเงิน ทรัพย์สินไปทองกับยาเสพติดโดยไม่จำเป็นเสียค่าใช้จ่ายเพื่อมาดูอาการเจ็บป่วยลที่เกิดขึ้นจากเนชั่เนชั่ยาเสพติดทำให้ครอบครัวเสียชื่อเสียงเกิดความสามารถด้านไม่เข้าใจกันทำให้ค ร้านครัวแตกแยกอบได้ต่อชุมชน ด้วยภาวะการณ์ที่ติดยาเสพติดติดตั้งอย่างต่อเนื่องหากผู้เล่นไม่ได้รับเงินมากพอที่จะซื้อยาเสพติดได้อย่างต่อเนื่องก็อาจส่งผลให้เกิดปัญหาเมื่อใช้ยาส่งผลให้เกิดอาการทางจิตและประสาท ก็ส่งผลต่อความปลอดภัยในร่างกายและชีวิตของคนในชุมชนที่ได้รับจากการติดเชื้อเพียง 1 คนก็อาจส่งผลต่อชุมชนที่ได้รับความเสียหายต่อชุมชน ติดที่ดีพอที่คุณคุณคุณตัวยาที่ควรระวัง ยาเสพติดมีมากมายกว่าร้อยชนิด แต่ยาเสพติดที่ควรระวังที่สำคัญมีดังนี้ยาบ้า ออกฤทธิ์กระตุ้นประสาทระยะแรกทำให้ร่างกายตื่นตัวใจเต้นเร็ว แต่เมื่อใช้ยาจะรู้สึกอ่อนเพลียช่วยให้ เต้นเร็วสมองและผิดปกติอาการดมีเดียคุณวิกิประสาทหลอนเห็นภาพลวงตาหวาดระแวงคลุ้มคลั่งเสียสติเป็นบ้าอาจทำร้ายตนเองและที่คุณคุณคุณผู้อื่นได้ไอซ์ ออกแรงสบาย ๆ อย่างไม่น่าเชื่อทำให้หงุดหงิดกระเพื่อมหัวเสียอารมณ์รุนแรงก้าวร้าวหวาดระแวงกลัวของคุณคนที่มีความสามารถวิตกกังวลและเป็นโรคติดต่อทางปากและทางปาก แต่สวยขาวตั้งตั้งอย่างใดกัญชา เบื้องต้นมีฤทธิ์กระตุ้นประสาททำให้ตื่นเต้นช่างพูดและหัวเราะต หนังสือหนังสืออลเมื่อถึงเวลาที่จะกดประสาททำให้เซื่องซึมหากเข้ามาในห้างหุ้นส่วนจำกัดปริมาณมาก ๆ จะทำให้ประสาทหูตกตะลึงทำให้คุณตัวเองไม่ รับด้สาร เคมีออกมากดลงไปในห้างหุ้นส่วนจำกัดสมองน้ำมันหอมตั้งขึ้นระเหยที่ได้จากเนชั่หัวเรื่อง: การเผาผลาญไขมันที่ได้จากเนชั่หัวเรื่อง: การเผาไหม้ที่ได้รับความสามารถเสียหายภาพพูดไม่ชัดมือสั่นแขนขาสั่นเดินไม่ตรงทางสมองเสื่อม ชุมชนปลอดภัยเริ่มต้นจากพลังในชุมชนพลังที่สำคัญที่จะหยุดยั้งปัญหายาเสพติดที่ได้รับความเดือดร้อน 4 ความขัดแย้ง1) ปัญหายาเสพติดติดตั้งป้องกันการเฝ้าระวังรักษาพยาบาล2) เมื่อต้องแก้ปัญหาหลายด้านไม่ได้3) ไม่มีใครรู้ปัญหาที่ได้รับดีคนในหมู่บ้าน / ชุมชนเอง4) ไม่ต้องรอให้ใครมาหมู่บ้าน / ชุมชนต้องรับด้วยตนเองก่อน “ ชุมชนที่ใช้พลังชุมชน”

‘ทรามาดอล’ ใช้ผิดถึงตาย !!!

