ตำรวจแถลงผลกวาดล้างยาเสพติดในช่วงก่อนและช่วงเทศกาลสงกรานต์

พลตำรวจเอกเฉลิมเกียรติ  ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการจับกุมตามแผนป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมและยาเสพติด ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งขบวนการค้ายาเสพติด มักจะลักลอบลำเลียงยาเสพติด ในช่วงที่ประชาชนเดินทางกันเป็นจำนวนมาก โดยผลการกวาดล้างจับกุม รวมถึงการเข้าปิดล้อมตรวจค้นชุมชนและสถานบริการ ช่วงระหว่างวันที่ 28 มีนาคม ถึง 17 เมษายน 2561 มีการจับกุมทั้งสิ้น 88 คดี ได้ผู้ต้องหา และผู้ต้องหาที่มีหมายจับติดตัว รวม  241 คน ได้ของกลางเป็นยาบ้ากว่า 170,000 เม็ด, ไอซ์ 254 กิโลกรม, เฮโรอีน 54 กิโลกรัม กระท่อม 110 กิโลกรัม, ยาอี 742 เม็ด และยึดทรัพย์สินจากการค้ายาเสพติดได้อีกกว่า 11 ล้านบาท นิทาน สำหรับการจับกุมรายสำคัญ เป็นการจับกุมไอซ์ 250 กิโลกรัม เมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สืบทราบว่าขบวนการค้ายาเสพติดชาวม้ง จะลักลอบลำเลียงไอซ์ ใช้เส้นทางในจังหวัดพะเยา จึงติดตามจนพบรถบรรทุกสินค้าเกษตรเข้ามาจอดในปั๊มน้ำมัน บนถนนเชียงคำ-จุน โดยคนขับและเด็กรถท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงใช้เครื่องเอกซ์เรย์ สแกนตรวจจนพบไอซ์ซุกซ่อนอยู่ ซึ่งจากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การว่า รับจ้างจากนายทุนในประเทศเพื่อนบ้านทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือขนลำเลียงไอซ์ไปส่งที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อลำเลียงลงไปยังภาคใต้ และส่งออกประเทศที่ 3 ต่อไป ทั้งนี้การจับกุมไอซ์ตั้งแต่ต้นปีจนถึงช่วงสงกรานต์ มีทั้งสิ้นกว่า 2 ตัน ซึ่งมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากความนิยมในยาบ้าลดลง

ยาเสพติดขาดแคลน จึงผลิตนำเข้าทุกวัน

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ มีการจับกุมผู้ต้องหาและตรวจยึดยาเสพติดล็อตใหญ่ทุกวัน รวมแล้วนับสิบคดี ยึดของกลางยาบ้าได้กว่า 10 ล้านเม็ด ไอซ์กว่า 1,500 กิโลกรัม สาเหตุสำคัญตำรวจเชื่อว่ามาจากความขาดแคลนยาเสพติด ไปติดตามจากรายงาน การจับกุมผู้ต้องหาและตรวจยึดยาเสพติดของกองกำลังผาเมือง เจ้าหน้าที่ทหารเรือ สถานีเรือเชียงของ หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง ฝ่ายปกครอง และตำรวจ ที่จังหวัดเชียงราย ที่ตรวจยึดยาบ้าจำนวนกว่า 9.4 ล้านเม็ด และไอซ์ 788 กิโลกรัม ซึ่งมาจากขบวนการค้ายาเสพติดกลุ่มว้าเหนือ เป็นการจับกุมยาเสพติดล็อตใหญ่อีกครั้ง หลังจากเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตำรวจปราบปรามยาเสพติดร่วมกับหลายหน่วยงาน เพิ่งกวาดล้างจับกุมยาเสพติดไป 11 คดี ยึดของกลางยาบ้าได้กว่า 1.7 ล้านเม็ด, ไอซ์ 703 กิโลกรัม, กัญชา 1,380 กิโลกรัม และยาเสพติดประเภทอื่น ๆ อีกจำนวนหนึ่ง พร้อมกับยึดทรัพย์มูลค่ากว่า 4.9 ล้านบาท จากขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด นิทาน การจับกุมยาเสพติดจำนวนมาก ทำให้เกิดข้อสงสัยตามมาถึงมาตรการปราบปรามยาเสพติด ที่ดำเนินการอยู่ในทุกวันนี้ว่าได้ผลจริงหรือไม่ แล้วเพราะเหตุใดจึงยังมียาเสพติดจำนวนมากเข้ามาในประเทศไทยได้อีก ขณะที่มุมมองของผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด มองว่าเหตุที่ยังมียาเสพติดจำนวนมากทุกครั้งในการจับกุม เป็นผลจากการปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยาเสพติดขาดแคลน กลุ่มผู้ผลิตจึงต้องเร่งผลิตและลักลอบนำเข้ามาชดเชยเพื่อส่งให้ลูกค้า อีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือความตระหนักรู้ถึงพิษภัยยาเสพติด ที่ตำรวจวอนขอให้ประชาชนหันมาใส่ใจให้มากขึ้น หากใครที่พบเห็นเบาะแสหรือสิ่งผิดปกติใด ๆ ควรแจ้งตำรวจไปตรวจสอบทันที

