ตะลึง! วัยรุ่นนำระเบิดและปืนแลกซื้อยาบ้าได้

ตะลึง! วัยรุ่นนำระเบิดและปืนแลกซื้อยาบ้าได้

รวบพ่อค้ายาอุบลฯ เผยวัยรุ่นนำระเบิดและปืนแลกซื้อยาบ้าได้ ค้นห้องพักเจอระเบิด เอ็ม26 1 ลูก กระสุนปืน 4 นัด ยาบ้า 200 เม็ด เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา พ.ต.อ.สานิตย์ ไชยสถิตย์ ผกก.สส.ภ.จ.อุบลราชธานี นำเจ้าหน้าที่สืบสวนชุดปราบปรามยาเสพติด ร่วมกับ พ.ต.ท.ศิริพงษ์ สุดา รอง ผกก.สส.สภ.เมือง พ.ต.ท.บวรศักดิ์ คำรังษี สว.สส.สภ.เมืองอุบลฯ จับกุมนายศักดา คำแดง อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 353หมู่ที่ 1 ต.โขงเจียม อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี พร้อมของกลางยาบ้า 200 เม็ด ระเบิดสังหารชนิดขว้าง เอ็ม 26 จำนวน 1 ลูก กระสุนปืน .32 จำนวน 2 นัด กระสุนปืน .38 จำนวน 2 นัด โดยจับกุมได้ที่ห้อง 107 หอพักแห่งหนึ่งบ้านท่าบ่อ หมู่ที่ 2 ต.แจระแม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี พ.ต.อ.สานิตย์ ไชยสถิตย์ ผกก.สส.ภ.จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า ตำรวจสืบทราบว่ามีการลักลอบจำหน่ายยาบ้าให้กับวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษา คนทำงานกลางคืนในเขต อ.เมือง จ.อุบลฯ โดยจะมีการซื้อขายยาบ้าที่ห้องหมายเลข 107 หอพักแห่งหนึ่ง อยู่บ้านท่าบ่อ หมู่ที่ 2 ต.แจระแม อ.เมือง จ.อุบลฯ จึงนำกำลังออกไปตรวจสอบพร้อมส่งสายเข้าล่อซื้อยาบ้า โดยนัดหมายส่งยาบ้าที่บริเวณถังขยะหน้าหอพัก ต่อมาพบนายศักดา คำแดง นำยาบ้ามาส่งให้กับสาย เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเพื่อจับกุม แต่นายศักดาไหวตัววิ่งหลบหนีเข้าไปในห้องพักหมายเลข 107 เจ้าหน้าที่จึงวางกำลังเข้าปิดล้อม ใช้กุญแจสำรองของหอพักบุกเข้าจับกุมตัว พร้อมนำผู้ต้องหาออกมาจากห้องพักเนื่องจากตรวจพบระเบิดและเครื่องกระสุนปืนอยู่ภายในห้องพัก จากนั้นได้ประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด EOD จากกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลฯมาตรวจสอบพบระเบิดสังหารชนิดขว้าง เอ็ม 26 จำนวน 1 ลูกอยู่กล่องไม้วางอยู่หลังตู้เย็นและกระสุนปืน .32 จำนวน 2 นัด กระสุนปืน .38 จำนวน 2 นัด นายศักดา คำแดง ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เดิมตนมีอาชีพเป็น ร.ป.ภ. หรือการ์ด ผับดังแห่งหนึ่งในตัวเมืองอุบลฯหลังจากที่ผับถูกสั่งปิด จึงได้หันมาค้ายาบ้า ส่วนยาบ้าได้สั่งซื้อทางไลน์ ชื่อ “ดีต่อใจ” จะนัดหมายมาส่งตามสถานที่ต่างๆ เช่นถังขยะ ริมถนน หรือใต้ต้นไม้ ทุกครั้งที่สั่งยาบ้าจะต้องโอนเงินเข้าบัญชีก่อน จะสั่งยาบ้ามาครั้งละ 1 มัด ประมาณ 2,000 เม็ด นำมาขายให้วัยรุ่นราคาเม็ดละ 250-300 บาท บางครั้งลูกค้าไม่มีเงินก็นำอาวุธปืนและลูกระเบิดมาแลก สำหรับระเบิดและปืนก็จะเสนอขายทางเฟซบุ๊ก ใช้ชื่อว่า สุนิสา ดำรง (เฟซบุ๊กปลอม) ในการติดต่อซื้อขายจัดส่งทางพัสดุของเอกชน ซึ่งลักลอบขายยาบ้ามานานแล้วจนกระทั่งมาถูกล่อซื้อจับกุมดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และมีวัตถุระเบิดพร้อมเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุบลฯดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เปิดพิพิธพัณฑ์ ‘เซลฟี่’ สำหรับผู้ชื่นชอบถ่ายรูป

