โทษของยาเสพติดอันตรายร้ายแรงต่อชีวิตที่ทุกคนควรรู้

กระท่อม สำหรับบรรดาคนขับรถแท็กซี่ คนขับรถหกล้อ-สิบล้อ ไปจนถึงแมสเซ็นเจอร์ หลายคนเป็นต้องคุ้นเคยกับพืชชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “ใบกระท่อม” เป็นอย่างดี เพราะผู้ที่มีอาชีพเหล่านี้ (และยังมีอาชีพอื่น ๆ อีกมากมาย) ได้ใช้ใบกระท่อมเป็นยาชูกำลัง (ที่ผิดกฎหมาย) ชนิดหนึ่ง ซึ่งสามารถทำให้ประสิทธิภาพการทำงานหรือขับรถได้ทนทานมากยิ่งขึ้น ช่วยในการคลายความเมื่อยล้า และช่วยในการทนต่อความร้อนได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันรัฐบาลกำลังพิจารณาที่จะถอดใบกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด เพื่อให้นำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ เพราะใบกระท่อมนั้น สามารถใช้เป็นยารักษาอาการท้องร่วง ท้องเสียได้เป็นอย่างดี และยังช่วยเป็นยาระงับประสาทแบบอ่อน ๆ ได้ แต่ทั้งนี้ก็ยังอยู่ในขั้นตอนของการวิจัย เพราะหากใช้ในปริมาณมากเกินไป อาจส่งผลเสียให้กับผู้ป่วยได้ ไม่ต่างจากการนำใบกระท่อมมาใช้เพื่อการเสพเลยนั่นเอง ใบกระท่อมไม่มีชื่อเรียกอื่น ๆ นอกจากอาจจะเรียกให้สั้นลงว่า “ใบท่อม” แต่มีการประยุกต์นำใบกระท่อมที่สำหรับเคี้ยวเฉย ๆ ไปผสมเป็นเครื่องดื่มที่มีชื่อเรียกว่า “4×100 (สี่คูณร้อย)” ซึ่งมีส่วนผสมคือ ใบกระท่อม ยาแก้ไอน้ำเชื่อม โค้กหรือเป๊บซี่ น้ำเปล่า เอามาต้มผสมกันเป็นเครื่องดื่มชูกำลัง หรือเครื่องดื่มเพิ่มพลัง ซึ่งเครื่องดื่มชนิดนี้เป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก สำหรับแรงงานและหมู่นักเรียนที่อาศัยอยู่ในภาคใต้ เนื่องจากมีราคาไม่แพงมาก แต่สามารถสร้างความเคลิบเคลิ้มล่องลอย รวมทั้งยังเพิ่มกำลังวังชาได้ดีไม่แพ้ยาเสพติดชนิดอื่น ๆ เลย อาการของผู้ที่ติดใบกระท่อม    เมื่อเสพหรือเคี้ยวใบกระท่อมไปแล้ว 5-10 นาที ใบกระท่อมจะออกฤทธิ์กดประสาทให้ผู้เสพมีความกระปรี้กระเปร่า สดชื่น ไม่รู้สึกหิวอาหาร ไม่รู้สึกเจ็บปวดหรือเมื่อยเนื้อเมื่อยตัว แต่หากอากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนเมื่อไร จะเกิดการหนาวสั่นคล้ายกับจะเป็นไข้ หากเสพไปนาน ๆ จะพบว่าผิวของผู้เสพมีความคล้ำลงจนดูเหมือนผิวแห้ง มีอาการท้องผูก อุจจาระแข็งเป็นก้อนเล็ก ๆ ทำให้ถ่ายยากกว่าปกติ นอนไม่หลับ คลื่นไส้อาเจียนจากอาการเมาใบกระท่อม    ยิ่งไปกว่านั้น หากผู้เสพเคี้ยวใบกระท่อมเลย โดยไม่ทำการฉีกออกจากก้านใบเสียก่อน ก้านจะตกลงไปอยู่ในลำไส้ เมื่อไม่สามารถย่อยได้ก็จะกลายเป็นสิ่งสกปรกที่ค้างอยู่ในลำไส้ เป็นเหตุให้ร่างกายต้องแสดงกลไกป้องกันตัวด้วยการสร้างผังพืดมาหุ้มก้านใบกระท่อมนั้นไว้ ซึ่งอาจจะส่งข้างเคียงต่าง ๆ อีกมากมายตามมา และหากหยุดเคี้ยวใบกระท่อมก็จะส่งผลให้มีปัญหากับร่างกายดังต่อไปนี้    1.ไม่มีแรง อ่อนเพลีย ทำงานไม่ได้    2.ปวดเมื่อยตามตัวและกระดูกส่วนต่าง ๆ บางรายที่เสพมากเกินไป อาจพบว่าแขนกระตุกเองได้    3.มีอารมณ์ซึมเศร้า เซื่องซึม ไม่พูดกับใคร หรือไม่ก็อาจจะก้าวร้าวไปเลย    4.มีอาการนอนไม่หลับ กระวนกระวาย    5.มีความดันหรืออุณหภูมิร่างกายที่สูงกว่าปกติ