อันตราย ‘ทรามาดอล’ ยาเขียว – เหลือง การใช้ยาเสพติดเพื่อลดความเจ็บปวดในเด็กและผู้ใหญ่ที่ไม่ได้รับการรักษาด้วยยาเสพติดที่มีอยู่ในปัจจุบัน ทำให้เยาวชนยังเข้าถึงได้ง่าย เมื่อไม่นานมานี้แฟนสาวของวัยรุ่นชายคนหนึ่งโพสต์ภาพและข้อความเตือนภัยอันตราย ‘ยาทรามาดอล’ หรือที่รู้จักในชื่อ“ เขียว – เหลือง” ออกแรงเหมือนมอร์ฟีน กับเครื่องดื่มต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดอาการเคลิ้มสุข แต่เมื่อใดก็ตามที่รู้สึกไม่สบายใจเวลาเดินไม่นานก็มีอาการไม่ไหวไม่หลงหลงตาค้างเหม่อลอยและเพ้อตลอดเวลา ทราบหลังจากเรื่องราวดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ออกมาก็ทำให้คนในสังคมนำเรื่องนี้มาวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางเพื่อให้ห่างไกลจากการใช้ยาเสพติด ติดยาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่นมานานหลายปีเงินอาหารและยาจะมีมาตรการคุมเข้มอย่างต่อเนื่อง “ ละครติดยาเสพติด” ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่ามีจำหน่ายยาชนิดนี้บนสื่อออนไลน์ แต่ยังมีการแสดงสูตรการผสมยาเสพติดที่ติดตั้งผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้บริการเครือข่ายไอดอ ด้วยการชักยากที่จะสกัดกั้นไม่ให้เด็กเดินทางได้ เมื่อไหร่ก็ตามที่มีคนบอกว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการขายแลกเปลี่ยนข้อมูลและพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ตัวยาใหม่ ๆ และร้านที่มีจำหน่ายอยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ การประกาศขายยาเป็นชุดสำหรับการผสมแบบใหม่โดยการติดต่อทางโทรศัพท์และการโฆษณาที่มีการขายยาเหล่านั้นไม่เภสัชกร แต่อย่างใดที่แหล่งรับยาก็น่าจะมาจากร้านขายยาหลายแห่งที่ลักลอบจำหน่ายไม่ต้องมา ก่อนที่จะนำมาจำหน่ายเพื่อตรวจสอบว่ามีหลายคนที่เป็นนักเรียนมาชิกอยู่จำนวนมาก ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้รับการแจ้งเตือนถึงการใช้ยาเสพติดผสมหลายชนิดที่อาจส่งผลให้เกิดการสูญเสียชีวิตได้พร้อมกับการใช้ยาชนิดนี้ควรได้รับการแนะนำจากเภสัชกรเท่านั้นโดย เภสัชกรประพันธ์อางตระกูลรองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยากล่าวว่าตัวยาแก้ปวดที่ใช้บรรเทาอาการปวดระดับปานกลางมากมาก ยารักษาโรคทั่วไปที่ได้รับการบรรเทาอาการปวดเมื่อยจากการรักษาด้วยยาชนิดต่าง ๆ ที่ได้รับการควบคุมตามกฎหมายจะทำให้เกิดอาการข้างเคียง การเปลี่ยนแปลงขั้นสูงในชีวิตและสามารถใช้ยาชนิดนี้ติดต่อกันเป็นเวลนานทำให้เกิดอาการไข้ติดได้เช่นกัน โดยปกติแล้วการซื้อขายยาเสพติดสามารถทำได้โดยการขายยาที่มีเภสัชกรคอยล์แนะนำการใช้ยาในสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้จัดทำระบบการควบคุมกระบวนการผลิต ที่ร้านขายยาจะครอบครองยาชนิดนี้ได้ไม่เกิน 1,000 เม็ดต่อร้านและจ่ายให้แก่ผู้บริโภคได้ไม่เกิน 20 เม็ดที่สำคัญจะต้องขายให้แก่ผู้มีอายุต่ำกว่า 17 ปี นอกจากนี้ร้านขายยาจะต้องทำบัญชีรายงานการขายยาลงระบบออนไลน์ทุกจังหวัดจะรู้ว่าร้านไหนขายยาได้โดยการขายได้เฉพาะในร้านขายยาแผนปัจจุบันเท่านั้น ผิดหมดมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีปรับไม่เกิน 10,000 บาท ‘นอกจากนี้ยังมียาอีก 3 ชนิดที่กลุ่มวัยรุ่นมักจะนำไปใช้ในทางที่ผิดเช่น’ โปรโมชั่น ‘เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดอยู่ในหมวดของยาที่เป็นอันตราย ซึมซาบเข้ามา, ขณะที่ยาอีกตัวคือยาแก้ไอที่เรียกว่า ‘เด็กอ่อนโต’ เป็นยาที่หาซื้อตามร้านขายยาทั่วไป แต่มึนเบคอน และไม่สามารถควบคุมตัวเองได้มากขึ้นเรื่อย ๆ และหันมาใช้ยาตัวนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ และสุดท้ายคือยาเสพติดที่มีคุณภาพสูง โดยทั่วไปกลุ่มยานี้จะนำมาผสมกับเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกาแฟและยาแก้ปวดเมื่อย ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่คนไทยทุกคนจะช่วยกันเป็นหูเป็นตาสกัดกั้นช่วยเจ้าหน้าที่ แก้ปัญหาไม่ให้เยาวชนตกเป็นเหยื่อเพิ่มขึ้นอีก . .

สารยาเสพติดอันตราย?ยาเค (ketamine)

ยาเคมาจากคำว่าเคตามีน (คีตา) หรือชื่อทางการค้าว่าเคตาวา (Ketava) หรือเคตาลา (Ketalar) คาสิบหรือโชลที่จะได้รับ สารออกฤทธิ์ต่อคุณจิตและประสาทพศ. 2518 เป็นวัตถุออกฤทธิ์ใน? ประเภท 2 หมายถึงยาที่มีอันตรายมากที่สุดที่แพทย์จะต้องจ่ายให้กับคุณ สาเหตุที่ทำให้ยาเคกลายเป็นปฐมวัยเพราะวัยรุ่นบางกลุ่มได้นำยาเคมาใช้เป็น สิ่งมึนเมาโดยนำมาทำให้เป็นผง? มาสูดนำดมเพื่อให้เกิดอาการมึนเมาและมักพบว่าได้มีการนำยาเคมาใช้ร่วมกับยาเสพติดร้ายแรงชนิดอื่นเช่นยาอีและโคเคนฤทธิ์ในห้างหุ้นส่วนจำกัดทางเสติด ความคิดสับสน ตาลาย หูแว่ว การรับรู้และ?การตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมจะเปลี่ยนแปลงไป การเคลื่อนไหวของร่างกายไม่สัมพันธ์กัน

เผย’4X100’สูตรใหม่ ระบาดหนักในวัยรุ่น ใช้เสพติดแทนเหล้า เจอด่านตรวจไม่พบ!

