โคเคน Cocaine

โคเคนเป็นยาเสพติดให้โทษรุนแรงและทำให้ผู้เสพมีอาการติดยาอย่างหนัก ลองดูข้อมูลเหล่านี้เพื่อที่คุณจะได้รู้จักโคเคนและผลกระทบของมันมากยิ่งขึ้น โคเคนคืออะไร โคเคนเป็นยาเสพติดให้โทษรุนแรงและทำให้ผู้เสพมีอาการติดยาอย่างหนัก โคเคนเป็นยาเสพติดที่สกัดได้จากใบของต้นโคคา (coca plant) โคเคนถูกผลิตออกมาในรูปของผงแป้งสีขาวใช้สูดเข้าทางจมูก ส่วนโคเคนที่ถูกผลิตออกมาในรูปของก้อนผลึกจะเรียกว่า crack cocaine ซึ่งผู้เสพจะใช้ยาโดยการสูบผ่านกล้องยาสูบหรือผสมผงโคเคนกับน้ำเปล่าแล้วฉีดเข้าทางเส้นเลือด ผลข้างเคียงระยะสั้น โคเคนถือเป็นสารกระตุ้นประสาทชนิดหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ผู้เสพเมายาอย่างรวดเร็ว รู้สึกคึกคัก มีแรงกำลัง มีอารมณ์เคลิ้มสุข และสมองตื่นตัว เนื่องจากโคเคนจะกระตุ้นให้ระดับของสารโดพามีนในสมองมีเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น ยิ่งเสพโคเคนในปริมาณมากเท่าไหร่ระดับของโดพามีนก็จะสูงขึ้นมากเท่านั้น ส่งผลให้เกิดปัญหาการทำงานของระบบต่างๆ ในสมอง วิธีการเสพโคเคนจะทำให้เกิดอาการเมายาที่แตกต่างกันออกไป เช่น หากเสพด้วยวิธีการสูดผงเข้าทางจมูก ผู้เสพจะมีอาการเมายา 15-30 นาที ส่วนการสูบหรือการฉีดเข้าเส้นเลือดจะทำให้ยาออกฤทธิ์รุนแรงมากกว่า แต่จะมีอาการเมายาในระยะเวลาสั้นๆ เพียง 5-10 นาทีเท่านั้น ผลข้างเคียงระยะสั้น ดังนี้ หัวใจเต้นเร็ว หายใจถี่ ภาวะความดันโลหิตและอุณหภูมิร่างกายสูงผิดปกติ เกิดอาการบดกรามและขบฟันขณะนอนหลับ เบื่ออาหารและนอนไม่หลับ มีอารมณ์เคลิบเคลิ้มมีความสุขและคุยเก่ง รู้สึกอ่อนล้าเหมือนพักผ่อนไม่เพียงพอ มีอารมณ์หงุดหงิดและหวาดระแวง การเสพโคเคนเกินขนาดจะเป็นอันตราย ทำให้ผู้เสพมีพฤติกรรมรุนแรงและมีอารมณ์แปรปรวน การเสพยาที่มากเกินไปอาจส่งผลให้เกิดอาการป่วยที่รุนแรงหรือเกิดภาวะที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกาย เช่น หัวใจวาย เส้นเลือดอุดตัน ชัก หมดสติ และเสียชีวิตได้ในที่สุด นอกจากนี้ การเสพโคเคนเพียงครั้งแรกและครั้งเดียวยังสามารถทำให้ผู้เสพชัก หมดสติ และเสียชีวิตได้ ผลข้างเคียงระยะยาว โคเคนจะทำให้ผู้เสพมีอาการติดยาอย่างหนัก และอาการจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้พวกเขาต้องเสพโคเคนในปริมาณที่มากขึ้นและถี่ขึ้น ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้เสพทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดอุดตันหรือหลอดเลือดแตกและหัวใจวายฉับพลันได้ ผู้ที่เสพโคเคนด้วยการสูดเข้าทางจมูกอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลานานจะทำให้ประสาทสัมผัสเกี่ยวกับการรับกลิ่นบกพร่องและมีปัญหาทางช่องจมูก พวกเขามักมีอาการเลือดกำเดาไหล เสียงแหบแห้ง กลืนอาหารไม่ได้ นอกจากนี้ การฉีดยาเข้าเส้นเลือดยังทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ไวรัสตับ หรือไวรัสเอดส์ การใช้โคเคนเกินขนาดภายในครั้งเดียวจะทำให้พวกเขารู้สึกกระสับกระส่าย หงุดหงิด และฉุนเฉียว นอกจากนี้ยังมีอาการทางจิต เช่น หวาดกลัว หูแว่ว และหลงอยู่ในภาพจินตนาการที่ตนสร้างขึ้น ผลข้างเคียงระยะยาวอื่นๆ ดังนี้ *อาการติดเชื้อในลำไส้ที่เป็นผลมาจากการไหลเวียนของเลือดที่ลดลง *ร่างกายอ่อนเพลีย *คลื่นไส้และปวดท้องน้อย *ปวกศีรษะและแน่นหน้าอก *เบื่ออาหาร เกิดภาวะการขาดสารอาหาร *มีภาวะซึมเศร้าและมีปัญหาทางจิตอื่นๆ *ปัญหาอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมา การเสพโคเคนร่วมกับยาเสพติดอื่นอาจเกิดอันตรายถึงชีวิต จากการศึกษาวิจัยพบว่า การเสพโคเคนร่วมกับการดื่มแอลกอฮอล์สามารถทำให้ผู้เสพเสียชีวิตได้ จะเห็นได้ว่ายาเสพติดชนิดนี้เป็นอันตรายต่อชีวิตมาก โคเคนถูกจัดให้เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ที่ออกฤทธิ์รุนแรงและการใช้ทางการแพทย์จะต้องได้รับการควบคุมและดูแลอย่างใกล้ชิดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การเสพ ครอบครอง จำหน่าย นำเข้า หรือส่งออก จะต้องได้รับโทษทางกฎหมาย หากเสพติดแล้วจะเลิกอย่างไรดี การเลิกโคเคนถือเป็นเรื่องยากและการเลิกที่ได้ผลคือการเข้ารับการรักษาในศูนย์บำบัดยา โดยวิธีการปรับพฤติกรรมหรือพฤติกรรมบำบัดร่วมกับการรักษาอื่นๆ ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มียาตัวใดสามารถรักษาอาการเสพติดโคเคนได้ หากคุณกำลังเสพติดโคเคน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือนักบำบัดเพื่อเข้าร่วมกลุ่มบำบัด วิธีการนี้จะช่วยให้การเลิกยาของคุณได้ผลมากขึ้น หลีกเลี่ยงการทดลองหรือการเสพ เนื่องจากโอกาสที่ผู้เสพจะติดโคเคนนั้นมีสูงมาก โดยสามารถเสพติดได้จากการลองเพียงครั้งเดียว และโคเคนยังสามารถคร่าชีวิตผู้เสพได้จากการใช้เพียงครั้งเดียวเช่นกัน ดังนั้น คุณไม่ควรลองหรือเสพโคเคน เพราะถึงแม้มันไม่ได้คร่าชีวิตคุณ แต่มันอาจทำให้ชีวิตทั้งชีวิตของคุณพังลงได้