โทษของยาเสพติดอันตรายร้ายแรงต่อชีวิตที่ทุกคนควรรู้

 โทษของ: ยาบ้า ยาบ้า (ยาม้า เมทแอมเฟตามีน หรือแอมเฟตามีน) มีลักษณะเป็นเม็ดกลมสีส้ม แดง น้ำตาล เขียว มีอักษร WY, Y, R   ออกฤทธิ์โดยการเข้าไปกระตุ้นประสาท ทำให้ผู้เสพมีอาการติดยาทั้งทางร่างกายและจิตใจ เมื่อฤทธิ์ยาเข้าสู่ร่างกายในช่วงระยะแรกที่เสพใหม่ๆ มันจะออกฤทธิ์กระตุ้นร่างกายให้เกิดการตื่นตัว ไม่ง่วง ตื่นตัวมีกำลังวังชา ทำให้อัตราการเต้นของจังหวะหัวใจเร็วขึ้น ความดันโลหิตสูง มีอาการใจสั่น ตึงเครียด เมื่อฤทธิ์ยาหมดลงผู้เสพจะมีอาการอ่อนเพลียมากกว่าปกติ ระบบสั่งการทางสมองทำงานช้าลง การตัดสินใจช้าและเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้นได้   หากยังคงเสพยาบ้าติดต่อกันเป็นเวลานานหรือเสพมากเกินขนาด ฤทธิ์ยาก็จะยิ่งทำลายสมองให้เสื่อม มีอาการประสาทหลอน เกิดภาพลวงตา วิตกกังวล หวาดระแวง เสียสติ คลุ้มคลั่งเป็นบ้าจนสามารถทำร้ายผู้อื่นและตนเองได้ และหากเสพยาเข้าไปมากเกินปริมาณ ฤทธิ์ยาจะเข้าไปกดประสาทและระบบหายใจ ส่งผลให้เกิดภาวะหมดสติและทำให้เสียชีวิตได้ในที่สุด

โทษภัยต่อประเทศชาติ

1. บ่อนทำลายเศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศชาติ 2. รัฐบาลต้องสูญเสียกำลังเจ้าหน้าที่และค่าใช้จ่ายในการป้องกันปราบปรามและรักษาผู้ติดยาเสพติดจำนวนมาก 3. สูญเสียทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพสำหรับการพัฒนาประเทศ 4. เพิ่มภาระการเสียภาษีของประชาชน เพราะรัฐบาลต้องนำภาษีของประชาชนไปใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหายาเสพติด 5. การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเป็นไปอย่างเชื่องช้า 6. สูญเสียแรงงานในการปฏิบัติงานทำให้ประเทศขาดรายได้ 7. ประเทศชาติต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงและเกียรติภูมิในสายตาของชาวต่างประเทศ อาจทำให้เกิดข้อขัดแย้งทางการเมือง