     วัยรุ่นนิยมยาเสพติดที่ติดตั้งใหม่ แต่ก็มีหลายอย่างที่ไม่เหมือนใคร แต่ก็มีหลายคนที่ไม่ชอบทานยาเสพติดที่คล้ายกัน 4 × 100 มียาแก้ไอ ประมูลรู้จักในชื่อ“ เล่นโปร – เล่นไก่” ชอบรวมตัวกันหน้าห้าง      ยาเสพติดสูตรใหม่กำลังฮิตในกลุ่มวัยรุ่น เปิดเผยเมื่อวันที่ 24 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบยาเสพติดสายพันธุ์ใหม่กำลังฮิตระบาดติดงอมแงมในกลุ่มวัยรุ่น ทั้งนักเรียนชั้นมัธยมต้น มัธยมปลาย รวมทั้ง ระดับอุดมศึกษา ด้วยวิธีนำยาแก้ไอสำหรับเด็ก ยาคลายกล้ามเนื้อ และชาผง ชงผสมรวมกันในน้ำดื่มหรือน้ำอัดลมที่มีรสซ่า แล้วรวมกลุ่มกันเสพจนมีอาการมึนเมา นำมาซึ่งการก่อเหตุทำร้ายร่างกายกันเป็นประจำ ผู้สื่อข่าวออกติดตามหาแหล่งที่มา กระทั่งพบกลุ่มวัยรุ่นที่เคยมีประสบการณ์เสพยาเสพติดสูตรดังกล่าวยินดีให้ข้อมูลเบื้องต้น      โดยนายเอก (นามสมมติ) อายุ 21 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยชื่อดัง ย่านฝั่งธนฯ เล่าว่า เริ่มรู้จักยาเสพติดตัวนี้มาเกือบ 2 ปีแล้ว ได้สูตรมาจากเพื่อนที่เปิดร้านขายเสื้อผ้าย่านสะพานพุทธ ครั้งแรกที่เห็นคิดว่าเพื่อนดื่มเหล้า เพราะเห็นเป็นน้ำมีสีคล้ายสุรา เมื่อสอบถามจึงทราบว่า เพื่อนเลิกดื่มเหล้านานแล้ว เนื่องจากเข็ดโดนด่านตำรวจตรวจวัดแอลกอฮอล์จับ จึงคิดหาสูตรเครื่องดื่มที่ดื่มแล้วเมาได้แบบไม่ผิดกฎหมาย มาลงตัวที่สูตรนำยาแก้ไอชนิดน้ำสำหรับเด็ก ยาคลายกล้ามเนื้อ ผงชามะนาว นำมาเทผสมรวมกันในน้ำดื่ม ถ้ามีคนดื่มมากก็สามารถเพิ่มอัตราส่วนตามจำนวน เมื่อลองดื่มดูรู้สึกมึนงง คล้ายคนเมา แต่ไม่เมาหนักเท่ากับดื่มเหล้า จึงดื่มเป็นประจำ เคยถูกด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ รวมทั้งด่านตรวจตรวจปัสสาวะเรียกตรวจหลายรอบ ไม่พบสารเสพติดแต่อย่างใด จากประสบการณ์ถ้าดื่มมากไปจะมีอาการมึนงงและเบลอมาก ต้องนอนพักประมาณ 1 ชม.จึงหาย สามารถขับรถกลับบ้าน โดยไม่มีอาการเมาค้าง      ด้านนางน้อย (นามสมมติ) อายุ 48 ปี ผู้ปกครองของเด็กนักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนมีชื่อแห่งหนึ่งย่านบางขุนเทียน กล่าวว่า บุตรชายเคยเล่าให้ฟังว่ามีเพื่อนหลายคนที่ดื่มยาเสพติดสูตรนี้ เรียกกันในหมู่วัยรุ่นว่า “เล่นโปร” หรือ “เล่นไก่” ด้วยการนำยาแก้ไอ สำหรับเด็กผสมเข้ากับยาคลายกล้ามเนื้อ แล้วผสมชงเข้ากับน้ำอัดลม เมื่อดื่มแล้วจะเมาคล้ายดื่มสุรา “เท่าที่ทราบวัยรุ่นกลุ่มนี้จับกลุ่มดื่มกินกันหน้าร้านฟาสต์ฟู้ดตามห้างสรรพสินค้าที่มีกลุ่มวัยรุ่นมาเดินกันพลุกพล่าน แล้วชอบมีเรื่องยกพวกทำร้ายร่างกายกันบ่อยครั้ง ดิฉันจึงเตือนลูกว่าอย่าเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดทุกอย่างและห้ามคบหาสมาคมด้วย” นางน้อยกล่าว      พ.ต.ท.วชิรวิชญ์ ตั้งธนานุวัฒน์ เภสัชกร สบ 3 กลุ่มงานพิษวิทยา สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตร.กล่าวว่า ยาเสพติดลักษณะนี้มีมานานแล้ว รู้กันในพวกที่ไม่ดื่มสุราแต่อยากเมา จึงคิดสูตรแปลกใหม่ขึ้นมา จากสูตรเดิมนำยาแก้ไอผสมกับใบกระท่อม น้ำอัดลม และสุดท้ายอะไรก็ได้ เช่น ผงในหลอดไฟนีออน ยากันยุง ยาบ้า เรียกกันว่า 4×100 ตอนนี้มีการคิดค้นสูตรใหม่ไม่ให้ผิดกฎหมาย ยึดเอายาแก้ไอเป็นหลัก เพราะมีส่วนผสมของคลอเฟนิรามีนและเซทิริซีน มีฤทธิ์กดประสาท ทำให้ง่วงนอน มึนงง เคลิ้ม หลับสบาย ถ้าบริโภคเกินขนาดจะเป็นอันตรายต่อตับ อย. จำกัดยอดขายยาแก้ไอประเภทนี้ ให้แต่ละร้านขายได้ไม่เกินเดือนละ 300 ขวด ส่วนยาคลายกล้ามเนื้อ เป็นยาควบคุมเช่นกัน ต้องมีใบสั่งจากแพทย์และร้านขายยาต้องทำประวัติลูกค้าไว้ สำหรับชามะนาวชนิดผง ไม่มีฤทธิ์และทำปฏิกิริยากับยาตัวใดทั้งสิ้น เพียงแต่แต่งเติมรสชาติตามความชอบของแต่ละบุคคล      “ สำหรับทุกคนที่มาดื่มแล้วจะมีอาการมึนงงหายไปได้บ้าง แต่ไม่เข้าใจผิด ๆ ว่าเกิดมาเพื่อขอเงิน เสียเวลาขอเตือนให้รู้ว่าวัยรุ่นกำลังเล่นฟุตบอลอยู่หรือไม่ งนอนเท่านั้น” เภสัชกรสบ 3 ระบุ