จับ ‘ยาอีรูปการ์ตูน’ ชนิดใหม่ เผยมีฤทธิ์ปลุกเซ็กซ์

จับกุมแก๊งค้ายา ยึดยาอีตัวการ์ตูนชนิดใหม่สีสันสดใส นำเข้าจากประเทศเนเธอร์แลนด์ มีฤทธิ์ปลุกอารมณ์ทางเพศ ทำให้เคลิบเคลิ้ม วัยรุ่นเสี่ยงโดนข่มขืน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข แถลงผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 7 คดี จับกุมผู้ต้องหาได้ 13 คน พร้อมของกลาง เป็นยาไอซ์ 447 กิโลกรัม เฮโรอีน 304 กิโลกรัม ยาบ้า 526,450 เม็ด ยาอี 5,731 เม็ด รวมมูลค่าของกลางทั้งหมด ประมาณ 859 ล้านบาท โดยหนึ่งในคดีที่น่าสนใจ คือการจับกุม น.ส.อัมพิกา หรือ อ้อแอ้ ปะติตัง น.ส.วรารัตน์ หรือแอ๋ม จันทมาส อายุ 25 ปี และนายทรงพล ทมิยะ อายุ 33 ปี พร้อมของกลาง ยาอี 5,731 เม็ด โดยสามารถจับกุมได้ที่ริมฟุตปาธหน้าร้านค้าสวัสดิการ สโมสรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สืบเนื่องจากสายลับแจ้งว่า น.ส.อัมพิกา น.ส.วรารัตน์ และนายทรงพล มีพฤติการณ์ลักลอบนำยาอีเข้ามาในราชอาณาจักรจากประเทศเนเธอร์แลนด์บ่อยครั้ง เจ้าหน้าที่จึงวางแผนสะกดรอยติดตามจับกุม พบยาอีถูกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพายของ น.ส.อัมพิกา จึงควบคุมตัวมาสอบสวนขยายผล นิทาน สำหรับยาอีกดังกล่าว ที่นำมาจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ในราคาเม็ดละ 60 บาท แต่เมื่อนำเข้ามาในประเทศไทยจะมีมูลค่าสูงกว่า 10 เท่า หรือประมาณ 600 บาท โดยยาอีที่ผลิตนั้นเป็นรูปตัวการ์ตูนมีสีสันหลากหลาย ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่นักเรียน นักศึกษา เมื่อเสพเข้าไปจะออกฤทธิ์ให้มีความรู้สึกเพลิดเพลิน และกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ นับว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่ง และถือเป็นเรื่องภัยคุกคามทางเพศที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในเมืองไทย หากผู้ปกครองคนใดสังเกตเห็นบุตรหลานของท่าน มียาตัวการ์ตูนในลักษณะดังกล่าว สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันที

พ.ร.บ.ยาเสพติดใหม่...คืนความเป็นธรรม'ผู้เสพ'

พ.ร.บ.ยาเสพติดใหม่…คืนความเป็นธรรม’ผู้เสพ’