ในแต่ละวันมีคนถ่ายรูปตัวเองขึ้นเครือข่ายออนไลน์กว่าวันละ 2 ล้านรูป และจากการสำรวจพบว่าผู้หญิงเป็นเพศที่ชื่นชอบการเซลฟี่มากที่สุด ทอมมี่ ฮอร์นตัน และเทียร์ มาแมดอฟ สองนักออกแบบเกมผู้เป็นเจ้าของไอเดียพิพิธภัณฑ์เซลฟี่ ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกที่นครลอสแอนเจลิสของสหรัฐฯ เมื่อวานนี้ (2 เม.ย.) กล่าวว่า “ภายในพิพิธภัณฑ์ประกอบด้วยนิทรรศการนำเสนอประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของปรากฎการณ์ถ่ายรูปตัวเอง หรือ ‘เซลฟี่’ ถือว่ามีประวัติศาสตร์ที่รุ่มรวย และนำพาเราย้อนหลังไปยังจุดกำเนิดของการสร้างสรรค์ศิลปะ เช่น งานของศิลปินดังในอดีตหลายคน เช่น แร็มบรันต์ ก็วาดรูปของตัวเองกว่าร้อยชิ้น หรืองานของแวนโก๊ะ หรืออัลเบรท ดูเรอร์ ซึ่งศิลปินเหล่านี้ก็วาดภาพรูปตนเอง จึงไม่ต่างอะไรกับการเซลฟี่” ภายในพิพิธภัณฑ์ ผู้เข้าชมสามารถโพสต์ท่าถ่ายรูปกับปีกนางฟ้าของโคเลตต์ มิลเลอร์ และทำงานร่วมกับดาเรล คาเรย์ ซึ่งสร้างห้องที่มีมิติขนาดต่างๆ ด้วยการใช้พลาสติกเทป หรือจะถ่ายเซลฟี่กับรูปปั้นเดวิด หรือห้องนอนที่ปรากฎอยู่ในภาพวาดของวินเซนต์ แวนโก๊ะก็มีเช่นกัน ความจริงเกี่ยวกับการเซลฟี่ ภาพเซลฟี่ภาพแรกเกิดขึ้นเมื่อปี 1839 ถ่ายโดย โรเบิร์ต คอร์เนียส ชาวอเมริกัน เขาใช้เวลา 15 นาทีในการถ่ายภาพตัวเองด้วยวิธีการดาแกโรไทพ์ และ คำว่า ‘เซลฟี่’ ถูกบัญญัติครั้งแรกเมื่อปี 2013 ในพจนานุกรมของอ๊อกซ์ฟอร์ด sbobet แต่คำดังกล่าวถูกใช้ครั้งแรกตั้งแต่ปี 2002 ในเครือข่ายออนไลน์ในออสเตรเลีย และปัจจุบันมีรูปถ่ายเซลฟี่ถูกอัพโหลดขึ้นเครือข่ายออนไลน์กว่าวันละ 2 ล้านรูป จากการสำรวจพบว่าผู้หญิงจะชื่นชอบการถ่ายรูปใบหน้าตนเองมากกว่าผู้ชาย ในรัสเซียพบว่ารูปถ่ายเซลฟี่กว่า 82 เปอร์เซ็นต์นั้นเป็นรูปของผู้หญิง ในเมืองเซาเปาลูของบราซิลพบว่ารูปเซลฟี่เป็นของผู้หญิงถึง 65.4 เปอร์เซ็นต์ และในนิวยอร์ค 61.6 เปอร์เซ็นต์