ประเภท โทษ และกฎหมายยของยาเสพติด

๑. ประเภทของยาเสพติด    จำแนกตามการออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท แบ่งเป็น ๔ ประเภท ๑. ประเภทกดประสาท ได้แก่ ฝิ่น มอร์ฟีน เฮโรอีน ยานอนหลับ ยาระงับประสาท ยากล่อมประสาทเครื่องดื่มมึนเมา ทุกชนิด รวมทั้ง สารระเหย เช่น ทินเนอร์ แล็กเกอร์ น้ำมันเบนซิน กาว เป็นต้น มักพบว่าผู้เสพติดมี ร่างกายซูบซีด ผอมเหลือง อ่อนเพลีย ฟุ้งซ่าน อารมณ์ เปลี่ยนแปลงง่าย ๒. ประเภทกระตุ้นประสาท ได้แก่ ยาบ้า ยาอี กระท่อม โคเคน มักพบว่าผู้เสพติดจะมีอาการ หงุดหงิด กระวนกระวาย จิตสับสนหวาดระแวง บางครั้งมีอาการคลุ้มคลั่ง หรือทำในสิ่งที่คนปกติ ไม่กล้าทำ เช่น ทำร้ายตนเอง หรือฆ่าผู้อื่น เป็นต้น ๓. ประเภทหลอนประสาท ได้แก่ แอลเอสดี และ เห็ดขี้ควาย เป็นต้น ผู้เสพติดจะมีอาการประสาทหลอน ฝันเฟื่องเห็นแสงสีวิจิตรพิสดาร หูแว่ว ได้ยินเสียง ประหลาดหรือเห็นภาพหลอนที่น่าเกลียดน่ากลัว ควบคุมตนเองไม่ได้ ในที่สุดมักป่วยเป็น โรคจิต ๔. ประเภทออกฤทธิ์ผสมผสาน คือทั้งกระตุ้นกดและหลอนประสาทร่วมกันได้แก่ ผู้เสพติดมักมี อาการหวาดระแวง ความคิดสับสนเห็นภาพลวงตา หูแว่ว ควบคุมตนเองไม่ได้และป่วยเป็นโรคจิตได้ ๒. แบ่งตามแหล่งที่มา      แบ่งตามแหล่งที่เกิด ซึ่งจะแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ ๑. ยาเสพติดธรรมชาติ (Natural Drugs) คือ ยาเสพติดที่ผลิตมาจากพืช เช่น ฝิ่น มอร์ฟีน กระท่อม กัญชา เป็นต้น ๒. ยาเสพติดสังเคราะห์ (Synthetic Drugs) คือ ยาเสพติดที่ผลิตขึ้นด้วยกรรมวิธีทางเคมี เช่น เฮโรอีน แอมเฟตามีน ยาอี เอ็คตาซี เป็นต้น ๓. แบ่งตามกฎหมาย      แบ่งตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.๒๕๒๒ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น ๕ ประเภท คือ ยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ ๑ ได้แก่ เฮโรอีน แอลเอสดี แอมเฟตามีน หรือ ยาบ้า ยาอี หรือ ยาเลิฟ ยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ ๒ ยาเสพติดประเภทนี้สามารถนำมาใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ได้ แต่ต้องใช้ภายใต้ การควบคุมของแพทย์ และใช้เฉพาะกรณีที่จำเป็นเท่านั้น ได้แก่ ฝิ่น มอร์ฟีน โคเคน หรือ โคคาอีน โคเคอีน และเมทาโดน ยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ ๓ ยาเสพติดประเภทนี้ เป็นยาเสพติดให้โทษที่มียาเสพติดประเภทที่ ๒ ผสมอยู่ด้วย มีประโยชน์ทางการแพทย์ การนำไปใช้เพื่อจุดประสงค์อื่น หรือเพื่อเสพติด จะมีบทลงโทษกำกับไว้ ยาเสพติดประเภทนี้ ได้แก่ ยาแก้ไอ ที่มีตัวยาโคเคอีน ยาแก้ท้องเสีย ที่มีฝิ่นผสมอยู่ด้วย ยาฉีดระงับปวดต่าง ๆ เช่น มอร์ฟีน เพทิดีน ซึ่งสกัดมาจากฝิ่น ยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ ๔ คือสารเคมีที่ใช้ในการผลิตยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ ๑ หรือประเภทที่ ๒ ยาเสพติดประเภทนี้ไม่มีการนำมาใช้ประโยชน์ในการบำบัดโรคแต่อย่างใด และมีบทลงโทษกำกับไว้ด้วย ได้แก่น้ำยาอะเซติคแอนไฮไดรย์ และ อะเซติลคลอไรด์ ซึ่งใช้ในการเปลี่ยน มอร์ฟีน เป็น เฮโรอีน สารคลอซูไดอีเฟครีน สามารถใช้ในการผลิต ยาบ้า ได้ และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทอีก ๑๒ ชนิด ที่สามารถนำมาผลิตยาอีและยาบ้าได้ ยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ ๕ เป็นยาเสพติดให้โทษที่มิได้เข้าข่ายอยู่ในยาเสพติดประเภทที่ ๑ ถึง ๔ ได้แก่ ทุกส่วนของพืช กัญชา ทุกส่วนของพืช กระท่อม เห็ดขี้ควาย เป็นต้น ผลต่อร่างกายและจิตใจ 1. ต้องการยาเสพติดตลอดเวลา แสดงออกทางร่างกายและจิตใจ 2. ต้องเพิ่มขนาดของยาเสพติดมากขึ้น 3. มีอาการหยากหรือหิวยาเมื่อขาดยา (บางท่านจะมีอาการถอนยาเมื่อขาดยา) 4. สุขภาพทั่วไปทรุดโทรม ถ้าพบเห็นบุคคลที่มีพฤติกรรม 4 ประการ ให้พึงสังเกตว่าอาจจะเป็นคนที่ใช้ยาเสติด ประเภทของยาเสพติด ปัจจุบันสิ่งเสพติดหรือยาเสพติดให้โทษมีหลายประเภท อาจจำแนกได้หลายเกณฑ์ นอกจากแบ่งตามแหล่งที่มาแล้ว ยังแบ่งตามการออกฤทธิ์และแบ่งตามกำกฎหมายดังนี้ ก.จำแนกตามสิ่งเสพติดที่มา 1. ประเภทที่ได้จากธรรมชาติ เช่น ฝิ่น มอร์ฟีน กระท่อม กัญชา 2. ประเภทที่ได้จากการสังเคราะห์ เช่น เฮโรอีน ยานอนหลับ ยาม้า แอมเฟตามีน สารระเหย ข.จำแนกสิ่งเสพติดตามกฎหมาย 1. ประเภทถูกกฎหมาย เช่น ยาแก้ไอน้ำดำ บุหรี่ เหล้า กาแฟ ฯลฯ […]