“ทีมล่าความจริง” ได้นำเสนอปฏิบัติการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายย่อยในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งพบว่ายาเสพติดระบาดหนักมากในกลุ่มเยาวชน วัยรุ่น และคนทำงาน ทั้งๆ ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเองก็สามารถปราบปรามจับกุมผู้ค้ารายใหญ่ได้จำนวนมาก ล่าสุดวันนี้ ตำรวจน้ำ จังหวัดบึงกาฬ จับกุมนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าสะอาด อำเภอเซกา ขณะลักลอบนำยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านมาขายให้กับผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ ไปติตตามปฏิบัติการนี้ พร้อมเจาะลึกแนวทางแก้ไขปัญหาด้วยกฎหมายที่เพิ่งแก้ไขใหม่ นายสังวาลย์ ศรีทุมมี หรือนายกเล่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าสะอาด ตำบลท่าสะอาด อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ ถูกตำรวจน้ำ ตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ และเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จับกุมขณะกำลังนำยาบ้ากว่า 500 เม็ด พร้อมยาไอซ์ 8 กรัมไปส่งให้ผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ ปฏิบัติการจับกุมนายกเล่ในครั้งนี้ สืบเนื่องจากตำรวจน้ำบึงกาฬสืบทราบว่า นายกเล่มีพฤติกรรมจำหน่ายยาเสพติดมานานกว่า 3 ปีแล้ว โดยนำยาเสพติดมาจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อมาจำหน่ายให้กับผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่อีกทอดหนึ่ง โดยจะรับยามาครั้งละ 4,000-8,000 เม็ด ตำรวจจึงติดตามและสกัดจับได้ในที่สุด จากการตรวจค้นภายในบ้านพัก เจ้าหน้าที่พบปืนลูกซองพร้อมเครื่องกระสุน สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารที่มีเงินหมุนเวียน 1 ล้านบาท และเอกสารเกี่ยวกับการจำหน่ายยาเสพติดหลายรายการ นายสังวาลย์ หรือนายกเล่ สารภาพกับตำรวจว่า เขาจำหน่ายยาเสพติดมานานกว่า 1 ปีแล้ว โดยวิธีการรับ-ส่งยาเสพติด เครือข่ายจะพายเรือข้ามฝั่งมายังประเทศไทย ก่อนซุกซ่อนยาเสพติดไว้ตามหลักกิโล จากนั้นก็โทรศัพท์ติดต่อให้เขาไปรับมาอีกทอดหนึ่ง การจับกุมผู้จำหน่ายยาเสพติดรายย่อยในแต่ละพื้นที่ ถือเป็นมาตรการที่เจ้าหน้าที่ระดมกวาดล้างอย่างต่อเนื่อง ระหว่างวันที่ 21 ถึง 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา ถือเป็นความพยายามจับกุมยาเสพติดทั่วทั้งประเทศ หลังจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. มีข้อมูลว่า ในช่วงนี้มียาเสพติดโดยเฉพาะยาบ้าทะลักเข้าประเทศจำนวนมาก เส้นทางในการลักลอบลำเลียงส่วนใหญ่ยังมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อส่งขายยังภาคใต้และต่อไปยังประเทศที่สาม ซึ่งระหว่างทางมีจำนวนหนึ่งแบ่งขายให้ผู้ค้าในประเทศไทย โดยการกระจายต่อไปยังชุมชน ด้วยเหตุนี้การติดตามจับกุมผู้ค้ารายย่อยจึงมีความจำเป็นไม่แพ้การเด็ดยอดผู้ค้ารายใหญ่ การกวาดจับผู้ค้ารายย่อย แม้ด้านหนึ่งจะช่วยตัดวงจรกระจายยาเสพติดในระดับชุมชน แต่ผลอีกด้านหนึ่งที่ตามมาก็คือปัญหานักโทษล้นคุก เพราะมีผู้กระทำความผิดจำนวนมาก ประกอบกับที่ผ่านมากฎหมายยาเสพติดไม่มีความยืดหยุ่นมากพอ ใช้การคำนวณปริมาณยาในการตัดสินความผิด จึงเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติทำงานคล้ายเหวี่ยงแห กวาดจับผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเข้าคุกทั้งหมด ทั้งๆ ที่บางคนเป็นเพียงผู้เสพ ยังสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้ ไม่ควรส่งตัวเข้าเรือนจำเสมือนเป็นการตีตราเป็น “คนคุก” จนกลับคืนสู่สังคมปกติไม่ได้ เหตุนี้เองจึงมีความพยายามแก้ไขปรับปรุงเนื้อหาในพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ซึ่งเพิ่งประกาศใช้เมื่อไม่นานมานี้ เปิดช่องให้ผู้กระทำผิดต่อสู้คดีพิสูจน์เจตนาของตนเองได้ว่าไม่ใช่ผู้ค้า แต่เป็นผู้เสพเท่านั้น ขณะเดียวกันก็ปรับปรุงอัตราโทษในความผิดฐานผลิต นำเข้า หรือส่งออกยาเสพติด ให้เหมาะสมกับพฤติการณ์ด้วย นอกจากการแก้ไขกฎหมายยาเสพติดที่เปิดช่องให้ศาลใช้ดุลพินิจในการตัดสินความผิดของผู้ครอบครองยาเสพติดได้อย่างเหมาะสมแล้ว เลขาธิการ ป.ป.ส. ยังบอกอีกว่า ป.ป.ส.พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังได้เปิดโครงการ “คลินิคจิตสังคม” เพื่อให้คำปรึกษาด้านจิตสังคมแก่ผู้ต้องหาคดียาเสพติดและคดีความรุนแรงในครอบครัวในระบบศาล โดยเน้นให้คำปรึกษาแก่ผู้ต้องขังหรือจำเลยในคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด คดีความรุนแรงในครอบครัว หรือคดีที่มีโทษไม่ร้ายแรงซึ่งได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว หรือการประกันตัว ซึ่งจะมีผู้ให้คำปรึกษาที่ผ่านการอบรมด้านการให้คำปรึกษาด้านจิตสังคม โดยมุ่งหวังให้ผู้ต้องหาปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และป้องกันการกระทำผิดซ้ำอีกด้วย

