“เกิด” หรือ”ดับ” คาสิโนถูกกฎหมาย..เมืองไทย

พ.ต.อาณันย์ วัชโรทัย พร้อมด้วย นายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง , นายบุญเลิศ คชายุทธเดช , นายดำรงค์ พิเดช สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และสมาชิก สปช.คนอื่นๆ รวม 12 คน ร่วมกันแถลงข่าวสนับสนุนให้รัฐบาลพิจารณาเปิดบ่อนคาสิโนถูกกฎหมาย เพื่อเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ

โดย พ.ต.อาณันย์ กล่าวว่า สิ่งที่เราห่วงคือปัญหาเศรษฐกิจของประเทศในขณะนี้ การจัดเก็บภาษีให้ครบเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหา การทำสิ่งผิดกฎหมายให้ถูกกฎหมายอย่างคาสิโน เป็นสิ่งที่ทุกประเทศทำเพื่อจัดระเบียบในการนำเงินเข้ารัฐ ไม่ต้องการให้เงินจากนักท่องเที่ยวไหลออกโดยไม่ได้ประโยชน์ ยังไม่พูดถึงคนไทยที่ไปเล่นในคาสิโนชายแดนเพื่อนบ้าน ซึ่งมีวงเงินหมุนเวียนกว่า 500 ล้านบาท และคาดว่าอีก 30 ปี จะมีคาสิโนรอบชายแดนอีกไม่ต่ำกว่า 30 แห่ง กลายเป็น Las Vegas ขนาดย่อม หากทำคาสิโนให้ถูกกฎหมายในประเทศไทย คนไทยจะมีงานทำมากขึ้น หากยังผิดกฎหมายอยู่ก็ควบคุมไม่ได้ ทำให้เป็นส่วนหนึ่งในการฉ้อฉลของเจ้าหน้าที่รัฐและผู้มีอิทธิพล เราห้ามคนไม่ให้เล่นการพนันไม่ได้ เหมือนเหล้าบุหรี่ที่มีอยู่แต่ห้ามไม่ให้โฆษณาแค่นั้น จะเร่งทำเรื่องนี้นำร่องเฉพาะพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเยอะ ได้แก่ พัทยา และภูเก็ต อยู่ที่รัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะตัดสินใจอย่างไร เพราะสิ่งที่คนห่วงที่สุดคือปัญหาเศรษฐกิจ

ด้าน นายเกรียงไกร กล่าวว่า ต้องยอมรับความจริงว่าคนไทยเกิดมาก็รู้จักการพนัน ไม่ว่าจะเป็นสลากกินแบ่งรัฐบาล ไก่ชน ควรเลิกดัดจริต รัฐบาลชุดนี้ติดขัดเรื่องเดียวคือปัญหาเศรษฐกิจ เศรษฐกิจจะดีได้ต้องดึงเงินนอกระบบขึ้นมา พบว่าคนที่ไปเล่นการพนันในต่างประเทศ 80% คือคนไทย การเปิดคาสิโนเป็นการจัดเก็บรายได้เข้ารัฐ เพื่อนำมาพัฒนาประเทศ เป็นการดึงภาษีบาปมาเป็นภาษีบุญ มาช่วยเหลือคนจน ส่งเสริมพระพุทธศาสนา คนพิการ การศึกษา ซึ่งเราจะศึกษาระบบต่างๆ ให้ครอบคลุม หากถามว่าไม่กลัวคนเสียผลประโยชน์ทำร้ายเอาหรือ ตนยืนยันว่าสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อชาติและประชาชนจะทำ การเปิดคาสิโนจะเน้นลูกค้าต่างชาติ เหมือนในต่างประเทศถ้าคนในชาติตัวเองไปเล่นต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินหรือเงินสดจำนวนมากก่อน ดังนั้นคนยากจนไม่มีสิทธิเข้า จึงเห็นด้วยในการสนับสนุนรัฐบาลให้เปิดคาสิโน

ส่วน นายบุญเลิศ กล่าวว่า การแก้ปัญหานักพนันหอบเอาเงินไปทิ้งขว้างประเทศเพื่อนบ้านนั้น ถึงเวลาแล้วที่จะเปิดให้เอกชนทำสัญญากับรัฐในการเปิดคาสิโน เพื่อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเล่น สมควรตั้งคณะกรรมการศึกษาขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อศึกษาถึงผลดีผลเสียในมิติต่างๆ ในการดำเนินการต่อไป ประชาคมอาเซียนจะเปิดในปลายปีนี้แล้ว ชาวต่างชาติจะเข้ามาอีกมาก จึงเป็นเรื่องที่รอไม่ได้

ขณะที่ นายดำรงค์ กล่าวว่า งบประมาณของรัฐมีไม่เพียงพอในการฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำธาร เงินที่ได้จากคาสิโน 5 ปี 15,000 ล้านบาท สามารถนำเงินมาปลูกป่าได้ ขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะเอาหรือไม่