ยาอี ยาเลิฟ เอ็คซ์ตาซี (Ecstasy)

       ยาอี ยาเลิฟ เอ็คซ์ตาซี (Ecstasy) เป็นยาเสพติดกลุ่มเดียวกัน จะแตกต่างกันบ้างในด้านโครงสร้างทางเคมี เท่าที่พบส่วนใหญ่จะมีองค์ประกอบทางเคมีที่สำคัญ คือ 3, 4- Methylenedioxymethamphetamine (MDME), 3, 4- Methylenedioxyamphetamine (MDA) และ 3, 4- Methylenedioxyethylamphetamine (MDE หรือ MDEA) ลักษณะของยาอี มีทั้งที่เป็นแคปซูลและเป็นเม็ดยาสีต่าง ๆ แต่ที่พบในประเทศไทย ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นเม็ดกลมแบน เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.8-1.2 ซม. หนา 0.3-0.4 ซม. ผิวเรียบ และปรากฏสัญลักษณ์บนเม็ดยาเป็นรูปต่าง ๆ เช่น กระต่าย, ค้างคาว, นก, ดวงอาทิตย์, PT ฯลฯ เสพโดยการรับประทานเป็นเม็ด จะออกฤทธิ์ภายในเวลา 45 นาที และฤทธิ์ยาจะอยู่ในร่างกายได้นานประมาณ 6-8 ซม.       ยาอี ยาเลิฟ เอ็คซ์ตาซี เป็นยาที่แพร่ระบาดในกลุ่มวัยรุ่นที่ชอบเที่ยวกลางคืน ออกฤทธิ์ใน 2 ลักษณะ คือ ออกฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทในระยะสั้น ๆ หลังจากนั้นจะออกฤทธิ์หลอนประสาทอย่างรุนแรง ฤทธิ์ของยาจะทำให้ผู้เสพรู้สึกร้อน เหงื่อออกมาก หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง การได้ยินเสียง และการมองเห็นแสงสีต่าง ๆ ผิดไปจากความเป็นจริง เคลิบเคลิ้ม ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ อันเป็นสาเหตุที่จะนำไปสู่พฤติกรรมเสื่อมเสียต่าง ๆ และจากการค้นคว้าวิจัยของแพทย์และนักวิทยาศาสตร์หลายท่าน พบว่า ยาชนิดนี้มีอันตรายร้ายแรง แม้จะเสพเพียง 1-2 ครั้ง ก็สามารถทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ส่งผลให้ผู้เสพมีโอกาสติดเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ง่าย และยังทำลายเซลส์สมองส่วนที่ทำหน้าที่ส่งสารซีโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งเป็นสารสำคัญในการควบคุมอารมณ์ให้มีความสุข ซึ่งผลจากการทำลายดังกล่าว จะทำให้ผู้เสพเข้าสู่สภาวะของอารมณ์ที่เศร้าหมองหดหู่อย่างมาก และมีแนวโน้มการฆ่าตัวตายสูงกว่าคนปกติ ฤทธิ์ในทางเสพติด : ออกฤทธิ์กระตุ้นประสาทในระยะสั้น ๆ จากนั้นจะออกฤทธิ์หลอนประสาท มีอาการติดยาทางจิตใจ ไม่มีอาการขาดยาทางร่างกาย อาการผู้เสพ : เหงื่อออกมาก หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง ระบบประสาทการรับรู้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด (Psychedelic) ทำให้การได้ยินเสียงและการมองเห็นแสงสีต่าง ๆ ผิดไปจากความเป็นจริง เคลิบเคลิ้ม ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ โทษที่ได้รับ : การเสพยาอีก่อให้เกิดผลร้ายหลายประการดังนี้ 1.ผลต่ออารมณ์ เมื่อเริ่มเสพในระยะแรกยาอีจะออกฤทธฺ์กระตุ้นประสาท ให้ผู้เสพรู้สึกตื่นตัวตลอดเวลา ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ เป็นสาเหตุให้เกิดพฤติกรรมสำส่อนทางเพศ 2.ผลต่อการรับรู้ การรับรู้จะเปลี่ยนแปลงไปจากความเป็นจริง 3.ผลต่อระบบประสาท ยาอีจะทำลายระบบประสาท ทำให้เซลล์สมองส่วนที่ทำหน้าที่หลั่งสารซีโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งเป็นสารสำคัญในการควบคุมอารมณ์นั้น ทำงานผิดปกติกล่าวคือ เมื่อยาอีเข้าสู่สมองแล้ว จะทำให้เกิดการหลั่งสาร “ซีโรโทนิน” ออกมามากเกินกว่าปกติส่งผลให้จิตใจสดชื่นเบิกบาน แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปสารดังกล่าวจะลดน้อยลง ทำให้เกิดอาการซึมเศร้า หดหู่อย่างมาก อาจกลายเป็นโรคจิตประเภทซึมเศร้า (Depression) และอาจเกิดสภาวะอยากฆ่าตัวตาย นอกจากนี้การที่สารซีโรโทนินลดลง ยังทำให้ธรรมชาติของการหลับนอนผิดปกติ จำนวนเวลาของการหลับลดลง นอนหลับไม่สนิท จึงเกิดอาการอ่อนเพลียขาดสมาธิในการเรียน และการทำงาน 4.ผลต่อสภาวะการตายขณะเสพ มักเกิดเมื่อผู้เสพสูญเสียเหงื่อมากจากการเต้นรำ ทำให้เกิดสภาวะขาดน้ำอย่างฉับพลัน หรือกรณีที่เสพยาอีพร้อมกับดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปมาก หรือผู้ที่ป่วยเป็นโรคหัวใจ จะทำให้เกิดอาการช็อคและเสียชีวิตได้