สนธิกำลังบุกตรวจสถานบันเทิง เปิดเกินเวลาพบยาเสพติดเพียบ

สนธิกำลังบุกตรวจสถานบันเทิง เปิดเกินเวลาพบยาเสพติดเพียบ

เจ้าหน้าที่สนธิกำลังบุกตรวจสถานบันเทิง เปิดเกินเวลา พบยาเสพติดเพียบ ตรวจปัสสาวะพบฉี่ม่วง 135 คน เมื่อวันที่ 3 ก.พ. นายมานะ สิมมา ผอ.ส่วนสอบสวนคดีอาญา กรมการปกครอง นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผอ.ส่วนกำกับสืบสวนและปราบปราม สำนักการสอบสวนและนิติการกรมการปกครอง นำกำลังเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง ปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง กรมพินิจคุ้มครองเด็กและเยาวชน เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. กรมสรรพสามิตร เข้าตรวจสอบร้าน อินฟินิตี้ อินดี้ ภายในซอยสุขสวัสดิ์ 2 แยก 2 แขวงและเขตจอมทอง กรุงเทพฯ หลังรับแจ้งว่าสถานบันเทิงดังกล่าวมีเด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี ใช้บริการ มีการใช้ยาเสพติด และเปิดเกินเวลาที่กำหนด จากการตรวจสอบพบว่าสถานบันเทิงดังกล่าว มีนักเที่ยวทั้งชายและหญิง กว่า 200 คน เข้ามาใช้บริการเต็มพื้นที่ทั้งชั้น1 และชั้น2 ของร้าน เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบก็เกิดความโกลาหลขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่จะปิดเพลงและเปิดไฟ เพื่อตรวจบัตรประชาชน และตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบยาเสพติดชนิดเคตามีน ทั้งแบบน้ำและเกล็ด ยาไฟว์ ไอซ์ จำนวนมาก ซึ่งถูกซ่อนไว้ในธนบัตรชนิด 100 บาท และ 20 บาท เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นพบว่ามีการซุกซ่อนลงถังน้ำแข็ง หรือทิ้งถังขยะในทันที อีกทั้งยังพบอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. พร้อมกระสุน 15 นัด ที่การ์ดของร้านพกไว้ และอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก ซุกซ่อนใต้บันได และ กระสุนปืนลูกซอง 3 ลูก ซุกซ่อนใต้บันได 1 นัด ใต้เคาน์เตอร์เครื่องดื่ม 1 นัด และที่การ์ดของร้านอีก 1 นัด นายรณรงค์ กล่าวว่า จากการตรวจปัสสาวะพบผู้มีฉี่สีม่วงจากสารเสพติด จำนวน 135 คน เป็นชาย 58 คน หญิง 77 คน พบเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีใช้บริการ 7 คน ไม่พกบัตรประจำตัว 37 คน แบ่งเป็นชาย 26 คน หญิง 11 คน ทั้งนี้จากการตรวจสอบทางร้านไม่มีใบอนุญาตทุกชนิด และเปิดเกินเวลา โดยได้รับแจ้งว่า มักปิดบริการเวลา 04.00 น. อีกด้วย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับใบอนุญาต, จำหน่ายสุราโดยไม่มีใบอนุญาต, ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยลดราคาเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมการขาย, ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเวลาที่รัฐที่รัฐบาลกำหนดเวลามิให้ขาย, จำหน่ายเครื่องดื่มสุราให้บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์, มีไว้ใช้ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต, และพ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สตูลร่วมเผาทำลาย ยาเสพติดมูลค่ากว่า19ล้าน