ทหารบุกจับบ่อนคาสิโนกลางเมืองขอนแก่น

จากกรณีกำลังทหาร มณฑลทหารบกที่ 23 หรือ (กกล.รส.จว.ขอนแก่น) บุกเข้าตรวจค้นอาคารพานิชย์ 2 ชั้น เลขที่ 25 / 210 ถนนมะลิวัลย์ ตำบลหนองเรือ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่นที่เปิดเป็นบ่อนไพ่วน หรือสเตอร์ ขนาดใหญ่ จับกุมนักพนันได้ 37 คน พร้อมเงินของกลางจำนวน 310,000 บาท และตรวจยึดรถยนต์จำนวน 20 คันเพื่อตรวจสอบ

ล่าสุด ได้มีนักพนัน (ขอสงวนชื่อ) ที่จำนำรถไว้ที่บ่อนคาสิโนดังกล่าว เมื่อทราบข่าวว่าบ่อนถูกเจ้าหน้าที่บุกจับ จึงต้องการรถคืน แต่เมื่อติดต่อสอบถามไปที่ สภ.หนองเรือ ปรากฎว่าตำรวจอ้างว่า ไม่มีเหตุจับบ่อนการพนัน รวมทั้งไม่มีการนำส่งของกลาง ทั้งเงินสดรวมทั้งรถยนต์มาลงบันทึกประจำวัน

นอกจากนี้ พ.ต.อ.ถนอมสิทธิ์ วงษ์วิจารณ์ ผกก.สภ.หนองเรือ เจ้าของพื้นที่ ได้ทำหนังสือถึง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น ชี้แจงว่าตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อออนไลน์และสื่อโทรทัศน์ว่า มีการจับกุมผู้ลักลอบเล่นการพนัน ตามเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น สภ.หนองเรือได้ตรวจสอบแล้ว ไม่ได้ร่วมหรือได้รับการประสานในการจับกุมบ่อนการพนันตามที่เป็นข่าว และได้ตรวจสอบข้อมูลที่อาคารพานิชย์ดังกล่าวแล้ว ไม่พบการกระทำความผิดแต่อย่างใด

ทั้งนี้ พ.ต.อ.ถนอมสิทธิ์ ซึ่งอยู่นอกพื้นที่ ได้ชี้แจงกับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า “เหตุการณ์ที่เป็นข่าว ตำรวจไม่ได้ร่วมสนธิกำลังเข้าทำการจับกุมนักพนันที่อาคารพาณิชย์ดังกล่าวกับทหาร เนื่องจากไม่ได้รับการประสานมา ส่วนที่มีภาพตำรวจอยู่ในเหตุการณ์นั้น ได้เรียกตัวมาสอบถามทราบว่า เป็นสายตรวจที่จะขับขี่รถไปตรวจเส้นนั้น เนื่องจากมีการแจ้งว่ามีบ่อนละแวกนั้น และพบว่ามีทหารเดินเข้า-ออก จำนวนหนึ่ง เมื่อทหารเห็นตำรวจ ก็บอกว่ากำลังถอนกำลังขึ้นรถตู้กลับไป ไม่มีการนำส่งของกลางไม่ว่าจะเป็นเงินสดหรือนักพนันรวมทั้งรถยนต์ให้กับพนักงานสอบสวน สภ.หนองเรือแต่อย่างใด

ด้าน พ.ท.พิทักษ์พล ชูศรี หัวหน้าชุดที่เข้าจับนักพนัน กล่าวว่า ได้โทรศัพท์ประสานกับ ผกก.สภ.หนองเรือ ซึ่งได้แจ้งว่าจะส่ง ร.ต.ท.สัมฤทธิ์ บรรเทา มาดำเนินการ ต่อมามีตำรวจแต่งเครื่องแบบเต็มยศมาพร้อมลูกน้อง จึงส่งมอบนักพนันและเงินสดของกลาง 3.1 แสนบาท จากนั้นทหารและสื่อมวลชนก็ถอนตัวกลับไป แต่กลายเป็นว่าไม่มีคดี ปัญหาคือแล้วเงินของกลางหายไปไหน

“ทุกอย่างเราทำตามขั้นตอน กำลังทหารและสื่อมวลชนไปเต็มรถตู้ ภาพถ่ายคลิปการจับกุมก็มีละเอียดทุกขั้นตอน หลักฐานชัดเจน ตอน ผกก.โทรมา นักข่าวหลายสำนักก็ได้ฟัง ตอนส่งของกลางเงินสามแสน ผู้สื่อข่าวก็เป็นพยานได้ แล้วจู่ๆ กลายเป็นว่าผู้ต้องหาและเงินล่องหน ” พ.ท.พิทักษ์พล กล่าว
ต่อมา นายกำธร ถาวรสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้สั่งการให้ นายวรทัศน์ ธุลีจันทร์ นายอำเภอหนองเรือ ตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีนี้ ซึ่งในช่วงบ่ายวันที่ 19 ก.ย.นายวรทัศน์ ได้มีหนังสือรายงานถึงผู้ว่าราชการจังหวัดว่า ได้รับรายงานจากสถานีตำรวจภูธรหนองเรือว่า ไม่ได้ร่วมหรือได้รับการประสานในการจับกุมผู้ลักลอบเล่นการพนันตามที่เป็นข่าว และยังไม่ได้รับผู้ต้องหาพร้อมของกลางแต่อย่างใด