Heroin เฮโรอีน

เฮโรอีนเป็นยาเสพติดที่มีฤทธิ์รุนแรงสังเคราะห์ได้จากเมล็ดฝิ่น บทความที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้จะทำให้คุณรู้จักเฮโรอีนและอันตรายจากการเสพมากขึ้น เฮโรอีนคืออะไร เฮโรอีนเป็นยาเสพติดที่มีฤทธิ์รุนแรงสังเคราะห์ได้จากเมล็ดฝิ่น สาเหตุที่ยังมีผู้เสพเฮโรอีนนั่นเพราะเมื่อเสพแล้วพวกเขาจะรู้สึกเพลิดเพลิน มีความสุข และสบายตัว แต่เฮโรอีนนำมาซึ่งผลกระทบที่รุนแรงและเป็นอันตราย หรืออาจเสียชีวิตได้จากการใช้ยาเกินขนาด เฮโรอีนจะมีลักษณะเป็นผงละเอียดสีขาวหรือขาวเข้มจนถึงสีน้ำตาล หรืออาจมีลักษณะเป็นก้อนเหนียวสีน้ำตาลที่มีสารประกอบของทาร์เรียกว่า “black tar heroin” สีของเฮโรอีนสามารถบอกได้ถึงความบริสุทธิ์ของมันได้ โดยเฮโรอีนที่มีสีขาวขุ่นหรือสีน้ำตาลจะมีส่วนประกอบของสารเคมีอื่นๆ ร่วมด้วยซึ่งจะมีอันตรายมากกว่าสีขาวที่เป็นเฮโรอีนบริสุทธิ์ ผู้เสพจะใช้เฮโรอีนโดยการสูดเข้าทางจมูก สูบ หรือฉีดเข้าทางเส้นเลือด ผลข้างเคียงระยะสั้น เมื่อเสพเฮโรอีนเข้าสู่ร่างกาย มันจะออกฤทธิ์ต่อสมองโดยการแปลสภาพสสารให้กลายเป็นมอร์ฟีน และสสารที่กลายสภาพแล้วนี้จะส่งผลต่อระบบการทำงานของสมอง โดยเฉพาะกับต่อมโอปิออยด์ ซึ่งเป็นต่อมที่ทำหน้าที่ควบคุมความรู้สึกเจ็บปวดหรือความรู้สึกเป็นสุข นอกจากนี้ต่อมโอปิออยด์ยังมีหน้าที่ควบคุมการทำงานอื่นๆ ด้วย เช่น ระบบการหายใจและระบบความดันโลหิต ดังนั้น การเสพเฮโรอีนในปริมาณที่มากเกินไปจะส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจจนอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ฤทธิ์ของเฮโรอีนนั้นจะเกิดขึ้นเร็วมากโดยเฉพาะการฉีดเข้าเส้นเลือดและจะออกฤทธิ์อยู่ได้นานถึง 3-5 ชั่วโมง และเมื่อเฮโรอีนเข้าสู่สมองไม่นาน มันจะทำให้ผู้เสพเกิดอาการอิ่มเอมใจ มีความสุข มีอาการปากแห้ง และตัวแดงจากการไหลเวียนของเลือด นอกจากนี้ ยังเกิดความรู้สึกหนักมือ เท้า หรือขาด้วย และเมื่อยาหมดฤทธิ์ลง ผู้เสพจะมีอาการกึ่งง่วงกึ่งตื่น อาจทำให้เกิดอาการมึนเมาและสมองตื้อ ซึ่งเป็นอาการที่ยังไม่สร่างจากการเมายา เนื่องจากฤทธิ์ของยาได้ไปกดประสาทและระบบประสาทส่วนกลางไว้นั่นเอง ผลข้างเคียงระยะสั้น ดังนี้ *พูดช้าและไม่ชัด *เปลือกตาปิด รูม่านตาหดตัว และมองเห็นไม่ชัดในเวลากลางคืน *ง่วงซึม *รู้สึกว่าตนเองไม่เชื่อมโยงกับสิ่งต่างๆ โดยรอบหรือรู้สึกแปลกแยก *เพ้อคลั่ง ขาดสติ *คลื่นไส้ อาเจียน *ผลข้างเคียงระยะยาว การเสพเฮโรอีนอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานจะทำให้ผู้เสพมีอาการดื้อยา และทำให้ต้องเสพยาในปริมาณที่มากขึ้นจนทำให้เสพติดเฮโรอีนในที่สุด เมื่อเวลาผ่านไป ผู้ที่เสพเฮโรอีนด้วยการฉีดยาเข้ากระแสเลือดจะเกิดภาวะเส้นเลือดหดตัว ทำให้เกิดปัญหาต่อการไหลเวียนของเลือดในบริเวณนั้นๆ นอกจากนี้ การเสพเฮโรอีนเป็นระยะเวลานานยังทำให้เกิดโรคต่างๆ ที่เกี่ยวกับปอดได้ เช่น โรคปอดอักเสบหรือวัณโรค เป็นต้น ผลข้างเคียงระยะยาว ดังนี้ ติดเชื้อในกระแสเลือด เป็นโรคตับหรือโรคไต เป็นฝีขนาดใหญ่จากการติดเชื้อจากวิธีการฉีดยาเข้าเส้นเลือด ปัญหาอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมา เฮโรอีนถือเป็นยาสเสพติดชนิดหนึ่งที่ทำให้ผู้เสพเสี่ยงต่อการใช้ยาเกินขนาดไม่ว่าจะเป็นการเสพวิธีใดก็ตาม และจะทำให้ผู้เสพมีอาการหายใจแผ่วและช้าลง ชัก และเสียชีวิตได้ หากเสพด้วยวิธีการฉีดเข้าเส้นเลือด ผู้เสพจะมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอดส์ ไวรัสตับ หรือเชื้อไวรัสอื่นๆ เพราะผู้เสพส่วนใหญ่มีการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน กลุ่มคนที่เสพเฮโรอีนจะไม่มีทางทราบได้เลยว่ายาที่พวกเขาเสพนั้นบริสุทธิ์มากน้อยเพียงใด เนื่องจากผงเฮโรอีนมักถูกผสมด้วยสารประกอบต่างๆ เช่น น้ำตาล แป้ง ยาควินีน และสารพิษต่างๆ อย่างยาเบื่อหนู โดยส่วนประกอบเหล่านี้จะส่งผลร้ายและเพิ่มความเสี่ยงต่อผู้ที่เสพยาเกินขนาด นอกจากนี้ ยังส่งผลร้ายแรงถาวรต่อระบบสมอง ปอด ไต และตับ การเสพเฮโรอีนในหญิงมีครรภ์ จะทำให้เกิดภาวะแท้งเฉียบพลันหรือเด็กที่คลอดออกมาจะมีน้ำหนักตัวน้อยมากผิดปกติ และเด็กที่เกิดจากแม่ที่ติดเฮโรอีนพวกเขาจะเสพติดเช่นกัน นอกจากนี้ยังทำให้มีปัญหาทางสุขภาพอื่นๆ ตามมาทำให้ต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง เฮโรอีนถูกจัดให้เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เนื่องจากเฮโรอีนเป็นยาเสพติดที่มีฤทธิ์รุนแรงและมีอันตรายต่อสุขภาพ ทั้งยังไม่มีประโยชน์ใดๆ ทางการแพทย์ ดังนั้น ผู้ที่ผลิต จำหน่าย ครอบครอง และเสพ ต้องได้รับโทษทางกฎหมายทั้งถูกปรับและจำคุก แล้วจะเลิกเสพเฮโรอีนได้อย่างไร เมื่อติดเฮโรอีนแล้วก็ยากนักที่จะเลิกได้ ผู้เสพส่วนใหญ่ที่พยายามเลิกต้องพบกับอุปสรรคจากอาการถอนยาที่รุนแรง อาการของผู้ที่กำลังพยายามเลิกเฮโรอีนจะมีอาการลงแดงเกิดขึ้นเร็วมากภายใน 6-12 ชั่วโมง หลังจากการเสพครั้งสุดท้าย และจะมีอาการอยู่ถึง 5-12 วันเมื่อไม่เสพยา อาการต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับผู้เลิกยา ดังนี้ *นอนไม่หลับ *เกิดภาวะซึมเศร้า *รู้สึกกระสับกระส่าย *ปวดกระดูกและกล้ามเนื้อ *ท้องร่วง *อาเจียน *รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ สลับไปมา *มือ เท้า หรือกล้ามเนื้อกระตุก *มีอาการลงแดงอย่างหนัก การเสพติดเฮโรอีนในผู้ที่มีสภาพร่างกายอ่อนแอนั้นเป็นอันตรายอย่างยิ่งเมื่อผู้นั้นต้องการเลิกยาเพราะการถอนยาอาจทำให้พวกเขาเสียชีวิตได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เลิกยาได้แล้วก็ยังมีความต้องการยาได้แม้จะผ่านมาหลายปี โดยเฉพาะ เมื่อพวกเขาอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงที่ทำให้คิดถึงพฤติกรรมการเสพยา ดังนั้น ผู้ที่สามารถเลิกยาได้ส่วนใหญ่จะกลับไปเสพมันอีกครั้ง การรักษาอาการเสพติดเฮโรอีนโดยการใช้เภสัชบำบัดร่วมด้วยจะเป็นการช่วยผู้ป่วยจากอาการถอนยาอันทรมานและช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยกลับไปเสพยาอีก ซึ่งการรักษาแบบเภสัชบำบัดนี้จะต้องได้รับคำแนะนำและการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือนักบำบัดเฉพาะทางเท่านั้น อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมบำบัดก็สามารถช่วยให้ผู้ป่วยหลุดจากภาวะอาการเสพติดยาได้เช่นกัน รวมไปถึง การเข้าร่วมกลุ่มบำบัดเพื่อรับคำแนะนำเกี่ยวกับการดำรงชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งยา ดังนั้น การรักษาที่ได้ผลดีที่สุดคือ การรักษาแบบเภสัชบำบัดร่วมกับพฤติกรรมบำบัด หลีกเลี่ยงการทดลองหรือการเสพ โอกาสที่ผู้เสพเฮโรอีนจะติดยานั้นมีมากกว่าการเสพยาชนิดอื่นๆ แม้จะเป็นการเสพครั้งแรกหรือเพียงครั้งเดียวเท่านั้นและอาจถึงขึ้นทำให้ผู้เสพเสียชีวิตได้เลยทีเดียว ดังนั้น คุณต้องพยายามไม่ให้ตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเสพเฮโรอีนไม่ว่าจะกรณีใดๆ ก็ตาม คุณไม่ควรใส่ใจคำชักชวนหรืออาจต้องพยายามอดทนกับภาวะกดดันจากกลุ่มเพื่อนให้ได้เพื่อรักษาชีวิตอันมีค่าของคุณไว้ เพราะถึงแม้เฮโรอีนอาจไม่ได้คร่าชีวิตคุณแต่มันอาจทำลายชีวิตคุณทั้งชีวิตได้เลยทีเดียว

โทษของ: กัญชา

กัญชาจะออกฤทธิ์หลายอย่างกับระบบประสาทส่วนกลาง โดยจะกระตุ้นการกดประสาทและทำให้ผู้เสพเกิดอาการประสาทหลอน สารที่อยู่ในกัญชานั้นมีด้วยกันหลายชนิด ทว่าสารสำคัญที่สุดที่ออกฤทธิ์นั้นจะมีผลต่อสมองและร่างกาย ผู้เสพจะมีภาวะอารมณ์และจิตใจที่เปลี่ยนแปลงไป โดยในเบื้องต้นฤทธิ์จากกัญชาจะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของระบบประสาท ทำให้ผู้เสพเกิดความตื่นเต้น ตื่นตัว คุยเก่ง สนุกสนานและหัวเราะร่าเริงได้ตลอดเวลา แต่ในเวลาต่อมาจะเข้าไปกดประสาท ส่งผลให้มีอาการเหมือนเมาสุราอ่อนๆ และมีอาการง่วงซึม   อย่างไรก็ตาม หากร่างกายได้รับปริมาณสารเสพติดชนิดนี้เข้าไปมากเกินขนาดก็จะเกิดภาวะประสาทหลอน เห็นภาพลวงตา หูแว่ว ระบบความคิดเกิดการสับสน มึนงง ไม่สามารถควบคุมตนเองได้ กระทั่งในที่สุด ฤทธิ์จากกัญชาก็จะเข้าไปทำลายสมอง ปอดและทำลายระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้เสื่อมสภาพทรุดโทรมต่อไป  

โทษของ: ยาบ้า

ยาบ้า (ยาม้า เมทแอมเฟตามีน หรือแอมเฟตามีน) มีลักษณะเป็นเม็ดกลมสีส้ม แดง น้ำตาล เขียว มีอักษร WY, Y, R ออกฤทธิ์โดยการเข้าไปกระตุ้นประสาท ทำให้ผู้เสพมีอาการติดยาทั้งทางร่างกายและจิตใจ เมื่อฤทธิ์ยาเข้าสู่ร่างกายในช่วงระยะแรกที่เสพใหม่ๆ มันจะออกฤทธิ์กระตุ้นร่างกายให้เกิดการตื่นตัว ไม่ง่วง ตื่นตัวมีกำลังวังชา ทำให้อัตราการเต้นของจังหวะหัวใจเร็วขึ้น ความดันโลหิตสูง มีอาการใจสั่น ตึงเครียด เมื่อฤทธิ์ยาหมดลงผู้เสพจะมีอาการอ่อนเพลียมากกว่าปกติ ระบบสั่งการทางสมองทำงานช้าลง การตัดสินใจช้าและเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้นได้   หากยังคงเสพยาบ้าติดต่อกันเป็นเวลานานหรือเสพมากเกินขนาด ฤทธิ์ยาก็จะยิ่งทำลายสมองให้เสื่อม มีอาการประสาทหลอน เกิดภาพลวงตา วิตกกังวล หวาดระแวง เสียสติ คลุ้มคลั่งเป็นบ้าจนสามารถทำร้ายผู้อื่นและตนเองได้ และหากเสพยาเข้าไปมากเกินปริมาณ ฤทธิ์ยาจะเข้าไปกดประสาทและระบบหายใจ ส่งผลให้เกิดภาวะหมดสติและทำให้เสียชีวิตได้ในที่สุด

ตำรวจแถลงผลกวาดล้างยาเสพติดในช่วงก่อนและช่วงเทศกาลสงกรานต์

พลตำรวจเอกเฉลิมเกียรติ  ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการจับกุมตามแผนป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมและยาเสพติด ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งขบวนการค้ายาเสพติด มักจะลักลอบลำเลียงยาเสพติด ในช่วงที่ประชาชนเดินทางกันเป็นจำนวนมาก โดยผลการกวาดล้างจับกุม รวมถึงการเข้าปิดล้อมตรวจค้นชุมชนและสถานบริการ ช่วงระหว่างวันที่ 28 มีนาคม ถึง 17 เมษายน 2561 มีการจับกุมทั้งสิ้น 88 คดี ได้ผู้ต้องหา และผู้ต้องหาที่มีหมายจับติดตัว รวม  241 คน ได้ของกลางเป็นยาบ้ากว่า 170,000 เม็ด, ไอซ์ 254 กิโลกรม, เฮโรอีน 54 กิโลกรัม กระท่อม 110 กิโลกรัม, ยาอี 742 เม็ด และยึดทรัพย์สินจากการค้ายาเสพติดได้อีกกว่า 11 ล้านบาท นิทาน สำหรับการจับกุมรายสำคัญ เป็นการจับกุมไอซ์ 250 กิโลกรัม เมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สืบทราบว่าขบวนการค้ายาเสพติดชาวม้ง จะลักลอบลำเลียงไอซ์ ใช้เส้นทางในจังหวัดพะเยา จึงติดตามจนพบรถบรรทุกสินค้าเกษตรเข้ามาจอดในปั๊มน้ำมัน บนถนนเชียงคำ-จุน โดยคนขับและเด็กรถท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงใช้เครื่องเอกซ์เรย์ สแกนตรวจจนพบไอซ์ซุกซ่อนอยู่ ซึ่งจากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การว่า รับจ้างจากนายทุนในประเทศเพื่อนบ้านทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือขนลำเลียงไอซ์ไปส่งที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อลำเลียงลงไปยังภาคใต้ และส่งออกประเทศที่ 3 ต่อไป ทั้งนี้การจับกุมไอซ์ตั้งแต่ต้นปีจนถึงช่วงสงกรานต์ มีทั้งสิ้นกว่า 2 ตัน ซึ่งมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากความนิยมในยาบ้าลดลง

ป.ป.ส.ตัดวงจรเงินแก๊งค้ายา นำทรัพย์สินขายทอดตลาด มูลค่ากว่า40ล.

ป.ป.ส.ตัดวงจรเงินแก๊งค้ายา นำทรัพย์สินขายทอดตลาด มูลค่ากว่า40ล.

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 3 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นประธานเปิดงานขายทอดตลาดทรัพย์สินคดียาเสพติดประเภทที่ไม่เหมาะสมกับการเก็บรักษา และประเภทที่ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ซึ่งได้นำทรัพย์สินจากคดียาเสพติดมาเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้ประมูล ประกอบด้วยรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถบิ๊กไบค์ ทองรูปพรรณ เครื่องประดับ กระเป๋าแบรนด์เนม และวัตถุมงคล รวมทั้งหมด 395 รายการ ราคาประเมินกว่า 40 ล้านบาท สำหรับความน่าสนใจของการประมูลครั้งนี้มีรถซูเปอร์คาร์ และรถยนต์หรู อาทิ ยี่ห้อลัมโบร์กินี และเมอซิเดสเบนซ์ ส่วนบิ๊กไบค์ก็มี ฮาเล่ย์ เดวิดสัน ดูคาติ และบีเอ็มดับบริว ซึ่งมีประชาชนมาติดตามและร่วมการประมูลจำนวนมาก ตั้งแต่ปี 2559 ถึง ปี 2561 นายศิรินทร์ยา กล่าวว่า ป.ป.ส. ได้จัดการขายทอดตลาดทรัพย์สินในคดีเกี่ยวกับยาเสพติด ทั้ง 9 ภาค และ ทรัพย์สินส่วนกลาง โดยจัดการประมูล เป็นประจำทุกเดือน และประมูลครั้งใหญ่ 1 ครั้งต่อปี ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ศาลได้มีคำพิพากษาให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยจะนำเงินที่ได้จากการประมูลใช้สนับสนุนการดำเนินงานตามมาตรการป้องกัน บำบัด และปราบปรามยาเสพติด รวมถึงสนับสนุนให้กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อดำเนินงานด้านยาเสพติดโดยในรอบ 2 ปีที่ผ่านมาทาง ป.ป.ส. สามารถดำเนินการขายทอดตลาดทั่วประเทศได้ทรัพย์สินประมาณ 420 ล้านบาท “ทรัพย์สินสำคัญในการประมูลครั้งนี้ คือ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อลัมโบร์กินี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้จากผู้ต้องหาเครือข่ายคดียาเสพติดรายใหญ่ทางภาคเหนือ ที่ทำการลักลอบเข้ามาจำหน่ายในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ฉายา “หนึ่ง สำโรง” โดยได้ทำการจับกุมเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2560 ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ พบของกลางเป็นยาบ้า 180,000 เม็ด พร้อมรถยนต์ โฉนดที่ดินห้องชุดหลายรายการ รวมมูลค่ากว่า 61 ล้านบาท ซึ่งทางเจ้าตัวก็ยอมรับว่าได้นำเงินจากการขายยาเสพติดซื้อรถยนต์ในราคา 24 ล้านบาท” นายศิรินทร์ยา กล่าว ทั้งนี้ สำหรับเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์สิน จะนำไปสนับสนุนให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อใช้จ่ายในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งคาดว่าจะได้เงินเข้ากองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดได้สูงถึงปีละ 350 ล้านบาท

จับ ‘ยาอีรูปการ์ตูน’ ชนิดใหม่ เผยมีฤทธิ์ปลุกเซ็กซ์

จับกุมแก๊งค้ายา ยึดยาอีตัวการ์ตูนชนิดใหม่สีสันสดใส นำเข้าจากประเทศเนเธอร์แลนด์ มีฤทธิ์ปลุกอารมณ์ทางเพศ ทำให้เคลิบเคลิ้ม วัยรุ่นเสี่ยงโดนข่มขืน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข แถลงผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 7 คดี จับกุมผู้ต้องหาได้ 13 คน พร้อมของกลาง เป็นยาไอซ์ 447 กิโลกรัม เฮโรอีน 304 กิโลกรัม ยาบ้า 526,450 เม็ด ยาอี 5,731 เม็ด รวมมูลค่าของกลางทั้งหมด ประมาณ 859 ล้านบาท โดยหนึ่งในคดีที่น่าสนใจ คือการจับกุม น.ส.อัมพิกา หรือ อ้อแอ้ ปะติตัง น.ส.วรารัตน์ หรือแอ๋ม จันทมาส อายุ 25 ปี และนายทรงพล ทมิยะ อายุ 33 ปี พร้อมของกลาง ยาอี 5,731 เม็ด โดยสามารถจับกุมได้ที่ริมฟุตปาธหน้าร้านค้าสวัสดิการ สโมสรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สืบเนื่องจากสายลับแจ้งว่า น.ส.อัมพิกา น.ส.วรารัตน์ และนายทรงพล มีพฤติการณ์ลักลอบนำยาอีเข้ามาในราชอาณาจักรจากประเทศเนเธอร์แลนด์บ่อยครั้ง เจ้าหน้าที่จึงวางแผนสะกดรอยติดตามจับกุม พบยาอีถูกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพายของ น.ส.อัมพิกา จึงควบคุมตัวมาสอบสวนขยายผล นิทาน สำหรับยาอีกดังกล่าว ที่นำมาจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ในราคาเม็ดละ 60 บาท แต่เมื่อนำเข้ามาในประเทศไทยจะมีมูลค่าสูงกว่า 10 เท่า หรือประมาณ 600 บาท โดยยาอีที่ผลิตนั้นเป็นรูปตัวการ์ตูนมีสีสันหลากหลาย ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่นักเรียน นักศึกษา เมื่อเสพเข้าไปจะออกฤทธิ์ให้มีความรู้สึกเพลิดเพลิน และกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ นับว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่ง และถือเป็นเรื่องภัยคุกคามทางเพศที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในเมืองไทย หากผู้ปกครองคนใดสังเกตเห็นบุตรหลานของท่าน มียาตัวการ์ตูนในลักษณะดังกล่าว สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันที

รวบ 2 เอเย่นต์ค้ายาเสพติด ยึดยาบ้า-ไอซ์ พร้อมอาวุธปืน

รวบ 2 เอเย่นต์ค้ายาเสพติด ยึดยาบ้า-ไอซ์ พร้อมอาวุธปืน

ตำรวจหนองแขม รวบ 2 เอเย่นค้ายา ยึดยาบ้า 11,521 เม็ด ไอซ์ 235 กรัม และอาวุธปืนอีก 2 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 15 ก.พ.2561 พ.ต.อ.อชิรวิทย์ ทองจันดี ผกก.สน.หนองแขม พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธัชชัย ทิพเนตร รอง ผกก.ป.สน.หนองแขม นำกำลังจับกุม นายอนุกูล สถาอุ่น อายุ 33 ปี และ นายธนภาค สายหงษ์ อายุ 26 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 11,521 เม็ด ไอซ์ 235 กรัม อาวุธปืน ขนาด 11 มม. 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน 63 นัด และอาวุธปืนขนาด 9 มม. พร้อมเครื่องกระสุนปืน 9 นัด โดยจับกุมนายอนุกูล ได้ที่สวนหย่อมหอพักรุ่งสว่างเพลส ซอยเพชรเกษม 77 แขวงและเขตหนองแขม กรุงเทพฯ ก่อนขยายผลไปจับกุม นายธนภาค ได้ที่ห้องพักเลขที่ 201 ซึ่งอยู่ภายในหอพักเดียวกัน พ.ต.อ.อชิรวิทย์ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อกลางดึกวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นคืนวันวาเลนไทน์มีชาวบ้านในหอพักรุ่งสว่างเพลส แจ้งเหตุร้องทุกข์มาที่ชุดปฏิบัติการสายตรวจ สน.เพชรเกษม ว่า ที่ห้องพักเลขที่ 201 ของหอพักดังกล่าว มีวัยรุ่นเข้ามามั่วสุมกัน และมีพฤติการณ์คล้ายกับมีการเสพยา เมื่อนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พบนายอนุกูล เจ้าของห้องนั่งอยู่ที่โต๊ะม้าหินในสวนหย่อมด้วยท่าทีมีพิรุธ เมื่อตำรวจขออนุญาตตรวจค้นพบอาวุธปืนเถื่อน ขนาด 11 มม.ที่เอวของผู้ต้องหา และในกระเป๋าสะพายมียาเสพติดด้วยจำนวนหนึ่ง จากนั้นเมื่อนำตัวขึ้นไปขยายผลที่ห้องพักเลขที่ 201 พบนายธนภาค เพื่อนของ นายอนุกูล ซึ่งเดินทางมาในห้องพักพร้อมของกลาง อาวุธปืนเถื่อนขนาด 9 มม.โดยจากการตรวจค้นพ้องหักพบยาเสพติดทั้งยาบ้าและยาไอซ์ทั้งหมดอยู่ในความครอบครองของผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย จึงคุมตัวมาสอบสวนดำเนินคดีที่ สน.หนองแขม นายอนุกูล รับสารภาพว่า ตนมีอาชีพเป็นช่างเดินเครื่องเสียงรถยนต์ รายได้ไม่พอใช้ จึงรับงานส่งยาเสพติดให้เอเย่นต์ชื่อ นายหรั่ง (ไม่ทราบชื่อและนามสกุล) โดยนายหรั่ง จะโทรศัพท์มาสั่งให้ไปรับยาเสพติดทั้งยาบ้าและยาไอซ์ ตามสถานที่ต่างๆ เพื่อนำมาพักรอไว้ที่ห้อง ก่อนจะสั่งการให้นำไปส่งลูกค้าย่านถนนเพชรเกษม ได้ค่าจ้างเที่ยวละ 8,000 -10,000 บาท กับยาเสพติดทั้งยาบ้าและไอซ์ ที่แบ่งมาให้ตนไว้เสพเองอีกคราวละเล็กน้อย ส่วน นายธนภาค นั้น เป็นเพื่อนในกลุ่มที่เดินทางมาร่วมเสพยาในห้องด้วยกัน บางครั้งที่ตนขาดแคลนยา นายธนภาค ก็จะซื้อหามาให้แบ่งกันเสพ ด้าน พ.ต.ท.ธัชชัย เปิดเผยว่า เบื้องต้นแจ้งข้อหา มียาบ้าและยาไอซ์ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต แก่ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ส่วนนายหรั่ง ซึ่งเป็นเอเย่นต์ว่าจ้าง นายอนุกูล เป็นผู้รับส่งยาเสพติดให้ลูกค้านั้น กำลังประสานงานกับฝ่ายสืบสวน ดำเนินการติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ตะลึง! วัยรุ่นนำระเบิดและปืนแลกซื้อยาบ้าได้

ตะลึง! วัยรุ่นนำระเบิดและปืนแลกซื้อยาบ้าได้

รวบพ่อค้ายาอุบลฯ เผยวัยรุ่นนำระเบิดและปืนแลกซื้อยาบ้าได้ ค้นห้องพักเจอระเบิด เอ็ม26 1 ลูก กระสุนปืน 4 นัด ยาบ้า 200 เม็ด เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา พ.ต.อ.สานิตย์ ไชยสถิตย์ ผกก.สส.ภ.จ.อุบลราชธานี นำเจ้าหน้าที่สืบสวนชุดปราบปรามยาเสพติด ร่วมกับ พ.ต.ท.ศิริพงษ์ สุดา รอง ผกก.สส.สภ.เมือง พ.ต.ท.บวรศักดิ์ คำรังษี สว.สส.สภ.เมืองอุบลฯ จับกุมนายศักดา คำแดง อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 353หมู่ที่ 1 ต.โขงเจียม อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี พร้อมของกลางยาบ้า 200 เม็ด ระเบิดสังหารชนิดขว้าง เอ็ม 26 จำนวน 1 ลูก กระสุนปืน .32 จำนวน 2 นัด กระสุนปืน .38 จำนวน 2 นัด โดยจับกุมได้ที่ห้อง 107 หอพักแห่งหนึ่งบ้านท่าบ่อ หมู่ที่ 2 ต.แจระแม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี พ.ต.อ.สานิตย์ ไชยสถิตย์ ผกก.สส.ภ.จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า ตำรวจสืบทราบว่ามีการลักลอบจำหน่ายยาบ้าให้กับวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษา คนทำงานกลางคืนในเขต อ.เมือง จ.อุบลฯ โดยจะมีการซื้อขายยาบ้าที่ห้องหมายเลข 107 หอพักแห่งหนึ่ง อยู่บ้านท่าบ่อ หมู่ที่ 2 ต.แจระแม อ.เมือง จ.อุบลฯ จึงนำกำลังออกไปตรวจสอบพร้อมส่งสายเข้าล่อซื้อยาบ้า โดยนัดหมายส่งยาบ้าที่บริเวณถังขยะหน้าหอพัก ต่อมาพบนายศักดา คำแดง นำยาบ้ามาส่งให้กับสาย เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเพื่อจับกุม แต่นายศักดาไหวตัววิ่งหลบหนีเข้าไปในห้องพักหมายเลข 107 เจ้าหน้าที่จึงวางกำลังเข้าปิดล้อม ใช้กุญแจสำรองของหอพักบุกเข้าจับกุมตัว พร้อมนำผู้ต้องหาออกมาจากห้องพักเนื่องจากตรวจพบระเบิดและเครื่องกระสุนปืนอยู่ภายในห้องพัก จากนั้นได้ประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด EOD จากกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลฯมาตรวจสอบพบระเบิดสังหารชนิดขว้าง เอ็ม 26 จำนวน 1 ลูกอยู่กล่องไม้วางอยู่หลังตู้เย็นและกระสุนปืน .32 จำนวน 2 นัด กระสุนปืน .38 จำนวน 2 นัด นายศักดา คำแดง ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เดิมตนมีอาชีพเป็น ร.ป.ภ. หรือการ์ด ผับดังแห่งหนึ่งในตัวเมืองอุบลฯหลังจากที่ผับถูกสั่งปิด จึงได้หันมาค้ายาบ้า ส่วนยาบ้าได้สั่งซื้อทางไลน์ ชื่อ “ดีต่อใจ” จะนัดหมายมาส่งตามสถานที่ต่างๆ เช่นถังขยะ ริมถนน หรือใต้ต้นไม้ ทุกครั้งที่สั่งยาบ้าจะต้องโอนเงินเข้าบัญชีก่อน จะสั่งยาบ้ามาครั้งละ 1 มัด ประมาณ 2,000 เม็ด นำมาขายให้วัยรุ่นราคาเม็ดละ 250-300 บาท บางครั้งลูกค้าไม่มีเงินก็นำอาวุธปืนและลูกระเบิดมาแลก สำหรับระเบิดและปืนก็จะเสนอขายทางเฟซบุ๊ก ใช้ชื่อว่า สุนิสา ดำรง (เฟซบุ๊กปลอม) ในการติดต่อซื้อขายจัดส่งทางพัสดุของเอกชน ซึ่งลักลอบขายยาบ้ามานานแล้วจนกระทั่งมาถูกล่อซื้อจับกุมดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และมีวัตถุระเบิดพร้อมเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุบลฯดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พ.ร.บ.ยาเสพติดใหม่...คืนความเป็นธรรม'ผู้เสพ'

พ.ร.บ.ยาเสพติดใหม่…คืนความเป็นธรรม’ผู้เสพ’

“ทีมล่าความจริง” ได้นำเสนอปฏิบัติการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายย่อยในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งพบว่ายาเสพติดระบาดหนักมากในกลุ่มเยาวชน วัยรุ่น และคนทำงาน ทั้งๆ ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเองก็สามารถปราบปรามจับกุมผู้ค้ารายใหญ่ได้จำนวนมาก ล่าสุดวันนี้ ตำรวจน้ำ จังหวัดบึงกาฬ จับกุมนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าสะอาด อำเภอเซกา ขณะลักลอบนำยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านมาขายให้กับผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ ไปติตตามปฏิบัติการนี้ พร้อมเจาะลึกแนวทางแก้ไขปัญหาด้วยกฎหมายที่เพิ่งแก้ไขใหม่ นายสังวาลย์ ศรีทุมมี หรือนายกเล่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าสะอาด ตำบลท่าสะอาด อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ ถูกตำรวจน้ำ ตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ และเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จับกุมขณะกำลังนำยาบ้ากว่า 500 เม็ด พร้อมยาไอซ์ 8 กรัมไปส่งให้ผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ ปฏิบัติการจับกุมนายกเล่ในครั้งนี้ สืบเนื่องจากตำรวจน้ำบึงกาฬสืบทราบว่า นายกเล่มีพฤติกรรมจำหน่ายยาเสพติดมานานกว่า 3 ปีแล้ว โดยนำยาเสพติดมาจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อมาจำหน่ายให้กับผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่อีกทอดหนึ่ง โดยจะรับยามาครั้งละ 4,000-8,000 เม็ด ตำรวจจึงติดตามและสกัดจับได้ในที่สุด จากการตรวจค้นภายในบ้านพัก เจ้าหน้าที่พบปืนลูกซองพร้อมเครื่องกระสุน สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารที่มีเงินหมุนเวียน 1 ล้านบาท และเอกสารเกี่ยวกับการจำหน่ายยาเสพติดหลายรายการ นายสังวาลย์ หรือนายกเล่ สารภาพกับตำรวจว่า เขาจำหน่ายยาเสพติดมานานกว่า 1 ปีแล้ว โดยวิธีการรับ-ส่งยาเสพติด เครือข่ายจะพายเรือข้ามฝั่งมายังประเทศไทย ก่อนซุกซ่อนยาเสพติดไว้ตามหลักกิโล จากนั้นก็โทรศัพท์ติดต่อให้เขาไปรับมาอีกทอดหนึ่ง การจับกุมผู้จำหน่ายยาเสพติดรายย่อยในแต่ละพื้นที่ ถือเป็นมาตรการที่เจ้าหน้าที่ระดมกวาดล้างอย่างต่อเนื่อง ระหว่างวันที่ 21 ถึง 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา ถือเป็นความพยายามจับกุมยาเสพติดทั่วทั้งประเทศ หลังจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. มีข้อมูลว่า ในช่วงนี้มียาเสพติดโดยเฉพาะยาบ้าทะลักเข้าประเทศจำนวนมาก เส้นทางในการลักลอบลำเลียงส่วนใหญ่ยังมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อส่งขายยังภาคใต้และต่อไปยังประเทศที่สาม ซึ่งระหว่างทางมีจำนวนหนึ่งแบ่งขายให้ผู้ค้าในประเทศไทย โดยการกระจายต่อไปยังชุมชน ด้วยเหตุนี้การติดตามจับกุมผู้ค้ารายย่อยจึงมีความจำเป็นไม่แพ้การเด็ดยอดผู้ค้ารายใหญ่ การกวาดจับผู้ค้ารายย่อย แม้ด้านหนึ่งจะช่วยตัดวงจรกระจายยาเสพติดในระดับชุมชน แต่ผลอีกด้านหนึ่งที่ตามมาก็คือปัญหานักโทษล้นคุก เพราะมีผู้กระทำความผิดจำนวนมาก ประกอบกับที่ผ่านมากฎหมายยาเสพติดไม่มีความยืดหยุ่นมากพอ ใช้การคำนวณปริมาณยาในการตัดสินความผิด จึงเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติทำงานคล้ายเหวี่ยงแห กวาดจับผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเข้าคุกทั้งหมด ทั้งๆ ที่บางคนเป็นเพียงผู้เสพ ยังสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้ ไม่ควรส่งตัวเข้าเรือนจำเสมือนเป็นการตีตราเป็น “คนคุก” จนกลับคืนสู่สังคมปกติไม่ได้ เหตุนี้เองจึงมีความพยายามแก้ไขปรับปรุงเนื้อหาในพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ซึ่งเพิ่งประกาศใช้เมื่อไม่นานมานี้ เปิดช่องให้ผู้กระทำผิดต่อสู้คดีพิสูจน์เจตนาของตนเองได้ว่าไม่ใช่ผู้ค้า แต่เป็นผู้เสพเท่านั้น ขณะเดียวกันก็ปรับปรุงอัตราโทษในความผิดฐานผลิต นำเข้า หรือส่งออกยาเสพติด ให้เหมาะสมกับพฤติการณ์ด้วย นอกจากการแก้ไขกฎหมายยาเสพติดที่เปิดช่องให้ศาลใช้ดุลพินิจในการตัดสินความผิดของผู้ครอบครองยาเสพติดได้อย่างเหมาะสมแล้ว เลขาธิการ ป.ป.ส. ยังบอกอีกว่า ป.ป.ส.พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังได้เปิดโครงการ “คลินิคจิตสังคม” เพื่อให้คำปรึกษาด้านจิตสังคมแก่ผู้ต้องหาคดียาเสพติดและคดีความรุนแรงในครอบครัวในระบบศาล โดยเน้นให้คำปรึกษาแก่ผู้ต้องขังหรือจำเลยในคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด คดีความรุนแรงในครอบครัว หรือคดีที่มีโทษไม่ร้ายแรงซึ่งได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว หรือการประกันตัว ซึ่งจะมีผู้ให้คำปรึกษาที่ผ่านการอบรมด้านการให้คำปรึกษาด้านจิตสังคม โดยมุ่งหวังให้ผู้ต้องหาปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และป้องกันการกระทำผิดซ้ำอีกด้วย