สตูลร่วมเผาทำลาย ยาเสพติดมูลค่ากว่า19ล้าน

ตำรวจ-ฝ่ายปกครอง เมืองสตูล ร่วมกันเผาทำลายยาเสพติดทั้งกัญชา กระท่อม รวมมูลค่ากว่า 19 ล้านบาท เมื่อวันที่ 30 ม.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ที่สนามบินกองทัพอากาศ (สนามบินสตูล)  ย่านถนนสายยนตรการกำธรสตูล-รัตภูมิ  หมู่ 6 ต.คลองขุด อ.เมืองสตูล จ.สตูล พ.ต.อ.ภูมิสิทธิ์  นาวัง  ผกก. สภ.เมืองสตูล  พ.ต.อ. อธิป  แสงวัลลอย  รอง  ผบก.ภ.จว.สตูล  พ.ต.ท.อภิสิทธิ์  ปะดุกา  หัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรจังหวัด (หน.ชปส.ภ.จว.สตูล)  สตูล  พ.ต.ท.ประยงค์  เต็มพร้อม  สวป.สภ.เมือง จ.สตูล  ผู้แทนปลัดจังหวัดสตูล  เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สตูล  และเจ้าหน้าที่ ปปส.ภาค 9  ร่วมกันนำยาเสพติดของกลาง ที่ตรวจยึดมาเผาทำลาย ประกอบไปด้วย   ยาเสพติดให้โทษชนิดประเภท กัญชา จำนวน  4 รายการ น้ำหนัก 1,345  กิโลกรัม ยาเสพติดชนิด ใบพืชกระท่อมสด  จำนวน 6 รายการ น้ำหนัก 125 กิโลกรัม  รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 19 ล้านบาท

เสก ปฏิเสธข้อหา ฮา ด.ต. รับตัวแซว รูปคู่จะถูกเด้งมั้ย

‘เสก’ปฏิเสธข้อหา ฮา!’ด.ต.’รับตัวแซว’รูปคู่จะถูกเด้งมั้ย?’

