ไทยแลนด์โอนลี่ ! ท่องเที่ยวฯ หัวใส ผุดไอเดียคิทแคทรสทุเรียน-มังคุด-มะขาม

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา
เปิดเผยหลังการประชุมหารือกับฝ่ายการตลาด บริษัทเนสท์เล่ ประเทศไทย ว่า ทางกระทรวงมีแนวคิดนำวัตถุดิบอาหารของไทยที่ขึ้นชื่อและเป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติ มาพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม เพื่อขายให้นักท่องเที่ยว โดยอยากนำร่องด้วยการนำผลไม้ขึ้นชื่อที่มีสัญลักษณ์ความเป็นไทยชัดเจน และเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว อาทิ ทุเรียน มังคุด มะขาม มาเป็นวัตถุดิบทำขนมคิทแคท แบบเดียวกับคิทแคทชาเขียวของญี่ปุ่น

ทั้งนี้ทางกระทรวงมองว่า หากมีสินค้ามาดึงดูดนักท่องเที่ยว ก็จะทำให้ค่าใช้จ่ายต่อหัวเพิ่มขึ้น ซึ่งตั้งเป้าไว้ว่าควรเพิ่ม 10% ต่อคนต่อทริป โดยการหารือในครั้งนี้ ได้เชิญทางเนสท์เล่มาเพื่อขอคำแนะนำเรื่องแนวทางการตลาดต่าง ๆ ว่าจะสามารถพัฒนาสินค้าด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะด้านอาหาร เพื่อให้นักท่องเที่ยวใช้จ่ายเพิ่มขึ้นได้อย่างไรบ้าง และหากนำขนมคิทแคทมาทำให้มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ของไทย นักท่องเที่ยวมาเห็นก็จะรู้ว่าขนมนี้ต้องมาซื้อที่เมืองไทยที่เดียว ซึ่งทางฝ่ายการตลาดของเนสท์เล่ก็จะไปหารือกับฝ่ายต่าง ๆ อีกครั้งว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ เพราะต้องมีการประเมินปัจจัยอื่น ๆ ด้วย

อนึ่ง การที่กระทรวงสนใจพัฒนาสินค้าตัวนี้ ไม่ได้หมายความว่าจะไม่โปรโมทอาหารท้องถิ่นของไทย คือยังโปรโมทเหมือนเดิม โดยมองว่าในปีนี้เรื่องอาหารจะต้องทำการตลาดกันอย่างจริงจัง โปรโมทอาหารทุกระดับ ตั้งแต่อาหารข้างทางจนถึงอาหารแบบหรูหรา เพราะต้องยอมรับว่านักท่องเที่ยวที่มาไทย จะใช้จ่ายเกี่ยวกับอาหารกันเยอะมาก

เบื่อสิว! มารับมือกับ สิว อย่างเข้าใจ

ปัญหาผิวที่ทุกคนต้องพบเจอไม่ว่าจะผู้หญิงหรือผู้ชาย นั่นก็คือ “สิว” ที่เป็นกันมากส่วนใหญ่จะเป็นวัยรุ่น แต่ก็มีหลายคนที่เลยวัยรุ่นมาแล้ว ก็ยังมีปัญหาสิวอยู่ เรามารู้จักและเข้าใจสิว เพื่อหาวิธีลดสาเหตุการเกิดสิวได้ตรงจุดกันดีกว่า

ร้อยละ 80 ของผู้ที่เป็นสิวนั้น พบในวัยรุ่นและผู้ใหญ่ตอนต้น ซึ่งเป็นลักษณะที่ใช้บ่งบอกการก้าวเข้าสู่ความเป็นหนุ่มสาว ในเด็กผู้หญิงจะเริ่มมีสิวก่อนมีประจำเดือนครั้งแรกประมาณ 1 ปี ช่วงชีวิตที่เป็นสิวได้สูงสุดคือช่วงวัยรุ่นตอนกลางจนถึงช่วงปลาย และอาการดีขึ้น เมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ อย่างไรก็ตาม กลุ่มประชากรส่วนหนึ่ง โดยมากเป็นเพศหญิงจะยังคงมีสิวแม้ว่าอายุมากกว่า 30 ปี และเป็นต่อเนื่องไปจนถึงอายุ 40 ปีสิวพบมากในปริมาณที่มีต่อมไขมันอยู่หนาแน่น เช่น บริเวณใบหน้า รองลงมาจะเป็นแผ่นหลัง และหน้าอก ลักษณะเป็นตุ่มสิวอุดตัน (Comedone) และสิวอักเสบเป็นตุ่มนูนแดง, ตุ่มหนอง, ถุงน้ำ (Cysts) เมื่อสิวหายแล้ว อาจจะพบรอยแดง รอยดำ และรอยแผลเป็นจากสิว และเพื่อให้เข้าใจสาเหตุของสิวมากขึ้น เราต้องรู้จัก “ต่อมขน” ซึ่งประกอบด้วย ต่อไขมัน และเส้นขน เมื่อต่อมไขมันผลิตไขมันแล้ว จะถูกส่งตามท่อไปสู่เส้นขน แล้วออกสู่ผิวหนังภายนอก ซึ่งบทบาทการทำหน้าที่ของไขมัน (Sebum) เชื่อว่า ไขมันดังกล่าว ช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำทางผิวหนัง มีส่วนช่วยให้ผิวนุ่มและเนียนเรียบ ทั้งยังมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา ต่อมไขมันจะพบมากที่บริเวณหนังศีรษะ ใบหน้า (โดยเฉพาะบริเวณ T-zone ประกอบด้วย หน้าผาก หว่างคิ้ว จมูก ร่องแก้ม) และหน้าอก