“เห็ดขี้ควาย” เห็ดพิษ-เห็ดเสพติดให้โทษ

ถ้าพูดถึงยาเสพติดแล้ว หลายคนอาจจะคิดว่ามีแต่พวกยาเม็ดๆ เหมือนยาบ้า ยาเป็นผง หรือเป็นน้ำที่ต้องใช้ฉีดเข้าเส้น แต่รู้กันหรือไม่ว่ามีพืชหลายชนิดที่ถูกจัดว่าเป็นสิ่งเสพติดให้โทษ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ “เห็ดขี้ควาย” เรามักจะได้ยินชื่อของ “เห็ดขี้ควาย” อยู่ในงานฟูลมูนปาร์ตี้ ที่เกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี เป็นอันดับแรกๆ ของยาเสพติดที่ระบาดอยู่ในงานในช่วงนี้ ส่วนใหญ่แล้วนักท่องเที่ยว (โดยเฉพาะชาวต่างชาติ) นิยมกินโดยนำไปปั่นรวมกับนม เป็นมิลค์เชคเห็ดขี้ควาย หรือนำไปทำเป็นเหล้าปั่น บางคนอาจจะนำไปปรุงเป็นเมนูอาหารอื่นๆ เช่น ไข่เจียวเห็ดขี้ควาย เหตุที่เรียกว่าเห็ดขี้ควาย ก็เนื่องจากมักจะพบเห็ดชนิดนี้ขึ้นอยู่บนกองขี้ควายเก่าๆ ที่แห้งแล้ว พอได้รับความชื้นจากน้ำฝน และมีสภาพแวดล้อมเหมาะแก่การเจริญเติบโตของเห็ด (โดยเฉพาะบริเวณชายฝั่งทะเล) เห็ดขี้ควายก็จะออกดอกชูช่อขึ้นมา สำหรับในประเทศไทย “เห็ดขี้ควาย” ทั้งดอกเห็ด ก้านเห็ด และสปอร์ของเห็ด ถูกจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มีความผิดทั้งการเป็นผู้ผลิต ขาย นำเข้าหรือส่งออก และเสพ สาเหตุที่เห็ดขี้ควายถูกจัดเป็นยาเสพติด ก็เพราะว่าในเห็ดขี้ควายจะมีสารพิษ 2 ชนิด คือ ซิโลไซบิน และ ซิโลซีน ซึ่งมีฤทธิ์ต่อระบบประสาทอย่างรุนแรง ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ประสาทหลอน เห็นภาพแสงสีต่างๆ ลวงตา รู้สึกเหมือนมีเข็มมาทิ่งแทงตามตัว ได้ยินเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่า สับสน ไม่สามารถลำดับทิศทางได้ และหากเสพในปริมาณมากๆ อาจทำให้เสียชีวิตได้ ซึ่งอาการเหล่านี้คล้ายกับอาการของผู้ที่เสพ LSD หากคนที่เสพเป็นเวลานาน จะเพลินต่อความรู้สึกเหล่านี้ ร่างกายจะเกิดอาการต้านยา ต้องเพิ่มขนาดในการใช้ขึ้นเรื่อยๆ การบริโภคเห็ดขี้ควาย หากนำไปปั่นผสมกับเหล้า เหมือนที่นักท่องเที่ยวนิยมกันในงานฟูลมูนปาร์ตี้ จะทำให้เพิ่มปริมาณของสารพิษมากขึ้น เนื่องจากแอลกอฮอล์จะเป็นตัวทำละลายให้พิษออกฤทธิ์เร็วและรุนแรงมากขึ้น ส่วนการบริโภคตามปกติ ไม่ว่าจะผ่านความร้อนสูงเท่าไหร่ก็ไม่สามารถจะทำลายสารพิษได้ จึงทำให้คนไม่นิยมนำมาบริโภคกัน

โทษของยาเสพติดอันตรายร้ายแรงต่อชีวิตที่ทุกคนควรรู้

กระท่อม สำหรับบรรดาคนขับรถแท็กซี่ คนขับรถหกล้อ-สิบล้อ ไปจนถึงแมสเซ็นเจอร์ หลายคนเป็นต้องคุ้นเคยกับพืชชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “ใบกระท่อม” เป็นอย่างดี เพราะผู้ที่มีอาชีพเหล่านี้ (และยังมีอาชีพอื่น ๆ อีกมากมาย) ได้ใช้ใบกระท่อมเป็นยาชูกำลัง (ที่ผิดกฎหมาย) ชนิดหนึ่ง ซึ่งสามารถทำให้ประสิทธิภาพการทำงานหรือขับรถได้ทนทานมากยิ่งขึ้น ช่วยในการคลายความเมื่อยล้า และช่วยในการทนต่อความร้อนได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันรัฐบาลกำลังพิจารณาที่จะถอดใบกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด เพื่อให้นำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ เพราะใบกระท่อมนั้น สามารถใช้เป็นยารักษาอาการท้องร่วง ท้องเสียได้เป็นอย่างดี และยังช่วยเป็นยาระงับประสาทแบบอ่อน ๆ ได้ แต่ทั้งนี้ก็ยังอยู่ในขั้นตอนของการวิจัย เพราะหากใช้ในปริมาณมากเกินไป อาจส่งผลเสียให้กับผู้ป่วยได้ ไม่ต่างจากการนำใบกระท่อมมาใช้เพื่อการเสพเลยนั่นเอง ใบกระท่อมไม่มีชื่อเรียกอื่น ๆ นอกจากอาจจะเรียกให้สั้นลงว่า “ใบท่อม” แต่มีการประยุกต์นำใบกระท่อมที่สำหรับเคี้ยวเฉย ๆ ไปผสมเป็นเครื่องดื่มที่มีชื่อเรียกว่า “4×100 (สี่คูณร้อย)” ซึ่งมีส่วนผสมคือ ใบกระท่อม ยาแก้ไอน้ำเชื่อม โค้กหรือเป๊บซี่ น้ำเปล่า เอามาต้มผสมกันเป็นเครื่องดื่มชูกำลัง หรือเครื่องดื่มเพิ่มพลัง ซึ่งเครื่องดื่มชนิดนี้เป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก สำหรับแรงงานและหมู่นักเรียนที่อาศัยอยู่ในภาคใต้ เนื่องจากมีราคาไม่แพงมาก แต่สามารถสร้างความเคลิบเคลิ้มล่องลอย รวมทั้งยังเพิ่มกำลังวังชาได้ดีไม่แพ้ยาเสพติดชนิดอื่น ๆ เลย อาการของผู้ที่ติดใบกระท่อม    เมื่อเสพหรือเคี้ยวใบกระท่อมไปแล้ว 5-10 นาที ใบกระท่อมจะออกฤทธิ์กดประสาทให้ผู้เสพมีความกระปรี้กระเปร่า สดชื่น ไม่รู้สึกหิวอาหาร ไม่รู้สึกเจ็บปวดหรือเมื่อยเนื้อเมื่อยตัว แต่หากอากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนเมื่อไร จะเกิดการหนาวสั่นคล้ายกับจะเป็นไข้ หากเสพไปนาน ๆ จะพบว่าผิวของผู้เสพมีความคล้ำลงจนดูเหมือนผิวแห้ง มีอาการท้องผูก อุจจาระแข็งเป็นก้อนเล็ก ๆ ทำให้ถ่ายยากกว่าปกติ นอนไม่หลับ คลื่นไส้อาเจียนจากอาการเมาใบกระท่อม    ยิ่งไปกว่านั้น หากผู้เสพเคี้ยวใบกระท่อมเลย โดยไม่ทำการฉีกออกจากก้านใบเสียก่อน ก้านจะตกลงไปอยู่ในลำไส้ เมื่อไม่สามารถย่อยได้ก็จะกลายเป็นสิ่งสกปรกที่ค้างอยู่ในลำไส้ เป็นเหตุให้ร่างกายต้องแสดงกลไกป้องกันตัวด้วยการสร้างผังพืดมาหุ้มก้านใบกระท่อมนั้นไว้ ซึ่งอาจจะส่งข้างเคียงต่าง ๆ อีกมากมายตามมา และหากหยุดเคี้ยวใบกระท่อมก็จะส่งผลให้มีปัญหากับร่างกายดังต่อไปนี้    1.ไม่มีแรง อ่อนเพลีย ทำงานไม่ได้    2.ปวดเมื่อยตามตัวและกระดูกส่วนต่าง ๆ บางรายที่เสพมากเกินไป อาจพบว่าแขนกระตุกเองได้    3.มีอารมณ์ซึมเศร้า เซื่องซึม ไม่พูดกับใคร หรือไม่ก็อาจจะก้าวร้าวไปเลย    4.มีอาการนอนไม่หลับ กระวนกระวาย    5.มีความดันหรืออุณหภูมิร่างกายที่สูงกว่าปกติ

โทษของยาเสพติดอันตรายร้ายแรงต่อชีวิตที่ทุกคนควรรู้

 โทษของ: ยาบ้า ยาบ้า (ยาม้า เมทแอมเฟตามีน หรือแอมเฟตามีน) มีลักษณะเป็นเม็ดกลมสีส้ม แดง น้ำตาล เขียว มีอักษร WY, Y, R   ออกฤทธิ์โดยการเข้าไปกระตุ้นประสาท ทำให้ผู้เสพมีอาการติดยาทั้งทางร่างกายและจิตใจ เมื่อฤทธิ์ยาเข้าสู่ร่างกายในช่วงระยะแรกที่เสพใหม่ๆ มันจะออกฤทธิ์กระตุ้นร่างกายให้เกิดการตื่นตัว ไม่ง่วง ตื่นตัวมีกำลังวังชา ทำให้อัตราการเต้นของจังหวะหัวใจเร็วขึ้น ความดันโลหิตสูง มีอาการใจสั่น ตึงเครียด เมื่อฤทธิ์ยาหมดลงผู้เสพจะมีอาการอ่อนเพลียมากกว่าปกติ ระบบสั่งการทางสมองทำงานช้าลง การตัดสินใจช้าและเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้นได้   หากยังคงเสพยาบ้าติดต่อกันเป็นเวลานานหรือเสพมากเกินขนาด ฤทธิ์ยาก็จะยิ่งทำลายสมองให้เสื่อม มีอาการประสาทหลอน เกิดภาพลวงตา วิตกกังวล หวาดระแวง เสียสติ คลุ้มคลั่งเป็นบ้าจนสามารถทำร้ายผู้อื่นและตนเองได้ และหากเสพยาเข้าไปมากเกินปริมาณ ฤทธิ์ยาจะเข้าไปกดประสาทและระบบหายใจ ส่งผลให้เกิดภาวะหมดสติและทำให้เสียชีวิตได้ในที่สุด

โคเคน Cocaine

โคเคนเป็นยาเสพติดให้โทษรุนแรงและทำให้ผู้เสพมีอาการติดยาอย่างหนัก ลองดูข้อมูลเหล่านี้เพื่อที่คุณจะได้รู้จักโคเคนและผลกระทบของมันมากยิ่งขึ้น โคเคนคืออะไร โคเคนเป็นยาเสพติดให้โทษรุนแรงและทำให้ผู้เสพมีอาการติดยาอย่างหนัก โคเคนเป็นยาเสพติดที่สกัดได้จากใบของต้นโคคา (coca plant) โคเคนถูกผลิตออกมาในรูปของผงแป้งสีขาวใช้สูดเข้าทางจมูก ส่วนโคเคนที่ถูกผลิตออกมาในรูปของก้อนผลึกจะเรียกว่า crack cocaine ซึ่งผู้เสพจะใช้ยาโดยการสูบผ่านกล้องยาสูบหรือผสมผงโคเคนกับน้ำเปล่าแล้วฉีดเข้าทางเส้นเลือด ผลข้างเคียงระยะสั้น โคเคนถือเป็นสารกระตุ้นประสาทชนิดหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ผู้เสพเมายาอย่างรวดเร็ว รู้สึกคึกคัก มีแรงกำลัง มีอารมณ์เคลิ้มสุข และสมองตื่นตัว เนื่องจากโคเคนจะกระตุ้นให้ระดับของสารโดพามีนในสมองมีเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น ยิ่งเสพโคเคนในปริมาณมากเท่าไหร่ระดับของโดพามีนก็จะสูงขึ้นมากเท่านั้น ส่งผลให้เกิดปัญหาการทำงานของระบบต่างๆ ในสมอง วิธีการเสพโคเคนจะทำให้เกิดอาการเมายาที่แตกต่างกันออกไป เช่น หากเสพด้วยวิธีการสูดผงเข้าทางจมูก ผู้เสพจะมีอาการเมายา 15-30 นาที ส่วนการสูบหรือการฉีดเข้าเส้นเลือดจะทำให้ยาออกฤทธิ์รุนแรงมากกว่า แต่จะมีอาการเมายาในระยะเวลาสั้นๆ เพียง 5-10 นาทีเท่านั้น ผลข้างเคียงระยะสั้น ดังนี้ หัวใจเต้นเร็ว หายใจถี่ ภาวะความดันโลหิตและอุณหภูมิร่างกายสูงผิดปกติ เกิดอาการบดกรามและขบฟันขณะนอนหลับ เบื่ออาหารและนอนไม่หลับ มีอารมณ์เคลิบเคลิ้มมีความสุขและคุยเก่ง รู้สึกอ่อนล้าเหมือนพักผ่อนไม่เพียงพอ มีอารมณ์หงุดหงิดและหวาดระแวง การเสพโคเคนเกินขนาดจะเป็นอันตราย ทำให้ผู้เสพมีพฤติกรรมรุนแรงและมีอารมณ์แปรปรวน การเสพยาที่มากเกินไปอาจส่งผลให้เกิดอาการป่วยที่รุนแรงหรือเกิดภาวะที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกาย เช่น หัวใจวาย เส้นเลือดอุดตัน ชัก หมดสติ และเสียชีวิตได้ในที่สุด นอกจากนี้ การเสพโคเคนเพียงครั้งแรกและครั้งเดียวยังสามารถทำให้ผู้เสพชัก หมดสติ และเสียชีวิตได้ ผลข้างเคียงระยะยาว โคเคนจะทำให้ผู้เสพมีอาการติดยาอย่างหนัก และอาการจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้พวกเขาต้องเสพโคเคนในปริมาณที่มากขึ้นและถี่ขึ้น ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้เสพทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดอุดตันหรือหลอดเลือดแตกและหัวใจวายฉับพลันได้ ผู้ที่เสพโคเคนด้วยการสูดเข้าทางจมูกอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลานานจะทำให้ประสาทสัมผัสเกี่ยวกับการรับกลิ่นบกพร่องและมีปัญหาทางช่องจมูก พวกเขามักมีอาการเลือดกำเดาไหล เสียงแหบแห้ง กลืนอาหารไม่ได้ นอกจากนี้ การฉีดยาเข้าเส้นเลือดยังทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ไวรัสตับ หรือไวรัสเอดส์ การใช้โคเคนเกินขนาดภายในครั้งเดียวจะทำให้พวกเขารู้สึกกระสับกระส่าย หงุดหงิด และฉุนเฉียว นอกจากนี้ยังมีอาการทางจิต เช่น หวาดกลัว หูแว่ว และหลงอยู่ในภาพจินตนาการที่ตนสร้างขึ้น ผลข้างเคียงระยะยาวอื่นๆ ดังนี้ *อาการติดเชื้อในลำไส้ที่เป็นผลมาจากการไหลเวียนของเลือดที่ลดลง *ร่างกายอ่อนเพลีย *คลื่นไส้และปวดท้องน้อย *ปวกศีรษะและแน่นหน้าอก *เบื่ออาหาร เกิดภาวะการขาดสารอาหาร *มีภาวะซึมเศร้าและมีปัญหาทางจิตอื่นๆ *ปัญหาอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมา การเสพโคเคนร่วมกับยาเสพติดอื่นอาจเกิดอันตรายถึงชีวิต จากการศึกษาวิจัยพบว่า การเสพโคเคนร่วมกับการดื่มแอลกอฮอล์สามารถทำให้ผู้เสพเสียชีวิตได้ จะเห็นได้ว่ายาเสพติดชนิดนี้เป็นอันตรายต่อชีวิตมาก โคเคนถูกจัดให้เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ที่ออกฤทธิ์รุนแรงและการใช้ทางการแพทย์จะต้องได้รับการควบคุมและดูแลอย่างใกล้ชิดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การเสพ ครอบครอง จำหน่าย นำเข้า หรือส่งออก จะต้องได้รับโทษทางกฎหมาย หากเสพติดแล้วจะเลิกอย่างไรดี การเลิกโคเคนถือเป็นเรื่องยากและการเลิกที่ได้ผลคือการเข้ารับการรักษาในศูนย์บำบัดยา โดยวิธีการปรับพฤติกรรมหรือพฤติกรรมบำบัดร่วมกับการรักษาอื่นๆ ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มียาตัวใดสามารถรักษาอาการเสพติดโคเคนได้ หากคุณกำลังเสพติดโคเคน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือนักบำบัดเพื่อเข้าร่วมกลุ่มบำบัด วิธีการนี้จะช่วยให้การเลิกยาของคุณได้ผลมากขึ้น หลีกเลี่ยงการทดลองหรือการเสพ เนื่องจากโอกาสที่ผู้เสพจะติดโคเคนนั้นมีสูงมาก โดยสามารถเสพติดได้จากการลองเพียงครั้งเดียว และโคเคนยังสามารถคร่าชีวิตผู้เสพได้จากการใช้เพียงครั้งเดียวเช่นกัน ดังนั้น คุณไม่ควรลองหรือเสพโคเคน เพราะถึงแม้มันไม่ได้คร่าชีวิตคุณ แต่มันอาจทำให้ชีวิตทั้งชีวิตของคุณพังลงได้