“เสก” พบตำรวจ สน.คันนายาว ปฏิเสธทุกข้อหา ยืนยันหนักแน่นไม่ได้เสพยา ด้าน “ด.ต.”ที่มารอรับตัวพูดติดตลก หลังสื่อถ่ายภาพติดเฟรมร่วมกับนักร้องดัง “มีรูปคู่จะถูกเด้งมั้ย? เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ความคืบหน้า กรณีที่ นายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ “เสก โลโซ” นักร้องร็อกเกอร์ชื่อดังเมืองไทย พร้อมแฟนสาวและทนาย ได้เดินทางไปที่ สน.คันนายาว เพื่อเข้าพบพนักงานสอบสวน และรับทราบข้อกล่าวหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ตามหมายเรียกครั้งที่ 2 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงที่นักร้องหนุ่มเดินทางมาถึง ได้มีดาบตำรวจนายหนึ่งเดินลงจากโรงพักมารับตัว “เสก” ไปพบกับทางพนักงานสอบสวน โดย “เสก” ได้มีการโอบกอดทักทายกันกับทางดาบตำรวจ ก่อนที่ผู้สื่อข่าวจะให้ทั้งสองถ่ายรูปคู่กัน เพื่อยืนยันการเข้ามารับทราบข้อหาของนักร้องดังในวันนี้ โดยระหว่างที่สื่อลงมือบันทึกภาพนั้น ดาบตำรวจคนดังกล่าวได้พูดติดตลกกับนักข่าว เชิงว่า สื่อถ่ายรูปตนคู่กับนักร้องดัง จะทำให้โดนสั่งย้ายเหมือนนายตำรวจคนอื่นๆหรือไม่ ทำให้ทั้งนักข่าวและ”เสก”ต่างพากันขำไปตามๆกัน จากนั้น “เสก” กับ “ด.ต.” ได้พากันเดินโอบเข้าไปด้านในโรงพัก ก่อนผ่านไปสักพักใหญ่ เสกเดินออกมาพร้อม “ด.ต.” พร้อมเปิดใจกับสื่อว่า ตนปฏิเสธตลอดทุกข้อกล่าวหา และยืนยันหนักแน่นว่าไม่ได้เสพยาเสพติดแต่อย่างใด ส่วนคดีก็ขอให้ไปว่ากันในชั้นศาล

เสก โลโซ ส่งทนายขอเลื่อน รับทราบข้อกล่าวหา

“เสก โลโซ”ส่งทนายขอเลื่อน รับทราบข้อกล่าวหา

“เสก โลโซ”ขอเลื่อนรับทราบข้อกล่าวหาเป็น 17 ม.ค.ขณะที่ทนายความเผยนัดครั้งที่ 2 เจ้าตัวต้องมาเอง ระบุผลตรวจสารเสพติดยังไม่ออกมาว่าเกิดจากยารักษาอาการป่วยหรือยาเสพติด จากกรณี นายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ “เสก โลโซ” นักร้องร็อกเกอร์ชื่อดังเมืองไทยที่ก่อเหตุยิงปืนขึ้นฟ้าในงานสมโภช 250 ปีพระเจ้าตากสินมหาราช ที่วัดเขาขุนพนม อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช จนถูกตำรวจจับกุม พร้อมกับถูกดำเนินคดีในข้อหาต่อสู้ขัดขวางการจับกุม และตรวจพบปัสสาวะมีสารเสพติดแอมเฟตามีน โดยหลังจากการประกันตัวจากศาลจังหวัดมีนบุรีแล้วทางตำรวจจากจ.นครศรีธรรมราช ได้มารับตัวดำเนินคดีที่สภ.พรหมคีรีและได้รับการประกันตัว ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้าเมื่อเวลา 12.30 น.ว่าที่ร.ต.มงคลวิจิตร์ ธนะโสภณ ทนายความของ“เสก โลโซ” ได้เดินทางมาที่สน.คันนายาว เพื่อมารับทราบข้อกล่าวหา แทนนักร้องหนุ่ม โดยทนายความ กล่าวว่า เมื่อเวลา 12.30 น.ผู้จัดการของเสก ติดต่อมาว่า ไม่สามารถมาพบพนักงานสอบสวนได้ จะมีการนัดต่อครั้งต่อไปในวันที่ 17 ม.ค.ซึ่งตอนนี้ผลตรวจปัสสาวะของเสก ยังไม่ออกมาว่าเกิดจากสารเสพติดหรือการใช้ยารักษาอาการป่วยไบโพล่าของเสก ที่เจ้าตัวกินยามานานแล้ว ซึ่งต้องรอผลตรวจจากรพ.วิชัยยุทธอีกครั้ง หลังจากนี้เสกจะต้องเดินทางมาที่สน.คันนายาวด้วยตัวเอง เพื่อมารับทราบข้อกล่าวหา ส่วนคดีเรื่องปืนที่จ.นครศรีธรรมราช ตนก็จะเดินทางไปยื่นเรื่องต่อเจ้าหน้าที่ในวันที่ 15 ม.ค. ซึ่งขณะนี้คดีความยังไม่จบก็ต้องว่ากันไปตามกระบวนการของกฎหมาย และในวันนี้ทางตำรวจไม่ได้แจ้งข้อหาเสกเพิ่มเติม เนื่องจากเจ้าตัวไม่ได้เดินทางมาด้วยตัวเอง ทนายความยัง กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม เสกมีอาการเครียดเนื่องจากคดีและข่าวต่างๆออกมา และฝากขอโทษตำรวจที่นครศรีธรรมราชที่โดนสอบสวน และผกก.สน.คันนายาวที่ทำให้เดือดร้อน