สิว คือการอักเสบของต่อมขนเกิดจากสาเหตุหลัก 4 ประการ คือ

เซลล์ที่เส้นขนแบ่งตัวมากผิดปกติจนเปิดกั้นทางออก ทำให้ไขมัน รวมทั้งขี้ไคล (Keratin) จากเซลล์ และแบคทีเรียสะสมอยู่ในต่อมขน เนื่องจากไม่มีทางระบาย เกิดเป็น ตุ่มคอมีโดน (Comedone) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของสิว

ต่อมไขมัน ผลิตไขมันมากเกินไป ยิ่งสะสมในต่อมขนทำให้คอมิโดนขยายขนาดขึ้น

เกิดการอักเสบ (Inflammation) ที่ต่อมขนนั้น

ติดเชื้อแบคทีเรีย Propionibacterium Acnes ในบริเวณที่เป็นสิว กระตุ้นให้การอักเสบขยายวงกว้าง กลายเป็นตุ่มนูน ตุ่มหนอง ถุงน้ำ ปัญหาสิวมีด้วยกันหลายสาเหตุ เช่น ความเครียด การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ พฤติกรรมการรับประทานอาหาร การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน พันธุกรรม หรือแม้แต่การโกนหนวดก็ส่งผลต่อการเกิดสิวได้เช่นกัน ฯลฯ แต่ทุกสาเหตุของการเกิดสิวนั้น โดยเฉพาะสิวอักเสบเกิดจากปัจจัยสำคัญเดียวกันคือ การติดเชื้อแบคทีเรีย และแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุหลักของการเกิดสิวมีอยู่ 3 ชนิด ได้แก่ Propionibacterum acnes (P.acnes), Propionibacterium granulosum (P.franulosum) และ Staphylococcus aureus (S.aureus) ซึ่งล้วนเป็นแบคทีเรียที่พบได้ตามผิวหนังและมีอยู่บนสิ่งของเครื่องใช้ที่ เราต้องสัมผัสทุกวัน เช่น พวงมาลัยรถยนต์ คีย์บอร์ด โทรศัพท์ โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือซึ่งเป็นแหล่งสำคัญที่มีเชื้อแบคทีเรียสะสมอยู่มาก ที่สุด

เมื่อเป็นสิวจะมีการสัมผัสใบหน้า (ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว) มากกว่าปกติเป็น 10 เท่า ดังนั้นเมื่อเราใช้หรือสัมผัสอุปกรณ์ต่าง ๆ แล้วไปสัมผัสใบหน้าก็เท่ากับว่าเป็นการนำเชื้อแบคทีเรียไปเพิ่มที่ผิวหน้า ของเรา เมื่อแบคทีเรียมีจำนวนมากยิ่งขึ้น โอกาสของการเกิดสิวก็จะเพิ่มมากขึ้น สิวที่เป็นอยู่เดิมก็จะมีอาการรุนแรงชัดเจนมากขึ้น ความเชื่อหนึ่งเกี่ยวกับสิว ที่เชื่อว่าสิวเกิดจากความสกปรกบนใบหน้า และคิดว่าการล้างหน้าบ่อย ๆ เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันไม่ให้สิวเกิดขึ้น ในความเป็นจริงแล้ว การล้างหน้าบ่อย ๆ ก็ไม่สามารถช่วยลดอัตราการผลิตไขมันจากต่อมไขมันได้

นอกจากนี้การล้างหน้าบ่อยครั้งและประกอบกับใช้เครื่องมือ เช่น ผงขัด (Scrub) ที่ช่วยขัดลอกผิวหน้านั้น จะทำให้ต่อมขนถูกทำลายและทำให้สิวเป็นมากขึ้น ดังนั้นการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและดูแลผิวหน้าก็เป็นสิ่งจำเป็นใน การช่วยลดและรักษาสิว ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่ผสมยาฆ่าเชื้อ เพราะนอกจากจะไม่สามารถลดจำนวนเชื้อสิว P.acnes ได้แล้ว ยังก่อให้เกิดความระคายเคือง และเป็นสาเหตุของผื่นแพ้ได้อีกด้วย ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน ออกแบบมาสำหรับผู้ที่เป็นสิวหรือ ผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย และสาวคนไหนที่ขาดเมคอัพไม่ได้ (ใช่ว่าสาวที่เป็นสิวจะแต่งหน้าไม่ได้นะ) ควรเลือกใช้เครื่องสำอางชนิดที่ไม่ก่อสิว (Noncomedogenic) โดยหลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำมัน (Lotion และ Oil-based) และควรใช้ผลิตภัณฑ์ชนิด Gel-based จะเหมาะกับผู้ที่เป็นสิวมากกว่า

Tip

การรักษาสิวก็มีมากมายหลายวิธ๊ แต่วิธีที่ง่ายและเป็นที่นิยม คือ การใช้ยาทาสิว ซึ่งยาทาสิวก็มีหลายชนิด ที่เป็นมาตรฐานและใช้กันอย่างกว้างขวาง ได้แก่ กรดวิตามินเอ ชนิดทา, เบนซอยล์เพอร์ออกไซด์ และยาปฏิชีวนะชนิดทา ยาทารักษาสิวมักมีผลข้างเคียง คือแสบ แดง แห้ง ลอก หลังใช้ต่อเนื่อง ซึ่งก็มียาทาสิว บางชนิดที่มีข้อควรระวังห้ามใช้กับสตรีตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร (มักเขียนไว้ข้างกล่อง) เช่น กรดวิตามินเอชนิดทา ซึ่งใช้ช่วงแรกอาจพบการระคายเคืองและไวต่อแสงได้ แนะนำว่าควรใช้ในเวลาก่อนนอน และสิวจะเวลา 4-8 เดือน และเมื่อสิวดีขึ้นมากแล้วควรใช้กรดวิตามินเอ ชนิดทา อย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการสร้างคอมิโดน ลดการกลับเป็นซ้ำ เนื่องจากสิวเป็นโรคเรื้อรังและเกิดขึ้นได้ตลอดในช่วงวัยรุ่น ใครที่มีผิวแห้งจากการใช้ยาทารักษาสิว ควรใช้ครีมที่มีมอยส์เจอไรเซอร์เยอะ ๆ เพื่อบรรเทาอาการ

จี้สิงห์เหลือ 8 แต้ม! “เรือใบสีฟ้า” บุกอัด “บอร์นมัธ” 2-0

ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560
บอร์นมัธ 0-2 แมนฯ ซิตี้
สนาม : ไวทาลิตี้ สเตเดี้ยม

เริ่มเกมมาเพียงแค่ 14 นาที ทีมเยือนก็โชคร้ายเมื่อ กาเบรียล เชซุส ได้รับบาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหว ต้องเปลี่ยนเอา เซร์คิโอ อเกวโร่ ลงเล่นแทน

อย่างไรก็ตาม นาทีที่ 29 แมนฯ ซิตี้ ออกนำ 1-0 จากจังหวะที่ ลีรอย ซาเน่ หลุดเข้าเขตโทษก่อนเปิดไปที่เสาสอง บอลแฉลบ สตีฟ คุ้ก แนวรับเจ้าถิ่นไปเข้าทาง ราฮีม สเตอร์ลิง วิ่งเข้าซัดไม่เหลือ

นาทีต่อมา เจ้าถิ่นส่งบอลเข้าไปกองในก้นตาข่าย จอร์ดอน ไอบ์ เปิดเรียดให้ โจชัว คิง ซัดจากระยะ 13 หลา แต่ผู้ตัดสินไม่เห็นเนื่องจากมองว่าเจ้าตัวไปทำฟาวล์ก่อนในจังหวะแรก จบครึ่งแรก แมนฯ ซิตี้ นำ 1-0

กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง นาทีที่ 67 เจ้าถิ่นได้ลุ้นตีเสมอ แฮร์รี่ อาร์เทอร์ ปั่นด้วยซ้ายหน้าเขตโทษ บอลจะเสียบใต้คานอยู่แล้วแต่ วิลลี่ กาบาเยโร่ โดดปัดออกหลังไว้ได้

นาทีที่ 69 แฟร์นันดินโญ่ จ่ายบอลออกซ้ายให้ ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดไปถึงเส้นหลังก่อนเปิดไปหน้าประตู เซร์คิโอ อเกวโร่ ยิงไปโดนขา ไทโรน มิงส์ ตุงตาข่าย แมนฯ ซิตี้ ขยับหนีเป็น 2-0

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี้ บุกเอาชนะ บอร์นมัธ 2-0 เก็บสามแต้มล้ำค่า ขยับขึ้นรองฝูง พร้อมทำแต้มไล่จี้ “จ่าฝูง” เชลซี เหลือเพียง 8 คะแนน

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
บอร์นมัธ (4-2-3-1) : อาร์เทอร์ โบรุก – อดัม สมิธ, สตีฟ คุ้ก, ไซม่อน ฟรานซิส, ชาร์ลี แดเนี่ยลส์ – แจ็ค วิลเชียร์, แอนดรูว์ เซอร์แมน- จอร์ดอน ไอบ์, แฮร์รี่ อาร์เทอร์,ไรอัน เฟรเซอร์ – โจชัว คิง
แมนฯ ซิตี้ (4-1-4-1) : วิลลี่ กาบาเยโร่ – บาการี่ ซาญ่า, จอห์น สโตนส์, อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ, แฟร์นันดินโญ่ – ยาย่า ตูเร่ – เควิน เดอ บรอยน์, ดาบิด ซิลบา- ราฮีม สเตอร์ลิง, ลีรอย ซาเน่ – กาเบรียล เชซุส
ผู้ตัดสิน : นีล สวอร์บริค

แมนฯ ซิตี้ เซ็ง กาเบรียล เชซุส กระดูกฝ่าเท้าแตก

ซึ่งในทีแรกอาการเหมือนจะไม่หนักเท่าไรนัก ทว่าเมื่อผลแสกนออกมาปรากฎว่าเจ้าตัวเจ็บหนักขนาดกระดูกฝ่าเท้าแตก จากรายงานของ espnfc.com เมื่อ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

หัวหอกเจ้าของค่าตัว 27 ล้านปอนด์ ได้รับบาดเจ็บในนาทีที่ 15 ของเกมการแข่งขันในนัดที่เจอกับบอร์นมัธ ซึ่งในทีแรกทาง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้บอกหลังเกมว่าลูกทีมของเขาไม่น่าได้รับบาดเจ็บอะไรมากเท่าไร ทว่าเมื่อผลแสกนออกมางานนี้ถึงกับเข่าอ่อนเพราะว่ากองหน้าบราซิเลี่ยนอาการหนักถึงขนาดกระดูกฝ่าเท้าแตกรายงานจาก แมนซิตี้ ระบุว่า “ทางสโมสรขอยืนยันว่าในตอนนี้ผลตรวจของ กาเบรียล เชซุส ออกมาแล้ว ซึ่งนักเตะได้รับบาดเจ็บกระดูกฝ่าเท้าแตก จากในเกมที่เราเอาชนะบอร์นมัธได้ 2-0 ซึ่งเราจะทำการตรวจนักเตะอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่งเพื่อกำหนดขอบเขตของการพักฟื้นว่าจะนานมากสักเท่าไร และเราหวังว่านักเตะจะหายกลับมาลงเล่นได้ในเร็ววันนี้”

ทั้งนี้ เป็นที่คาดการณ์กันว่า กาเบรียล เชซุส น่าจะต้องพักยาวกว่า 3 เดือนเลยทีเดียว เพื่อให้อาการกระดูกฝ่าเท้าแตกหายเป็นปกติ

ทหารบุกจับบ่อนคาสิโนกลางเมืองขอนแก่น

จากกรณีกำลังทหาร มณฑลทหารบกที่ 23 หรือ (กกล.รส.จว.ขอนแก่น) บุกเข้าตรวจค้นอาคารพานิชย์ 2 ชั้น เลขที่ 25 / 210 ถนนมะลิวัลย์ ตำบลหนองเรือ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่นที่เปิดเป็นบ่อนไพ่วน หรือสเตอร์ ขนาดใหญ่ จับกุมนักพนันได้ 37 คน พร้อมเงินของกลางจำนวน 310,000 บาท และตรวจยึดรถยนต์จำนวน 20 คันเพื่อตรวจสอบ

ล่าสุด ได้มีนักพนัน (ขอสงวนชื่อ) ที่จำนำรถไว้ที่บ่อนคาสิโนดังกล่าว เมื่อทราบข่าวว่าบ่อนถูกเจ้าหน้าที่บุกจับ จึงต้องการรถคืน แต่เมื่อติดต่อสอบถามไปที่ สภ.หนองเรือ ปรากฎว่าตำรวจอ้างว่า ไม่มีเหตุจับบ่อนการพนัน รวมทั้งไม่มีการนำส่งของกลาง ทั้งเงินสดรวมทั้งรถยนต์มาลงบันทึกประจำวัน

นอกจากนี้ พ.ต.อ.ถนอมสิทธิ์ วงษ์วิจารณ์ ผกก.สภ.หนองเรือ เจ้าของพื้นที่ ได้ทำหนังสือถึง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น ชี้แจงว่าตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อออนไลน์และสื่อโทรทัศน์ว่า มีการจับกุมผู้ลักลอบเล่นการพนัน ตามเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น สภ.หนองเรือได้ตรวจสอบแล้ว ไม่ได้ร่วมหรือได้รับการประสานในการจับกุมบ่อนการพนันตามที่เป็นข่าว และได้ตรวจสอบข้อมูลที่อาคารพานิชย์ดังกล่าวแล้ว ไม่พบการกระทำความผิดแต่อย่างใด

ทั้งนี้ พ.ต.อ.ถนอมสิทธิ์ ซึ่งอยู่นอกพื้นที่ ได้ชี้แจงกับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า “เหตุการณ์ที่เป็นข่าว ตำรวจไม่ได้ร่วมสนธิกำลังเข้าทำการจับกุมนักพนันที่อาคารพาณิชย์ดังกล่าวกับทหาร เนื่องจากไม่ได้รับการประสานมา ส่วนที่มีภาพตำรวจอยู่ในเหตุการณ์นั้น ได้เรียกตัวมาสอบถามทราบว่า เป็นสายตรวจที่จะขับขี่รถไปตรวจเส้นนั้น เนื่องจากมีการแจ้งว่ามีบ่อนละแวกนั้น และพบว่ามีทหารเดินเข้า-ออก จำนวนหนึ่ง เมื่อทหารเห็นตำรวจ ก็บอกว่ากำลังถอนกำลังขึ้นรถตู้กลับไป ไม่มีการนำส่งของกลางไม่ว่าจะเป็นเงินสดหรือนักพนันรวมทั้งรถยนต์ให้กับพนักงานสอบสวน สภ.หนองเรือแต่อย่างใด

ด้าน พ.ท.พิทักษ์พล ชูศรี หัวหน้าชุดที่เข้าจับนักพนัน กล่าวว่า ได้โทรศัพท์ประสานกับ ผกก.สภ.หนองเรือ ซึ่งได้แจ้งว่าจะส่ง ร.ต.ท.สัมฤทธิ์ บรรเทา มาดำเนินการ ต่อมามีตำรวจแต่งเครื่องแบบเต็มยศมาพร้อมลูกน้อง จึงส่งมอบนักพนันและเงินสดของกลาง 3.1 แสนบาท จากนั้นทหารและสื่อมวลชนก็ถอนตัวกลับไป แต่กลายเป็นว่าไม่มีคดี ปัญหาคือแล้วเงินของกลางหายไปไหน

“ทุกอย่างเราทำตามขั้นตอน กำลังทหารและสื่อมวลชนไปเต็มรถตู้ ภาพถ่ายคลิปการจับกุมก็มีละเอียดทุกขั้นตอน หลักฐานชัดเจน ตอน ผกก.โทรมา นักข่าวหลายสำนักก็ได้ฟัง ตอนส่งของกลางเงินสามแสน ผู้สื่อข่าวก็เป็นพยานได้ แล้วจู่ๆ กลายเป็นว่าผู้ต้องหาและเงินล่องหน ” พ.ท.พิทักษ์พล กล่าว
ต่อมา นายกำธร ถาวรสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้สั่งการให้ นายวรทัศน์ ธุลีจันทร์ นายอำเภอหนองเรือ ตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีนี้ ซึ่งในช่วงบ่ายวันที่ 19 ก.ย.นายวรทัศน์ ได้มีหนังสือรายงานถึงผู้ว่าราชการจังหวัดว่า ได้รับรายงานจากสถานีตำรวจภูธรหนองเรือว่า ไม่ได้ร่วมหรือได้รับการประสานในการจับกุมผู้ลักลอบเล่นการพนันตามที่เป็นข่าว และยังไม่ได้รับผู้ต้องหาพร้อมของกลางแต่อย่างใด

วางแผนนับเดือน บุกทลายบ่อนไฮโล กลางป่าที่ปทุมฯ รวบ 42 นักพนัน

ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง บุกทลายบ่อนไฮโล บริเวณเพิงพักกลางป่า อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี รวบ 42 นักพนัน พร้อมของกลางจำนวนมาก
เผยต้องวางแผนจับนานนับเดือน เนื่องจากบ่อนวางคนดูต้นทางอย่างดี ทำประตูกั้น ก่อนถึงจุดเล่นพนัน ไกล 1 กม. เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 11 มกราคม 2560 ร.อ.ประสิทธิชัย พิมพ์สอน ผบ.หมวดรักษาความสงบ ศปภอ.หนองเสือ นางสายใจ มีชนะ นายอำเภอหนองเสือ สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ฝ่ายปกครอง ตำรวจ
ร่วมกันจับกุมลักลอบเล่นการพนันประเภทไฮโล บริเวณเพิงพักไม่มีเลขที่ กลางป่าหมู่ที่ 8 ถนนเลียบคลอง12 ต.หนองสามวัง อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี โดยสามารถจับกุมนักพนัน ทั้งชายหญิง ได้รวม 42 คน หนึ่งในนั้น คือนายประทีป บุญมี สมาชิกเทศบาลเมืองสนั่นรักษ์ อ.ธัญบุรี และหลบหนีไปได้ 3 คน เงินสด 50,000 บาท ทองคำรูปพรรณ น้ำหนัก 5 บาท รถยนต์ 10 คัน รถจักรยานยนต์ 18 อุปกรณ์การเล่นการพนันไฮโล หน้าเสื่อแทงพนันไฮโล ลูกไฮโล 28 ลูก โต๊ะเก้าอี้ พัดลม เครื่องปั่นไฟ วิทยุสื่อสาร 2 เครื่อง โดยมีนายจอง พันธ์แตง อายุ 62 ปี รับเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้
จึงนำตัวทั้งหมด พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองเสือ ร.อ.ประสิทธิชัย เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้เจ้าหน้าที่สืบทราบว่า ที่กลางป่าดังกล่าวมีการลักลอบเล่นการพนันไฮโล โดยจัดคนดูต้นทางอย่างดี โดยใช้วิทยุสื่อสารแจ้งความเคลื่อนไหวบริเวณทางเข้า ซึ่งมีการทำประตูกั้นก่อนถึงสถานที่เล่นการพนัน ประมาณ 1 กม. เจ้าหน้าที่ต้องวางแผนการจับกุมอย่างดี ใช้เวลาถึง 1 เดือนจึงสามารถคุมนักพนันไว้ได้ดังกล่าว.

ใกล้ 30 หน้าเริ่มยับ เรียกผิวเด็กกลับมาด้วยมหากาพย์รีวิว 3 สกินแคร์

 

ด้วยไลฟ์สไตล์ของสาว ๆ สมัยนี้ ทำให้สัญญาณผิวแก่เป็นเรื่องที่มาไว บางคนอายุแค่ 25 ริ้วรอยแรกก็มาแตะที่ผิวโดยไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำ จริง ๆ แล้ว สัญญาณผิวแก่นั้นสามารถสังเกตได้จากผิวหน้าหลาย ๆ อย่าง เช่น ความชุ่มชื่นน้อยลง สีผิวที่สม่ำเสมอ ริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์ที่คงอยู่นานกว่าปกติ แต่งหน้าไม่ติด รวมเป็นปัญหาหน้ายับที่ใครก็ไม่อยากเจอ

แต่ยับแค่ไหนก็แก้ได้ กลุ่มสาวออฟฟิศอินไซด์ได้ออกมาต้านหน้ายับ “Baby Face is Coming to Me” อายุ 28-30 ปี ทั้งหมด 9 คน ที่มีปัญหาผิวของวัยที่ต่างกัน และเลือกผลิตภัณฑ์ที่สามารถแก้ไขปัญหาผิวต่าง ๆ จากเคาน์เตอร์แบรนด์ 3 ตัว เพื่อให้ได้ผลไปในทิศทางเดียวกัน ผลิตภัณฑ์ที่เลือกจึงมีส่วนผสมชนิดที่ใกล้เคียงกัน นั่นคือ สารสกัดจากพืชและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลมาเป็นส่วนผสมที่ขึ้นชื่อว่าเป็น The Best ในการบำรุง ซ่อมแซมผิว และช่วยดูแลริ้วรอยได้เยี่ยมยอดที่สุดในตอนนี้ คือ

สกินแคร์ระดับ Hi End ที่ขึ้นชื่อเรื่องความชุ่มชื่น : LA MER The Moisturizing Gel Cream

สกินแคร์คุณสมบัติและสารสกัดบำรุงลึกล้ำดุจเข้าถึงดีเอ็นเอ : DII Collagen Time Reversal

และเอสเซนต์น้ำตบหน้าใสแพลงก์ตอนทะเลชื่อดัง : Biotherm Life Plankton Essence

ซึ่งสาว ๆ ทั้ง 9 คน ใช้สกินแคร์ทั้งหมด 3 แบรนด์ เป็นเวลา 2 เดือน ( 1 แบรนด์ = 1 อาทิตย์) โดยระหว่างการทดสอบสาว ๆ จะพักหน้า 1 อาทิตย์ เพื่อให้เห็นผลลัพธ์แต่ละตัวอย่างชัดเจน มาดูผลลัพธ์ของสาว ๆ กันเลย

7 บิวตี้ไอเทมที่สาว ๆ ควรมีติดกระเป๋า ไม่งั้นชีวิตลำบากแน่ !

เครื่องสําอางที่ควรมีติดกระเป๋า จะมีไอเทมไหนบ้างที่สาว ๆ ควรจะต้องมีและพกติดตัวอยู่ตลอดเวลา ไม่อย่างนั้นชีวิตลำบากแน่ ๆ

สำหรับผู้หญิงอย่างเราแล้ว คงจะไม่มีไอเทมไหนที่จะสำคัญกับชีวิตไปกว่า “เครื่องสำอาง” อีกแล้วล่ะค่ะสาว ๆ เพราะเครื่องสำอางก็เหมือนกับไอเทมแต่งแต้มความสวยบนใบหน้า ซึ่งถือเป็นปราการด่านแรกที่คนจะมองเห็น และทำให้ผู้หญิงเรารู้สึกมีความมั่นใจขึ้นมาได้ ดังนั้นก่อนออกจากบ้านหลังจากแต่งหน้าสวย ๆ เสร็จแล้ว อย่าลืมพกเครื่องสำอางที่จำเป็นติดกระเป๋ากันไปด้วยนะคะ เพื่อที่ระหว่างวันจะได้พร้อมเติมสวยกันอยู่ตลอดเวลา ไม่อย่างนั้นหากโดนแดด เจอมลภาวะ หรือเจอเหงื่อเข้าไป จากที่สวย ๆ ก็อาจจะกลายเป็นสยองเอาได้ (แค่คิดก็เฟลแล้ว) เอาเป็นว่าถ้าใครไม่อยากเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ละก็ ก่อนออกจากบ้านมาเช็กลิสต์ให้ดีกันเลยดีกว่า ว่าคุณมีบิวตี้ไอเทมช่วยชีวิตเหล่านี้เตรียมพร้อมติดกระเป๋ากันแล้วหรือยัง ?
1. แป้งพัฟ
ตอนเช้าหน้าเด้ง ตกบ่ายหน้าหมอง สำหรับปัญหานี้สาว ๆ หลายคนคงจะเป็นกันอยู่บ่อย ๆ นั่นก็เพราะว่าใบหน้าของคุณต้องเจอกับแสงแดด เจอเหงื่อ และหน้ามันนั่นเองค่ะ ดังนั้นแป้งพัฟจึงเป็นเครื่องสำอางที่สาว ๆ จะขาดไม่ได้เป็นอันดับแรก ๆ เลย เพราะมันจะช่วยชีวิตของคุณได้ หากเมื่อไรที่ใบหน้าเริ่มมันเริ่มหมอง แค่หยิบเอามาตบ ๆ สักทีสองที หน้าก็สวยเนียนเด้งได้เหมือนเดิมแล้ว
2. ลิปสติก
กินข้าวแล้วลิปสติกหาย ! เชื่อว่าร้อยทั้งร้อยสาว ๆ ทุกคนต้องเฟลกับปัญหานี้กันอยู่แน่ ๆ ดังนั้นหลังกินข้าวเสร็จถ้าไม่อยากให้ปากที่เคยสวยมีสีสันซีดเป็นไก่ต้มละก็ หยิบลิปสติกแท่งโปรดของคุณมาติดกระเป๋าไว้เลยค่ะ หากลิปสติกหายเมื่อไรก็เติมเมื่อนั้น รับรองปากสวยเด้งดูสดใสทั้งวันแน่นอน
3. กระดาษทิชชูธรรมดา และกระดาษทิชชูเปียก
ด้วยความที่บ้านเราเป็นเมืองร้อน สาว ๆ หลายคนต้องเจอกับปัญหาเหงื่อไหลหน้ามันเยิ้ม ดังนั้นพกกระดาษทิชชูติดตัวเอาไว้เถอะค่ะสาว ๆ เมื่อไรที่เหงื่อออก ก็แค่หยิบออกมาซับ ๆ เท่านี้หน้าสวย ๆ ก็ไม่ไหลเยิ้มเป็นหน้าเค้กแล้วค่ะ หรือเผื่อมีเหตุฉุกเฉินที่ต้องเช็ดโน่นเช็ดนี่ หรือไปจับอะไรสกปรกมา จะได้มีกระดาษทิชชูเตรียมพร้อมเอาไว้ หรือใครที่อยากจะเข้าห้องน้ำ การพกกระดาษทิชชูเปียกเอาไว้ก็สามารถอำนวยความสะดวกให้กับเราได้มากเลยล่ะค่ะ
4. กระดาษซับมัน
หน้ามันคือปัญหาใหญ่ที่ทำให้ระหว่างวันใบหน้าของเราดูหมองคล้ำและเป็นต้นเหตุของการเกิดสิว หากพกทิชชูอย่างเดียวคงไม่พอ ดังนั้น “กระดาษซับมัน” จึงเป็นบิวตี้ไอเทมอีกหนึ่งชิ้นที่คุณสาว ๆ จะขาดไม่ได้เช่นกันค่ะ หากเมื่อไรที่หน้ามัน (โดยเฉพาะช่วงบ่าย ๆ เย็น ๆ) ก็แค่หยิบขึ้นมาซับ ๆ ไม่กี่นาทีหน้าก็สวยใสได้เหมือนเดิมแล้ว
5. คอตตอนบัด
หลายคนคิดว่า “คอตตอนบัด” อาจจะไม่สำคัญ แต่เชื่อเถอะค่ะว่ามันจะช่วยชีวิตคุณได้มาก ๆ เพราะถ้าหากวันไหนที่คุณปัดขนตา กรีดอายไลเนอร์มาซะสวยเช้ง แต่ระหว่างวันเจอกับลม ฝน หน้ามัน หรือเหงื่อ แล้วทำให้เครื่องสำอางเหล่านั้นหลุดออกมาติดอยู่ใต้ดวงตาซึ่งเป็นจุดเล็ก ๆ ยากที่จะเช็ดออก บอกเลยว่า ณ ตอนนั้นคุณจะรีบถามหาคอตตอนบัดกันแทบไม่ทันเลยเชียว
6. หวี
เคยเป็นไหมคะสาว ๆ ตอนเช้าก่อนออกจากบ้านหวีผมมาซะตรงสวย แต่พอนั่งวินมอเตอร์ไซค์ หรือเจอลมเจอฝนเข้าไปเท่านั้นแหละ ผมที่หวีมาสวย ๆ เรียบ ๆ กลับกลายเป็นยุ่งเหยิงเป็นยายเพิ้งไปซะงั้น ดังนั้นถ้าไม่อยากหัวฟูทั้งวัน ก็อย่าลืมพกหวีกันด้วยนะคะ อาจจะเป็นหวีพกอันเล็ก ๆ หรือจะเป็นแบบพับก็ได้ค่ะ จะได้ไม่เปลืองพื้นที่กระเป๋าด้วย
7. กระจกอันเล็ก ๆ
แน่นอนว่าระหว่างวันที่ต้องหยิบเครื่องสำอางมาเติมต้องส่องกระจก หากวันไหนที่ต้องออกมาข้างนอก หาห้องน้ำไม่ได้ กระจกอันเล็ก ๆ นี่แหละค่ะที่จะช่วยชีวิตของคุณได้ ดังนั้นพกไว้เถอะค่ะสาว ๆ เผื่อตอนไหนที่อยากจะแต่งหน้าหรือเช็กความพร้อมของใบหน้าจะได้ไม่ต้องวิ่งไปหาห้องน้ำหรือกระจกกันให้วุ่นยังไงล่ะคะ

เมื่อรู้แบบนี้แล้ว อย่ารอช้ากันอยู่เลยค่ะสาว ๆ รีบไปเช็กกันเลยว่าคุณมีบิวตี้ไอเทมเหล่านี้ไว้ในกระเป๋าแล้วหรือยัง บอกเลยมีติดตัวไว้ รับรองชีวิตไม่ลำบากแน่นอน ^^

ศาลอุทธรณ์ยืนคุก 20 ปี ‘พรชนก’ ฆ่าหั่นศพยุ่นปี57

ศาลอุทธรณ์ยืนคุก 20 ปี 'พรชนก' ฆ่าหั่นศพยุ่นปี57

ศาลอาญารัชดา นัดฟังคำพิพากษาอุทธรณ์ ในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสมชาย แก้วบางยาง และ นางพรชนก ไชยะปะ ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1 – 2 ฐานฆ่าผู้อื่นฯ

จากกรณี เมื่อระหว่างวันที่ 21 กันยายน – 13 ตุลาคม 2557 จำเลย ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง นายโยชิโนริ ชิมาโตะ ครูสอนภาษา ชาวญี่ปุ่น และร่วมกันฆ่าชำแหละศพ ในอ่างอาบน้ำภายในห้องน้ำบ้านเลขที่ 201/237 หมู่บ้านออคิดวิลล่า จ.สมุทรปราการ แล้วชิงทรัพย์สิน ผู้ตายจำนวน 41,500 บาท ก่อนหลบหนีไป โดยคดีนี้ศาลชั้นต้น พิพากษาจำคุก นายสมชาย จำเลยที่ 1 ตลอดชีวิต ส่วน นางพรชนก จำเลยที่ 2 พิพากษาจำคุก 20 ปี ต่อมา โจทก์ยื่นอุทธรณ์ ขอให้ศาลลงโทษจำเลยตามคำฟ้อง

เนื่องจาก จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ เพียงนำบัตรเครดิตของ นายโยชิโนริ ไปใช้ แต่ไม่ปฏิเสธข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น ในวันนี้เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ จึงนำตัว นางพรชนก มาฟังคำพิพากษาศาล โดยศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้จะไม่มีประจักษ์พยาน แต่มีพยานแวดล้อมเบิกความ และสอดคล้องกับคำรับสารภาพของ นายสมชาย ตามที่นำชี้จุดเกิดเหตุ ศาลอุทธรณ์จึงพิพากษายืน ตามศาลชั้นต้น

แชร์สนั่น..เกือบเข้าใจผิด หนุ่มทำคลอดให้แฟนกลางถนน

โลกออนไลน์สุดประทับใจ ภาพที่เกือบทำให้เกิดความเข้าใจผิด ชายหญิงนอนล้มอยู่กลางถนน แต่ที่แท้เป็นการทำคลอด หลังขี่รถไปโรงพยาบาลไม่ทัน ลูกน้อยคลอดออกมากลางทาง

แชร์สนั่น..เกือบเข้าใจผิด หนุ่มทำคลอดให้แฟนกลางถนน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์กำลังให้ความสนใจภาพของชายหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งอยู่กลางถนน โดยที่มีหญิงสาวนอนหงายอยู่ใกล้ๆ กลายเป็นภาพที่ทำให้บางคนเข้าใจผิด นึกว่าเป็นเหตุทำร้ายร่างกายกัน แต่แท้ที่จริงแล้วเป็นเรื่องราวดีๆ เพราะชายคนดังกล่าวเข้าไปช่วยทำคลอดให้หญิงสาว ระหว่างรอเจ้าหน้าที่กู้ภัยและทีมแพทย์มาถึงจุดดังกล่าว

ภาพจากผู้ใช้เฟซบุ๊กคุณ Art Bioplus กลายเป็นประเด็นพูดถึงไปทั่วโลกออนไลน์ หลังจากที่เขาโพสต์ภาพเอาไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้่นเมื่อวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา ในพื้นที่ จ.สระบุรี บังเอิญขับรถไปเหตุการณ์ดังกล่าว ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นเหตุทะเลาะวิวาทกันระหว่างชายหญิง แต่เมื่อจอดรถลงไปตรวจสอบกลับพบว่าไม่ใช่

“เมื่อวานขับรถกลับจากซ้อมฟุตบอล ระหว่างขับมองข้างหน้าเห็นภาพผู้หญิงนอนอยู่กับพื้น โดยมีผู้ชายเหมือนนั่งคร่อมไว้ (แต่จริงๆ ไม่ได้คร่อมนำครับ) ในใจคิดสิ่งเดียวเลยว่า ผู้หญิงถูกทำร้ายแน่ๆ คิดว่ายังไงก็ต้องลงไปช่วยผู้หญิงให้ได้ เพราะดูรูปร่างผู้ชายแล้วพอที่จะสู้ไหว จึงชะลอรถเพื่อดูชั้นเชิงหากว่าสู้ไม่ได้ อย่างน้อยจะได้ช่วยผู้หญิงออกมาให้ได้

แต่พอเข้าไปดูชัดๆ กลายเป็นภาพผู้หญิงนอนอยู่กับพื้น ส่วนผู้ชายกำลังใช้สองมือของเขาประคองศีรษะเด็กเอาไว้อยู่ จึงรีบจอดรถและลงไปถามเพื่อให้ความช่วยเหลือ ผู้ชายบอกว่าพาผู้หญิงซ้อนจักรยานยนต์จะพาไปโรงพยาบาล เพื่อไปทำคลอด แต่ไปไม่ถึงโรงพยาบาลเด็กคลอดออกมาเสียก่อน

ตอนที่ผมลงไปกำลังแจ้งกู้ภัย แต่มีรถของโรงพยาบาลมาพอดี จึงได้โบกให้เขาช่วยเหลือไว้ ผมก็ไม่รู้ว่าใครแจ้งไปหรือเป็นความบังเอิญ แต่ก็เป็นโชคดีของพ่อแม่ลูกครอบครัวนี้ ผมเองอยู่ช่วยโบกรถส่งสัญจรให้รถคันอื่นๆ บริเวณนั้น และเป็นกำลังใจให้ทีมช่วยเหลือ กระทั่งย้ายผู้หญิงขึ้นรถพยาบาลไปได้ ผมคิดว่าเด็กและแม่คงจะปลอดภัยนะครับ”

ภายหลังจากภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ปรากฏว่ามีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นและชื่นชมเป็นอย่างมาก นับเป็นภาพน่าประทับใจที่อาจจะดูเป็นอย่างอื่นได้ในทันที หากไม่ทราบข้อเท็จจริง ทั้งนี้ชาวเน็ตยังชื่นชมหนุ่มเจ้าของเรื่องราวที่มีน้ำใจลงไปช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้ อีกทั้งยังชื่นชมคุณพ่อที่ไม่ต่างกับทำคลอดให้กับภรรยากลางถนน และยังได้อวยพรขอให้เด็กน้อยและแม่ปลอดภัยเช่นเดียวกัน