6 เคล็ดลับทำให้ความปรารถนาเป็นจริงได้แบบไม่ต้องเพ้อฝัน

ใครหลายคนตั้งปณิธานความมุ่งหวังต่างๆ ว่า ในปีนี้จะทำสิ่งที่คิดที่หวังไว้นั้นให้สำเร็จลุล่วงให้ได้ ถ้าเป็นในวัยเด็กการหวังลมๆ แล้งๆ ก็ดูเหมือนเป็นเรื่องปกติทั่วไป แต่ในวัยผู้ใหญ่การตั้งความหวังแล้วทำได้ถือเป็นเรื่องประสบความสำเร็จ นำพาความสุขและความภาคภูมิใจมาสู่ตนเอง การตั้งความหวังหรือปณิธานในแต่ละคนถือเป็นเรื่องดี เพราะจะได้เอาสิ่งปรารถนาเหล่านี้มาเป็นพลังขับเคลื่อนให้เรามุ่งไปข้างหน้าเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ มนุษย์อย่างเราแทบทุกคนมีลิสต์ความปรารถนาของตัวเองอยู่แล้วจะมากจะน้อยตามแต่ละบุคคล เรารวบรวม 6 เคล็ดลับที่สามารถทำให้ความปรารถนาของคนเรานั้นประสบความสำเร็จไปได้อย่างตลอดรอดฝั่ง ต้องคิดบวก ตามที่ ศาสตราจารย์ ดร.มาร์ติน อี.พี. เซลิกแมน จากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย กล่าวไว้ในงานวิจัยชิ้นหนึ่งว่า “คุณรู้หรือไม่ว่าการมองโลกในแง่ดีเกี่ยวข้องโดยตรงกับความสำเร็จด้านกายภาพ และความสำเร็จด้านวัตถุ เพราะการมองโลกด้านดีทำให้เกิดความสุข, โชคดี และชีวิตเจริญรุ่งเรือง”วิทยาศาสตร์ ยังบอกไว้อีกว่า เมื่อเราเห็นสิ่งที่เป็นไปได้ ขอให้ตั้งความหวังด้วยตัวเอง และสรุปเอาว่าเราสามารถมีโชคและอัตราเดิมพันจะเปลี่ยนมาอยู่ข้างเรา บอกสิ่งที่เราปรารถนาให้เพื่อนหรือคนใกล้ตัวได้ทราบ เพื่อให้พวกเขาเป็นกำลังใจและเป็นแรงผลักดันให้เราสำเร็จลุล่วงเป้าหมายดังกล่าวได้เร็วยิ่งขึ้น ส่วนบุคคลที่รับฟังเป้าหมายไปเขาก็จะมีความสุขด้วยในฐานะที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนใกล้ชิดประสบความสำเร็จดั่งหวังไว้ มีความสุขทางใจทั้งสองฝ่าย และอย่าลืมเอ่ยคำว่าขอบคุณให้แก่กัน ตามที่นักวิจัยอย่างมาร์ติน เซลิกแมน, โรเบิร์ต เอมมอนส์, และไมเคิล แมคคัลลอจ บอกไว้ว่า การขอบคุณด้วยความเต็มใจอาจช่วยลดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบลงได้ นิทาน อย่ายอมแพ้กับอุปสรรค เพราะสิ่งที่หวังไว้บางครั้งไม่ได้สำเร็จใน 1-2 วัน ขอแค่ไม่ย้อท้อหรือยอมแพ้ไปเสียก่อน ขอให้คิดบวกตามข้อแรกและมั่นใจว่าตัวเองนั้นสามารถทำได้แน่นอน ดังคำกล่าวที่ได้ยินกันบ่อยๆ “เป้าหมายมีไว้พุ่งชน” การกระทำสำคัญกว่าคำพูด เมื่อตั้งเป้าอะไรไว้แล้วนั่งเฉยๆ อย่าหวังว่าจะได้ตามเป้าประสงค์ ต้องลงมือลงแรงทำด้วยควบคู่กันไป แต่อย่าเอาเป้าหมายหลายๆ อย่างมากองสุมแล้วคิดจะทำให้บรรลุเสร็จสิ้นในวันเดียว การทำงานหลายอย่างในครั้งเดียวจะเผาผลาญพลังงานจนหมด เป้าหมายที่วางไว้ก็ไม่เสร็จแถมแรงที่จะทำยังไม่มีอีกแบบนี้จะแย่เอา กินอาหารที่มีประโยชน์ ควบคู่กับการออกกำลังกาย จะช่วยให้ร่างกายและจิตใจมีสุขภาพดี เมื่อทั้งสองสิ่งมีสุขภาพดีแล้วก็จะทำให้เรามีสมาธิจดจ่อและมุ่งมั่นทำในสิ่งที่คาดหวังไว้ ให้รางวัลกับตัวเองเมื่อทำในสิ่งที่ตั้งเป้าหมายไว้สำเร็จ การตั้งเป้าไว้ว่าถ้าทำสิ่งที่หวังไว้สำเร็จ จะจัดทริป หรือซื้อของที่อยากได้ให้เป็นรางวัลแก่ความสำเร็จครั้งนี้ เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ตนเอง อีกทั้งยังเป็นแรงผลักดันให้เราอยากอะไรให้สำเร็จอีกอยู่เรื่อยๆ สำหรับคำว่า “ปรารถนา” หรือคำว่า wish เกี่ยวข้องกับคำว่า “ความฝัน” และ “ความคิด” สามารถเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้ให้กลายเป็นเป้าหมายและแผนการ ดังนั้นการตั้งความปรารถนาก็คล้ายกับการตั้งความหวัง มีได้ทั้งแบบระยะสั้น ใช้ช่วงเวลาน้อย และแบบระยะยาว ใช้เวลานานหน่อยแต่ก็เมื่อทำสำเร็จก็ถือว่าบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

พ.ร.บ.ยาเสพติดใหม่...คืนความเป็นธรรม'ผู้เสพ'

พ.ร.บ.ยาเสพติดใหม่…คืนความเป็นธรรม’ผู้เสพ’

“ทีมล่าความจริง” ได้นำเสนอปฏิบัติการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายย่อยในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งพบว่ายาเสพติดระบาดหนักมากในกลุ่มเยาวชน วัยรุ่น และคนทำงาน ทั้งๆ ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเองก็สามารถปราบปรามจับกุมผู้ค้ารายใหญ่ได้จำนวนมาก ล่าสุดวันนี้ ตำรวจน้ำ จังหวัดบึงกาฬ จับกุมนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าสะอาด อำเภอเซกา ขณะลักลอบนำยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านมาขายให้กับผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ ไปติตตามปฏิบัติการนี้ พร้อมเจาะลึกแนวทางแก้ไขปัญหาด้วยกฎหมายที่เพิ่งแก้ไขใหม่ นายสังวาลย์ ศรีทุมมี หรือนายกเล่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าสะอาด ตำบลท่าสะอาด อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ ถูกตำรวจน้ำ ตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ และเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จับกุมขณะกำลังนำยาบ้ากว่า 500 เม็ด พร้อมยาไอซ์ 8 กรัมไปส่งให้ผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ ปฏิบัติการจับกุมนายกเล่ในครั้งนี้ สืบเนื่องจากตำรวจน้ำบึงกาฬสืบทราบว่า นายกเล่มีพฤติกรรมจำหน่ายยาเสพติดมานานกว่า 3 ปีแล้ว โดยนำยาเสพติดมาจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อมาจำหน่ายให้กับผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่อีกทอดหนึ่ง โดยจะรับยามาครั้งละ 4,000-8,000 เม็ด ตำรวจจึงติดตามและสกัดจับได้ในที่สุด จากการตรวจค้นภายในบ้านพัก เจ้าหน้าที่พบปืนลูกซองพร้อมเครื่องกระสุน สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารที่มีเงินหมุนเวียน 1 ล้านบาท และเอกสารเกี่ยวกับการจำหน่ายยาเสพติดหลายรายการ นายสังวาลย์ หรือนายกเล่ สารภาพกับตำรวจว่า เขาจำหน่ายยาเสพติดมานานกว่า 1 ปีแล้ว โดยวิธีการรับ-ส่งยาเสพติด เครือข่ายจะพายเรือข้ามฝั่งมายังประเทศไทย ก่อนซุกซ่อนยาเสพติดไว้ตามหลักกิโล จากนั้นก็โทรศัพท์ติดต่อให้เขาไปรับมาอีกทอดหนึ่ง การจับกุมผู้จำหน่ายยาเสพติดรายย่อยในแต่ละพื้นที่ ถือเป็นมาตรการที่เจ้าหน้าที่ระดมกวาดล้างอย่างต่อเนื่อง ระหว่างวันที่ 21 ถึง 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา ถือเป็นความพยายามจับกุมยาเสพติดทั่วทั้งประเทศ หลังจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. มีข้อมูลว่า ในช่วงนี้มียาเสพติดโดยเฉพาะยาบ้าทะลักเข้าประเทศจำนวนมาก เส้นทางในการลักลอบลำเลียงส่วนใหญ่ยังมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อส่งขายยังภาคใต้และต่อไปยังประเทศที่สาม ซึ่งระหว่างทางมีจำนวนหนึ่งแบ่งขายให้ผู้ค้าในประเทศไทย โดยการกระจายต่อไปยังชุมชน ด้วยเหตุนี้การติดตามจับกุมผู้ค้ารายย่อยจึงมีความจำเป็นไม่แพ้การเด็ดยอดผู้ค้ารายใหญ่ การกวาดจับผู้ค้ารายย่อย แม้ด้านหนึ่งจะช่วยตัดวงจรกระจายยาเสพติดในระดับชุมชน แต่ผลอีกด้านหนึ่งที่ตามมาก็คือปัญหานักโทษล้นคุก เพราะมีผู้กระทำความผิดจำนวนมาก ประกอบกับที่ผ่านมากฎหมายยาเสพติดไม่มีความยืดหยุ่นมากพอ ใช้การคำนวณปริมาณยาในการตัดสินความผิด จึงเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติทำงานคล้ายเหวี่ยงแห กวาดจับผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเข้าคุกทั้งหมด ทั้งๆ ที่บางคนเป็นเพียงผู้เสพ ยังสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้ ไม่ควรส่งตัวเข้าเรือนจำเสมือนเป็นการตีตราเป็น “คนคุก” จนกลับคืนสู่สังคมปกติไม่ได้ เหตุนี้เองจึงมีความพยายามแก้ไขปรับปรุงเนื้อหาในพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ซึ่งเพิ่งประกาศใช้เมื่อไม่นานมานี้ เปิดช่องให้ผู้กระทำผิดต่อสู้คดีพิสูจน์เจตนาของตนเองได้ว่าไม่ใช่ผู้ค้า แต่เป็นผู้เสพเท่านั้น ขณะเดียวกันก็ปรับปรุงอัตราโทษในความผิดฐานผลิต นำเข้า หรือส่งออกยาเสพติด ให้เหมาะสมกับพฤติการณ์ด้วย นอกจากการแก้ไขกฎหมายยาเสพติดที่เปิดช่องให้ศาลใช้ดุลพินิจในการตัดสินความผิดของผู้ครอบครองยาเสพติดได้อย่างเหมาะสมแล้ว เลขาธิการ ป.ป.ส. ยังบอกอีกว่า ป.ป.ส.พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังได้เปิดโครงการ “คลินิคจิตสังคม” เพื่อให้คำปรึกษาด้านจิตสังคมแก่ผู้ต้องหาคดียาเสพติดและคดีความรุนแรงในครอบครัวในระบบศาล โดยเน้นให้คำปรึกษาแก่ผู้ต้องขังหรือจำเลยในคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด คดีความรุนแรงในครอบครัว หรือคดีที่มีโทษไม่ร้ายแรงซึ่งได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว หรือการประกันตัว ซึ่งจะมีผู้ให้คำปรึกษาที่ผ่านการอบรมด้านการให้คำปรึกษาด้านจิตสังคม โดยมุ่งหวังให้ผู้ต้องหาปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และป้องกันการกระทำผิดซ้ำอีกด้วย

โป๊ป เบลล่า นำทีมบุพเพสันนิวาสรำแก้บน เรตติ้งแรงทำลายสถิติ

ตอนนี้ทั่วทุกหัวระแหงต่างต้องพูดถึงละครฮอตแห่งปี บุพเพสันนิวาส กลายเป็นกระแสฟีเวอร์สร้างปรากฏการณ์ไปทั่วประเทศ ทุกภาคส่วนทั้งรัฐและเอกชน เรียกว่าถ้าไม่ดูอาจคุยกับใครไม่รู้เรื่อง ซึ่งกระแสการตอบรับนี้ก็เรียกว่าดีเกินความคาดหมาย ตอนแรกทีมงานตั้งใจว่าถ้าเรตติ้งเกิน 10 จะรำแก้บนกัน แต่ตอนนี้ตัวเลขพุ่งทะยานเกิน 20 แรงทำลายสถิติละครทุกเรื่องในยุคทีวีดิจิตอลไปแล้ว ล่าสุดทีมนักแสดงละคร บุพเพสันนิวาส แต่งองค์ทรงเครื่องในชุดไทยมาร่วมรำกลองยาวแก้บน ที่บริเวณหน้าบริษัทบรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น นำโดย หน่อง อรุโณชา ผู้จัดละคร รวมทั้ง แม่หญิงการะเกด-เบลล่า ราณี , คุณพี่เดช-โป๊ป ธนวรรธน์ , หลวงสรศักดิ์-ก๊อต จิรายุ , แม่มะลิ-ซูซี่ สุษิรา , ฟอลคอน-หลุยส์ สก๊อต , แม่หญิงจันทร์วาด-ปราง กัญญ์ณรัณ , ไอ้จ้อย-โมสต์ วิศรุต , พี่ผิน-หยา จรรยา , พี่แย้ม-นุ่น รมิดา ฯลฯ งานนี้บรรยากาศคึกคักสนุกสนาน เหล่าออเจ้าแฟนคลับแห่มาให้กำลังใจกันอย่างเนืองแน่น เสียงกรี๊ดถล่มทลายจนบริษัทบรอดคาซท์แทบแตกเลยทีเดียว

5 ซุปตาร์ (เคย) ถูกสกัดดาวรุ่ง ยิ่งดังอุปสรรคยิ่งถาโถม

ใช่ว่าชีวิตของเหล่าบรรดาซุปตาร์ทุกคนจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะกว่าจะโด่งดังมาได้ในระดับสูงสุดแบบนี้ก็มักจะต้องผ่านเรื่องราวต่างๆ มาอย่างมากมายทั้งดีและไม่ดีปะปนกันไป แต่พอได้มาถึงจุดที่ประสบความสำเร็จก็ใช่ว่าจะมีแต่คนร่วมยินดี เพราะหากมองย้อนกลับไปในแต่ละข่าวเมื่อซุปตาร์คนไหนกำลังอยู่ในช่วงที่โด่งดังสุดๆ ก็มักจะมีคนขุดคุ้ยถึงเรื่องราวในอดีตออกมาแฉสกัดดาวรุ่งกันให้วุ่น โป๊ป ธนวรรธน์ เริ่มต้นที่พระเอกหนุ่ม “โป๊ป ธนวรรธน์” ที่ถึงแม้จะอยู่ในวงการบันเทิงมานาน แต่กระแสจากละครย้อนยุคอย่างเรื่อง “บุพเพสันนิวาส” กลับทำให้เจ้าตัวได้โด่งดังและมีชื่อเสียงขึ้นมาเพียงชั่วพริบตาจนสร้างปรากฏการณ์ห้างแตกแบบไม่ทันได้ตั้งตัว แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อชื่อเสียงยิ่งดังขึ้น ก็ยิ่งมีผู้ไม่หวังดีต่างขุดคุ้ยประวัติต่างๆ ของหนุ่มโป๊ป อีกทั้งยังออกมาแฉว่าเจ้าตัวชอบไดเรทข้อความหาสาวสวยๆ sbobetในอินสตาแกรมอีกเพียบ ซึ่งจากนั้นไม่นานหนุ่มโป๊ปก็ได้ออกมายอมรับว่าเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในอดีต พร้อมขอโทษที่เป็นคนดีพร้อมทุกอย่างให้แฟนๆ ไม่ได้ แต่ข่าวนี้กลับพลิกวิกฤตทำให้ผู้คนต่างยิ่งชื่นชอบในการยอมรับตรงๆ จนแฟนคลับเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ   เป๊ก ผลิตโชค เป็นอีกหนึ่งหนุ่มที่พอจะดังก็ฉุดไม่อยู่จริงๆ สำหรับ “เป๊ก ผลิตโชค” ที่หลังจากได้ไปออกรายการ THE MASK SINGER ต่างก็มีคนชื่นชมและยอมรับในเรื่องของผลงานเจ้าตัวอย่างล้นหลาม ถึงขั้นที่ทางค่ายต่างให้จัดคอนเสิร์ตเดี่ยวเป็นครั้งแรกตั้งแต่อยู่ในวงการบันเทิงมาเป็นสิบๆ ปี แต่จากกระแสความดังที่ยังไม่พ้นข้ามคืน หนุ่มเป๊ก ก็เจอกับกระแสดราม่าของโลกโซเชียลบางกลุ่มที่ตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมถึงต้องพูดไทยคำอังกฤษคำ และสำเนียงการพูดภาษาไทยก็ไม่ชัดทั้งๆที่อยู่ประเทศไทยมานาน โดยงานนี้แฟนคลับและทางผู้เชี่ยวชาญต่างก็ได้ออกมาพูดไว้ว่า เป็นเรื่องปกติของคนที่ถูกส่งไปเรียนที่เมืองนอกตั้งแต่เด็ก อาจจะเคยชินกับการพูดสำเนียงต่างประเทศมาตลอด ด้านหนุ่มเป๊กเองก็ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่าจะพยายามปรับปรุงให้ตนเองนั้นพูดชัดเจนมากกว่านี้ ใหม่ ดาวิกา กว่าจะมาเป็นนางเอกพันล้านได้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ สำหรับ “ใหม่ ดาวิกา” เพราะหากย้อนกลับไปในช่วงที่เธอกำลังเป็นที่รู้จัก ก็ได้ถูกมือดีออกมาโพสต์ภาพแฉว่อนโลกโซเชียลขณะที่เจ้าตัวกำลังจุ๊บกับอดีตแฟนหนุ่มอยู่ ซึ่งงานนี้สาวใหม่ก็ได้ออกมายอมรับและขอโทษ พร้อมชี้แจงว่าภาพดังกล่าวเกิดขึ้นตอนที่เธอยังไม่ได้เข้าวงการ โดยครั้งนี้ถือว่าเป็นบทเรียนทำให้เธอได้ระวังตัวมากขึ้น

สนธิกำลังบุกตรวจสถานบันเทิง เปิดเกินเวลาพบยาเสพติดเพียบ

สนธิกำลังบุกตรวจสถานบันเทิง เปิดเกินเวลาพบยาเสพติดเพียบ

เจ้าหน้าที่สนธิกำลังบุกตรวจสถานบันเทิง เปิดเกินเวลา พบยาเสพติดเพียบ ตรวจปัสสาวะพบฉี่ม่วง 135 คน เมื่อวันที่ 3 ก.พ. นายมานะ สิมมา ผอ.ส่วนสอบสวนคดีอาญา กรมการปกครอง นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผอ.ส่วนกำกับสืบสวนและปราบปราม สำนักการสอบสวนและนิติการกรมการปกครอง นำกำลังเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง ปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง กรมพินิจคุ้มครองเด็กและเยาวชน เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. กรมสรรพสามิตร เข้าตรวจสอบร้าน อินฟินิตี้ อินดี้ ภายในซอยสุขสวัสดิ์ 2 แยก 2 แขวงและเขตจอมทอง กรุงเทพฯ หลังรับแจ้งว่าสถานบันเทิงดังกล่าวมีเด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี ใช้บริการ มีการใช้ยาเสพติด และเปิดเกินเวลาที่กำหนด จากการตรวจสอบพบว่าสถานบันเทิงดังกล่าว มีนักเที่ยวทั้งชายและหญิง กว่า 200 คน เข้ามาใช้บริการเต็มพื้นที่ทั้งชั้น1 และชั้น2 ของร้าน เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบก็เกิดความโกลาหลขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่จะปิดเพลงและเปิดไฟ เพื่อตรวจบัตรประชาชน และตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบยาเสพติดชนิดเคตามีน ทั้งแบบน้ำและเกล็ด ยาไฟว์ ไอซ์ จำนวนมาก ซึ่งถูกซ่อนไว้ในธนบัตรชนิด 100 บาท และ 20 บาท เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นพบว่ามีการซุกซ่อนลงถังน้ำแข็ง หรือทิ้งถังขยะในทันที อีกทั้งยังพบอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. พร้อมกระสุน 15 นัด ที่การ์ดของร้านพกไว้ และอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก ซุกซ่อนใต้บันได และ กระสุนปืนลูกซอง 3 ลูก ซุกซ่อนใต้บันได 1 นัด ใต้เคาน์เตอร์เครื่องดื่ม 1 นัด และที่การ์ดของร้านอีก 1 นัด นายรณรงค์ กล่าวว่า จากการตรวจปัสสาวะพบผู้มีฉี่สีม่วงจากสารเสพติด จำนวน 135 คน เป็นชาย 58 คน หญิง 77 คน พบเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีใช้บริการ 7 คน ไม่พกบัตรประจำตัว 37 คน แบ่งเป็นชาย 26 คน หญิง 11 คน ทั้งนี้จากการตรวจสอบทางร้านไม่มีใบอนุญาตทุกชนิด และเปิดเกินเวลา โดยได้รับแจ้งว่า มักปิดบริการเวลา 04.00 น. อีกด้วย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับใบอนุญาต, จำหน่ายสุราโดยไม่มีใบอนุญาต, ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยลดราคาเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมการขาย, ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเวลาที่รัฐที่รัฐบาลกำหนดเวลามิให้ขาย, จำหน่ายเครื่องดื่มสุราให้บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์, มีไว้ใช้ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต, และพ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ย้อนรำลึกวัน “สืบ นาคะเสถียร” 27 ปีแห่งการจากไป

วันที่ 1 กันยายน ของทุกปี เป็นวันที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะวันนี้ ถูกยกให้เป็น “วันสืบ นาคะเสถียร” เพื่อรำลึกถึงการจากไป ของนักอนุรักษ์ไทย และอดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ที่ทุ่มเททั้งชีวิตในการอนุรักษ์ป่า และพยายามที่จะปลุกจิตสำนึกของคนไทยให้เห็นถึงความสำคัญของป่าไม้และสัตว์ป่า ซึ่งปีนี้ถือเป็นการครบรอบ 27 ปี ของการจากไปของเขา เช้ามืดวันที่ 1 กันยายน 2533  “สืบ นาคะเสถียร” ตัดสินใจยิงตัวเองเพื่อหมายจบชีวิตตัวเองลง และการฆ่าตัวตายของเขาในครั้งนั้น เพราะเหตุผลที่ต้องรับแรงกดดันกดดันหลาย ๆ ด้าน และเป็นการเรียกร้องต่อหน่วยงานภาครัฐให้ใส่ใจต่อการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างแท้จริง สืบจึงตัดสินใจประท้วงด้วยการฆ่าตัวตายด้วยอาวุธปืนในบ้านพักของสืบที่ห้วยขาแข้ง ขณะเดียวกันวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2533 สืบยังคงปฏิบัติงานตามปกติ และได้เตรียมจัดการทรัพย์สินที่หยิบยืมและทรัพย์สินส่วนตัว พร้อมทั้งอุทิศเครื่องมือเครื่องใช้ในการศึกษาวิจัยด้านสัตว์ป่าให้แก่สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ สั่งให้ตั้งศาลเคารพดวงวิญญาณเจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิตในการรักษาป่าห้วยขาแข้ง ต่อมาในช่วงหัวค่ำสืบยังคงปฏิบัติตัวพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตามปกติเหมือนเช่นเคย จนช่วงดึกสืบขอลากลับไปบ้านพัก โดยกลับไปเตรียมจัดการทรัพย์สินที่เหลือและได้เขียนจดหมายหกฉบับ มีเนื้อหาสั้น ๆ ชี้แจงการฆ่าตัวตายของตน จนกระทั่งเช้ามืดวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2533 มีเสียงปืนดังขึ้นจากบ้านพักของสืบ และหลังจากนั้นในช่วงก่อนเที่ยงของวันจึงได้มีเจ้าหน้าที่ของกรมฯ เข้าไปดูจึงเห็นอาวุธปืนตกอยู่ข้าง ๆ และเห็นบาดแผลที่ศีรษะด้านขวา นั่นเป็นจุดจบของชีวิตสืบแต่ถือเป็นการเริ่มต้น ของวันที่ผู้คนต่างเรียกว่าวัน “สืบ นาคะเสถียร” นิทาน หลังจากที่การฆ่าตัวตายของสืบในวันนั้น ทำให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรมป่าไม้ และผู้เกี่ยวข้อง ได้ประชุมเพื่อหาทางออกในการป้องกันการบุกรุกป่าห้วยขาแข้ง ปัญหาที่ยากจะแก้ไขด้วยกำลังคนที่จำกัด จำนวนพื้นที่ที่มหาศาล ปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า การล่าสัตว์ของกลุ่มผู้มีอิทธิพล รวมไปถึงพยายามนำเสนอข้อมูลต่อยูเนสโก เพื่อพิจารณาให้ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร และห้วยขาแข้งเป็นมรดกโลก เพื่อสร้างเกราะป้องกันผืนป่าแห่งนี้ไว้ ขณะเดียวกันสืบเคยได้พยายามที่จะจัดประชุมเรื่องนี้หลายครั้ง แต่ไม่เป็นผล และไม่มีการตอบรับ จนกระทั่งเสียชีวิต จนมีคนกล่าวว่า “หากไม่มีเสียงปืนนัดนั้น การประชุมดังกล่าวก็คงไม่เกิดขึ้น”

สตูลร่วมเผาทำลาย ยาเสพติดมูลค่ากว่า19ล้าน

สตูลร่วมเผาทำลาย ยาเสพติดมูลค่ากว่า19ล้าน

ตำรวจ-ฝ่ายปกครอง เมืองสตูล ร่วมกันเผาทำลายยาเสพติดทั้งกัญชา กระท่อม รวมมูลค่ากว่า 19 ล้านบาท เมื่อวันที่ 30 ม.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ที่สนามบินกองทัพอากาศ (สนามบินสตูล)  ย่านถนนสายยนตรการกำธรสตูล-รัตภูมิ  หมู่ 6 ต.คลองขุด อ.เมืองสตูล จ.สตูล พ.ต.อ.ภูมิสิทธิ์  นาวัง  ผกก. สภ.เมืองสตูล  พ.ต.อ. อธิป  แสงวัลลอย  รอง  ผบก.ภ.จว.สตูล  พ.ต.ท.อภิสิทธิ์  ปะดุกา  หัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรจังหวัด (หน.ชปส.ภ.จว.สตูล)  สตูล  พ.ต.ท.ประยงค์  เต็มพร้อม  สวป.สภ.เมือง จ.สตูล  ผู้แทนปลัดจังหวัดสตูล  เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สตูล  และเจ้าหน้าที่ ปปส.ภาค 9  ร่วมกันนำยาเสพติดของกลาง ที่ตรวจยึดมาเผาทำลาย ประกอบไปด้วย   ยาเสพติดให้โทษชนิดประเภท กัญชา จำนวน  4 รายการ น้ำหนัก 1,345  กิโลกรัม ยาเสพติดชนิด ใบพืชกระท่อมสด  จำนวน 6 รายการ น้ำหนัก 125 กิโลกรัม  รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 19 ล้านบาท

เสก ปฏิเสธข้อหา ฮา ด.ต. รับตัวแซว รูปคู่จะถูกเด้งมั้ย

‘เสก’ปฏิเสธข้อหา ฮา!’ด.ต.’รับตัวแซว’รูปคู่จะถูกเด้งมั้ย?’

“เสก” พบตำรวจ สน.คันนายาว ปฏิเสธทุกข้อหา ยืนยันหนักแน่นไม่ได้เสพยา ด้าน “ด.ต.”ที่มารอรับตัวพูดติดตลก หลังสื่อถ่ายภาพติดเฟรมร่วมกับนักร้องดัง “มีรูปคู่จะถูกเด้งมั้ย? เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ความคืบหน้า กรณีที่ นายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ “เสก โลโซ” นักร้องร็อกเกอร์ชื่อดังเมืองไทย พร้อมแฟนสาวและทนาย ได้เดินทางไปที่ สน.คันนายาว เพื่อเข้าพบพนักงานสอบสวน และรับทราบข้อกล่าวหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ตามหมายเรียกครั้งที่ 2 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงที่นักร้องหนุ่มเดินทางมาถึง ได้มีดาบตำรวจนายหนึ่งเดินลงจากโรงพักมารับตัว “เสก” ไปพบกับทางพนักงานสอบสวน โดย “เสก” ได้มีการโอบกอดทักทายกันกับทางดาบตำรวจ ก่อนที่ผู้สื่อข่าวจะให้ทั้งสองถ่ายรูปคู่กัน เพื่อยืนยันการเข้ามารับทราบข้อหาของนักร้องดังในวันนี้ โดยระหว่างที่สื่อลงมือบันทึกภาพนั้น ดาบตำรวจคนดังกล่าวได้พูดติดตลกกับนักข่าว เชิงว่า สื่อถ่ายรูปตนคู่กับนักร้องดัง จะทำให้โดนสั่งย้ายเหมือนนายตำรวจคนอื่นๆหรือไม่ ทำให้ทั้งนักข่าวและ”เสก”ต่างพากันขำไปตามๆกัน จากนั้น “เสก” กับ “ด.ต.” ได้พากันเดินโอบเข้าไปด้านในโรงพัก ก่อนผ่านไปสักพักใหญ่ เสกเดินออกมาพร้อม “ด.ต.” พร้อมเปิดใจกับสื่อว่า ตนปฏิเสธตลอดทุกข้อกล่าวหา และยืนยันหนักแน่นว่าไม่ได้เสพยาเสพติดแต่อย่างใด ส่วนคดีก็ขอให้ไปว่ากันในชั้นศาล