ตำรวจเมืองคอนเจ๋ง กวาดล้างอาวุธปืน-ยาเสพติดเพียบ

ตำรวจเมืองคอนเจ๋ง กวาดล้างอาวุธปืน-ยาเสพติดเพียบ

ตำรวจ จ.นครศรีธรรมราชโชว์ผลงานช่วงปีใหม่ ยึดอาวุธปืนสงคราม-วัตถุระเบิด-ยาเสพติดเพียบ ประกาศกลับมาเข้มงวดปราบปรามอาชญากรรมอีกครั้ง หลังหย่อนยานช่วงน้ำท่วม 23 อำเภอคดีอื้อ เหตุต้องช่วยปชช.เดือดร้อนก่อน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 7 ม.ค    ที่ บก.ภว. จว.นครศรีธรรมราช  พล.ต.ต วันไชย  เอกพรพิชญ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วย พ.ต.อ. สมชาย ซื่อต่อตระกูล รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.นครศรีธรรมราช , และ พ.อ.วชิรพง์  บุญรัตน์ หน.กองยุทธการ มทบ.41ซึ่งเป็นผู้แทนทหารกองทัพภาคที่ 4 และ มทบ.41ร่วมแถลงผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรม และยาเสพติด และปิดล้อมตรวจค้นในระหว่างวันที่ 22 ธ.ค.60 – 5 ม.ค.61 (15 วัน) โดยมีเป้าหมายในการจับกุมในช่วงเทศกาลวันปีใหม่ที่ผ่านมา โดยสนธิกำลังตำรวจและทหารทภ.4 และทุกหน่วยในพื้นที่ระดมกวาดล้างอาชญากรรมเพื่อความสงบสุขของประชาชน พล.ต.ต. วันไชย  กล่าวว่า  ตรวจยึดจับกุมอาวุธปืน อาวุธสงคราม วัตถุระเบิดยาเสพติด  รวม 77 ราย ผู้ต้องหา 78 คน  อาวุธปืนจำนวน 65 กระบอก  แบ่งเป็น อาวุธปืนมีทะเบียน 10 กระบอก  อาวุธปืนไม่มีทะเบียน  54กระบอก  แยกเป็นอาวุธปืนสั้นจำนวน 29 กระบอก อาวุธปืนยาวจำนวน 33กระบอก อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (อัดลม แก๊ป ปากกา) จำนวน 2 กระบอก และอาวุธปืนสงครามอาร์ก้า 1 กระบอก นอกจากนี้ยึดเครื่องกระสุนปืน 519 นัดและระเบิดไปป์บอม จำนวน 1ลูก และจับกุมคดียาเสพติด  502 รายผู้ต้องหา 512 คน แยกเป็นยาบ้าจำนวน 217,794 เม็ด ยาไอซ์  7,254.73 กรัม กัญชาแห้ง  2,592.25กรัม พืชกระท่อม  565,493 กรัมน้ำต้มพืชกระท่อม 76.5ลิตร ยาแก้ไอ 160 ขวด และโซแลม  5 เม็ด “ช่วง 2 ปีที่ผ่านมาตำรวจภูธรนครศรีธรรมราชสามารถควบคุมคดีลดลงในทุกประเภทยกเว้นในช่วงเดือน ธ.ค 60 ที่ผ่านมาเกิดคดีฆ่ากันตายขึ้นหลายรายเพราะเกิดอุทกภัยทั้ง23 อำเภอ ตำรวจจึงต้องมีภารกิจในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัย ลดการเข้มงวดกวดขันในการป้องกันปราบปรามและในขณะนี้เรากำลังสร้างบ้านให้ผู้ประสบภัยในพื้นที่ อ.นบพิตำ จำนวน 12 หลัง อย่างไรก็ตาม จากนี้ไปตำรวจจะกลับมาเข้มงวดกวดขันในมาตรการป้องกันปราบปรามอย่างต่อเนื่องอีกครั้ง”

สาวแสบสั่งยาบ้า-ไอซ์ ซุกในหม้อหุงข้าวไม่รอดถูกซิว

สาวแสบสั่งยาบ้า-ไอซ์ ซุกในหม้อหุงข้าวไม่รอดถูกซิว

ทหารระนองสนธิกำลัง ตำรวจ-ฝ่ายปกครอง รวบเอเย่นต์สาวขายยาเสพติด ได้ของกลางยาบ้า 2,006 เม็ด และยาไอซ์ 21.58 กรัม ซุกในหม้อหุงข้าวส่งมาทางรถขนส่งของบริษัทเอกชนรายหนึ่ง เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.ที่ร้อย ร.2521ฉก.ร.25 วัดป่าช้า อ.เมือง จ.ระนอง ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 กองกำลังเทพสตรี นำโดย พันโทสุรศักดิ์ พึ่งแย้ม เสธ.ฉก.ร.25 กองกำลังเทพสตรี พร้อมด้วย ตำรวจภูธรจังหวัดระนอง และฝ่ายปกครอง ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติด 2 ราย คือ นายณัฐกิตติ์ หรือแบงค์ คุ้มเกิด อายุ 22 ปี น.ส.กัลยาณี หรือ จ๋า ยุติมิตร พร้อมของกลาง ยาบ้า 2,006 เม็ด ยาไอซ์ 21.85 กรัม โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวทั้ง 2 ราย และได้นำตัวไปรอรับสินค้าที่ถูกส่งมากับรถขนส่งสินค้าของบริษัทเอกชนรายหนึ่ง บริเวณหน้าตลาดใหม่จุ๋มจิ๋มพลาซ่า โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจค้นจนพบยาบ้า และยาไอซ์ที่ถูกซ่อนไว้ในหม้อหุงข้าว พันโทสุรศักดิ์ กล่าวว่า  ทางหน่วยได้รับมอบหมายหน้าที่ในการหาข่าวเกี่ยวกับผู้กระทำผิด เรื่องยาเสพติดในพื้นที่ ตามนโยบายของกองทัพและนโยบายของรัฐบาล ในการปราบปรามยาเสพติด ในพื้นที่จ.ระนอง เพราะเป็นจังหวัดที่ติดกับชายแดนไทยเมียนมาในช่วงเทศกาลปีใหม่  ซึ่งทาง ร้อย.2521 ได้สนธิกำลังร่วมกับตำรวจปราบปรามยาเสพติดภูธรจังหวัดระนอง ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 415 ระนอง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง  ในการออกหาข่าว จนสามารถจับกุมผู้กระทำผิด และทำการสืบสวนขยายผลเครือข่ายยาเสพติดของ นายธนิต หรือ เจ ชูชัย ซึ่งถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ และทำการขยายผลจนสามารถจับกุมตัวนายณัฏฐกิตติ์ จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ยาบ้าและยาไอซ์ดังกล่าวเป็นของน.ส.กัลยาณี ที่สั่งให้ตนไปรับพัสดุดังกล่าว ซึ่งด้านในบรรจุยาเสพติดและนำไปจำหน่าย  ซึ่งนายณัฏฐกิตติ์ ได้สารภาพต่ออีกว่าตนเองติดยาเสพติด(ยาบ้า) ส่วนหนึ่งได้นำมาเสพและส่วนที่เหลือนำไปจำหน่ายให้แก่เยาวชนและแรงงานในพื้นที่ ขณะที่น.ส.กัลยาณี ยอมรับว่ายาเสพติดเป็นของตนเองจริง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้นำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป