อัพความเฮลตี้ไม่มีตก ด้วย 6 อาหารเสริมบำรุงสุขภาพ

สำหรับสาวๆ ที่อยู่ในสายของการดูแลสุขภาพร่างกายเป็นประจำอยู่แล้ว คงจะให้ความสำคัญในเรื่องอาหารการกินเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องของอาหารเสริม เพราะร่างกายของคนเราไม่สามารถรับประโยชน์จากอาหารที่กินเข้าไปได้อย่างเพียงพอ ดังนั้นเหล่าบรรดาอาหารเสริมอย่างพวกวิตามินต่างๆ จึงค่อนข้างมีบทบาทต่อการดูแลรักษาสุขภาพได้เป็นอย่างดี สาวๆ คนไหนที่รักสุขภาพ วันนี้เรานำเหล่าอาหารเสริมที่จำเป็นต่อการดูแลสุขภาพร่างกายมาฝากกันแล้วค่ะ

1.ไบโอติน

อาหารเสริมอย่างไบโอติน มีส่วนช่วยในการดูแลและบำรุงเส้นผมของสาวๆ ได้เป็นอย่างดี เพราะจะช่วยแก้ปัญหาผมขาดร่วงและผมบางสำหรับสาวๆ ที่มีปัญหาเรื่องเส้นผมและหนังศีรษะ ในขณะเดียวกัน ยังสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับผิวและเล็บได้อีกเช่นกัน ที่สำคัญยังมีส่วนช่วยในเรื่องของระบบเผาผลาญภายในร่างกาย ระบบย่อยอาหาร การทำงานของเส้นประสาท และการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดได้อีกด้วย

2.โพรไบโอติค

สำหรับอาหารเสริมชนิดนี้จะช่วยรักษาปัญหาที่เกิดขึ้นกับระบบทางเดินอาหาร ช่วยในการป้องกันการติดเชื้อในช่องคลอดและทางเดินปัสสาวะในผู้หญิง ที่สำคัญโพรไบโอติคยังเป็นสารอาหารที่ช่วยบรรเทาอาการภูมิแพ้ที่เกิดขึ้นในเด็กได้เป็นอย่างดี

3.แมกนีเซียม

แมกนีเซียมเป็นสารอาหารที่ช่วยดูแลสุขภาพของหัวใจ ช่วยลดอาการไมเกรนได้ นอกจากนี้ ยังช่วยบำรุงกระดูก ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ช่วยบรรเทาอาการปวดท้องรุนแรงก่อนมีประจำเดือน ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งบางชนิด ช่วยต่อสู้กับความเครียดและความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นในร่างกายของคนเราได้อีกด้วย
4.วิตามินบี 12

สารอาหารชนิดนี้มีความจำเป็นต่อการทำงานและการพัฒนาของสมอง เส้นประสาท เซลล์เม็ดเลือด รวมถึงส่วนอื่นๆ ภายในร่างกาย เพราะส่วนต่างๆ ในร่างกายนั้นล้วนต้องใช้วิตามินบี 12 เป็นตัวช่วยในการพัฒนา ดังนั้นจึงไม่เป็นที่แปลกใจว่าทำไมร่างกายของคนเราไม่สามารถขาดสารอาหารชนิดนี้ได้

5.วิตามินดี

สำหรับสารอาหารอย่างวิตามินดี จัดเป็นสารอาหารที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งได้เป็นอย่างดี ทั้งยังมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนัก ดังนั้นสำหรับสาวๆ ที่กำลังมุ่งมั่นในการรักษาหุ่นและต้องการลดน้ำหนักให้ได้ผลสำเร็จ พลาดวิตามินดีไมได้เด็ดขาด

6.แคลเซียม

สารอาหารชนิดนี้มีส่วนช่วยในการสร้างและช่วยรักษาความแข็งแรงของกระดูก อีกทั้งยังช่วยปรับความสมดุลให้กับระบบการทำงานของหัวใจ กล้ามเนื้อ และเส้นประสาทได้อีกเช่นกัน

หลังจากที่สาวๆ ทราบกันไปเรียบร้อยแล้วว่าอาหารเสริมหรือสารอาหารชนิดใดบ้างที่มีความจำเป็นต่อสุขภาพร่างกาย ต่อไปนี้ก็ควรหันมาดูแลสุขภาพร่างกายด้วยการทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ และควรบริโภคสารอาหารที่เราได้บอกกันในวันนี้กันด้วยนะคะ เพื่อที่จะช่วยให้คุณเป็นสาวสายสุขภาพได้อย่างเต็มประสิทธิภาพนั่นเองค่ะ

ระวัง! แอร์รถยนต์สกปรก ราขึ้นรถ สาเหตุสุขภาพพัง

เคยเข้าไปนั่งในรถตัวเอง หรือรถเพื่อน แล้วรู้สึกอากาศอับๆ ชื้นๆ หรืออาจจะฝุ่นเยอะจนทั้งจามทั้งไอตั้งแต่ก้าวแรกที่ขึ้นรถกันบ้างไหมคะ อากาศบ้านเราก็ทั้งร้อนทั้งชื้น ทั้งเชื้อรา ทั้งแบคทีเรียเจริญเติบโตได้ง่ายมากๆ ยิ่งช่องแอร์ถ้าไม่ได้รับการทำความสะอาดบ้าง ลมปะทะหน้าครั้งแรกที่เปิดแอร์นี่เต็มไปด้วยเชื้อราชัดๆ จะไม่ให้ป่วยได้ยังไงไหว ทางการแพทย์เขาเรียกว่า “Sick Car Syndrome” ค่ะ

อาการป่วยจากเชื้อรา แบคทีเรีย และฝุ่นต่างๆ ในรถยนต์

– ไอ

– จาม

– หายใจลำบาก

– ระคายเคืองตา และจมูก จนน้ำมูกน้ำตาไหล

– ง่วงซึม

– แน่นหน้าอก

– ระบบทางเดินหายใจผิดปกติ

– ภูมิแพ้

สเปรย์ฉีดดับกลิ่น น้ำยาดับกลิ่นในรถ ช่วยได้หรือไม่?
หากเป็นสูตรกำจัดแบคทีเรียก็ช่วยได้เพียงระยะหนึ่ง แต่เมื่อฤทธิ์ หรือกลิ่นของน้ำยาหมด แบคทีเรียและเชื้อราก็จะกลับมาอีกอยู่ดี แต่หากเป็นสูตรปรับกลิ่นเฉยๆ ก็ไม่สามารถฆ่าแบคทีเรีย หรือเชื้อราได้

วิธีกำจัดฝุ่น เชื้อราในรถยนต์ สาเหตุของโรคภูมิแพ้

1. หาสาเหตุของกลิ่นอับ หากเปิดประตูเข้าไปแล้วมีกลิ่นเลย กลิ่นอาจจะมาจากที่นั่ง หากมีกลิ่นตอนเปิดแอร์ กลิ่นอาจมาจากแอร์ เป็นต้น เมื่อหาสาเหตุได้แล้วก็จัดการทำความสะอาดซะ

2. หมั่นดูดฝุ่นเบาะนั่งเป็นประจำ โดยเฉพาะเบาะผ้า อย่าลืมดูดฝุ่นพรมที่เท้าด้วย

3. หากมีน้ำ หรือเครื่องดื่มต่างๆ เคยหกใส่เบาะ หรือที่วางเท้า รีบทำความสะอาด และจัดการให้แห้ง

4. อย่าฉีดสเปรย์ น้ำหอม หรือสารเคมีต่างๆ มากจนเกินไป แทนที่จะให้ผลดี กลับให้ผลที่แย่กว่าเดิม

5. หากยังมีเชื้อรา หรือกลิ่นอับชื้นที่แก้ไขเองไม่ได้ ให้รีบปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

รถยนต์สำหรับบางคนแทบจะเป็นเหมือนบ้านหลังที่สองหรือสาม (รองจากออฟฟิศ) เพราะฉะนั้นเราก็ควรดูแล ทำความสะอาด และรักษาสภาพรถให้สะอาด และพร้อมใช้งานอยู่เสมอ เพื่อสุขภาพที่ดี และความปลอดภัยของเราค่ะ

น่ารักใจละลาย คุณแม่แชร์ภาพลูกสาวอารมณ์ดี ยิ้มแฮปปี้ตั้งแต่แรกเกิด

น่ารักไปแล้วนะเนี่ย ชมภาพโมเมนต์แห่งความประทับใจ หนูน้อยอารมณ์ดี ส่งยิ้มเซลฟี่มาตั้งแต่แรกคลอด งานนี้ไม่ให้อดใจหลงรักได้ยังไงไหว

สำหรับผู้หญิงทุกคนที่กำลังจะเป็นคุณแม่นั้น การคลอดลูกเป็นประสบการณ์ที่ท้าทายและไม่ใช่เรื่องง่าย พวกเธอต้องพบเจอกับความเครียด ความกังวลต่าง ๆ นานา รวมทั้งความรู้สึกเจ็บท้องที่ถาโถมอยู่ตลอด คุณแม่สาวสวยชาวบราซิลรายนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น  แต่เมื่อได้เห็นใบหน้าลูกสาวตัวน้อย ความรู้สึกที่มาแทนที่คือความสุขเกินบรรยาย ไม่ใช่แค่เพราะได้เห็นลูกสาวเกิดมาปลอดภัยเท่านั้น แต่เป็นเพราะลูกสาวตัวน้อยอารมณ์ดีมาก ส่งยิ้มตาแป๋วแบบสุดน่ารักคุณแม่คนสวยรายนี้คือไทเซ เด มารี นางแบบและแฟชั่นบล็อกเกอร์คนเก่งจากประเทศบราซิล เรื่องราวของเธอถูกเปิดเผยโดยเว็บไซต์เดลี่เมล เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2560 ลูกสาวตัวน้อยสุดน่ารักของเธอมีชื่อว่า คาร์เมล ตอนนี้คาร์เมลตัวน้อยมีอายุครบ 3 เดือนแล้ว เธอเป็นเด็กน้อยน่ารักอารมณ์ดีที่ยิ้มตลอด โดยเฉพาะตอนที่เห็นกล้อง

ไทเซให้กำเนิดหนูน้อยคาร์เมลโดยการผ่าคลอดในวันที่ 9 ธันวาคม 2559 ดูเหมือนว่าลูกสาวคนนี้จะได้สัญชาตญาณความเป็นนางแบบจากแม่มาเต็ม ๆ เพราะเพียงไม่กี่วินาทีที่เธอลืมตาออกมาดูโลก ตอนที่เธอได้เห็นคุณพ่อคุณแม่ครั้งแรก ก็ส่งยิ้มหวานออกมาเรียบร้อยแล้ว ไทเซแชะภาพโมเมนต์สุดประทับใจนี้แล้วโพสต์เผยแพร่ลงบนอินสตาแกรมของเธอ พร้อมข้อความว่า “เบบี๋คาร์เมลออกมาดูโลกแล้วนะคะทุกคน เป็นสาวแข็งแรงมาก หนัก 3.4 กิโลกรัมเลยนะ พ่อแม่ลูกยิ้มกันถ้วนหน้าเลย”    ภาพนี้กลายเป็นภาพไวรัลไปเรียบร้อยแล้ว รอยยิ้มของคาร์เมลตัวน้อยขโมยหัวใจทุกคนที่เห็นเธอ ชาวเน็ตต่างพากันหลงรักเธอกันถ้วนหน้า มีคนกดไลค์ภาพนี้ไปแล้วเกือบ 3 หมื่นครั้ง และเกือบ 2 พันคอมเมนต์ใต้ภาพ เต็มไปด้วยข้อความแสดงความยินดีและความเห็นที่น่ารักจากแฟน ๆ ของไทเซ (ดูเหมือนว่าจะเป็นแฟน ๆ ของคาร์เมลมากกว่านะ) รายหนึ่งถึงกับบอกว่า จะขาดใจตายแล้วนะเนี่ย น่ารักเกินไปแล้วน้า

หนูน้อยคาร์เมลในวัย 3 เดือนแสดงให้เห็นว่าไม่ได้อารมณ์ดีแค่เฉพาะตอนแรกคลอดเท่านั้นนะ แต่เห็นกล้องเมื่อไรเป็นต้องยิ้มตลอด อวดรอยยิ้มน่ารักสดใสให้คุณแม่ตลอดเลย งานนี้เห็นทีว่าจะมีคนต่อคิวสมัครเป็นแฟนคลับน้องคาร์เมลกันเพียบแน่ ๆ ขอลงชื่อไปติดตามแบบด่วน ๆ ด้วยคนนะค้า

ชาวบ้านสงสัย หนุ่มไม่มีงานทำแต่ขับเบนซ์หรู แจ้งตำรวจค้นพบยาบ้าเกือบ 3 แสนเม็ด

ชาวบ้านสงสัยหนัก หนุ่มวัย 35 งานการไม่ทำแต่เช่าบ้านราคาแพง แถมขับรถเบนซ์หรู แจ้งตำรวจเข้าตรอสอบ พบยาเสพติดอื้อ ยาบ้า เกือบ 3 แสนเม็ด

วานนี้ (10 มีนาคม 2560) พล.ต.ท. ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้เกี่ยวข้อง บุกเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 145/158 ซอยลาซาล 1 แขวงบางนา เขต บางนา กรุงเทพ สามารถจับกุมนาย นายสยุมพร วังวนสินธุ์ หรือ ตึ๋ง อายุ 35 ปี หนุ่มรับจ้างส่งยาบ้า พร้อมของกลางเป็นยาบ้า 298,000 เม็ด ยาไอซ์ 2.3 กิโลกรัม ยาเคตามีน 1 กิโลกรัม
โดย พล.ต.ท. ศานิตย์ กล่าวว่า การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจากชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง พบเห็นว่านายสยุมพรมีพฤติกรรมที่ผิดปกติ เป็นคนไม่มีอาชีพเป็นหลักเป็นแหล่ง แต่เช่าบ้านดังกล่าวอาศัย แถมยังขับรถเบนซ์ คาดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงไปแจ้งให้เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.น.2 รับทราบ ทางเจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจสอบประวัตินายสยุมพร พบว่ามีประวัติเคยถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติด ทั้งเสพและครอบครองมาแล้ว 3 ครั้ง
โดยในเวลา 23.00 น. เจ้าหน้าที่ก็ได้นำกำลังมาเฝ้าติดตามดูพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด ในขณะที่นายสยุมพรกำลังจะขับขี่รถ จยย.ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีดำส้ม ทะเบียน 6 กข-7727 กรุงเทพมหานคร ออกจากบ้านนั้น เจ้าหน้าที่ก็ได้แสดงตัวขอเข้าตรวจค้น โดยพบยาบ้าจำนวน 22,000 เม็ด ซุกซ่อนในถุงดำวางแอบอยู่ตรงหว่างขาของนายสยุมพร จึงได้ยึดไว้เป็นของกลาง และเมื่อนำตัวเข้าตรวจค้นภายในบ้านต่อ ก็พบยาเสพติดอื่น ๆ อยู่อีกเป็นจำนวนมาก โดยพบยาเคตามีน 1 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในตู้ใต้อ่างล้างหน้าในห้องน้ำชั้น 3 พบที่เก็บยาบ้าจำนวน 276,000 เม็ด และยาไอซ์อีก 2.3 กิโลกรัม

นายสยุมพรให้การรับสารภาพ และเผยว่าบ้านหลังนี้ตนเช่าอยู่เดือนละ 12,000 บาท ตนเคยทำงานเป็นลูกจ้างรับจัดงานอีเวนท์ตามห้างต่าง ๆ แต่มาเริ่มรับจ้างส่งยาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปี 2559 โดยรับยามามาเก็บไว้ที่บ้านแล้วนำไปกระจายต่อ รับคำสั่งจากทางโทรศัพท์ว่าให้นำยาไปทิ้งไปตามจุดต่าง ๆ แล้วจะมีคนมารับยาต่ออีกทอดหนึ่ง หากงานสำเร็จตามที่ได้รับมอบหมาย ก็จะได้เงินค่าจ้าง คิดเป็นเงิน 1,500 บาท ต่อยา 2,000 เม็ด ทั้งนี้จากการตรวจสอบบัญชีธนาคารของนายสยุมพร พบว่ามีเงินสดจำนวน 6.5 แสนบาท เจ้าหน้าที่จึงได้อายัดเอาไว้ตรวจสอบอจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย, มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ประเภทที่ 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และได้ควบคุมตัวนายสยุมวส่ง บช.ปส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้าน พล.ต.ท. ศานิตย์ เปิดเผยเพิ่มเติมอีกว่า ในขณะที่นายสยุมพรกำลังถูกจับกุมอยู่นั้น มีคนโทรศัพท์เข้ามาพยายามขอเคลียร์กับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม โดยเสนอเงินจำนวน 2 ล้านบาทเพื่อการนี้ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ตกลงด้วย หลังจากนี้จะทำการสืบสวนขยายผลเพื่อตามจับกุมเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการค้ายามาดำเนินคดีต่อไป

เปิดประวัติ “พระทัตตชีโว” บุคคลสำคัญของวัดพระธรรมกาย

วันนี้ (8 มี.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกให้ พระทัตตชีโว เข้ารายงานตัวเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 5/2560
ลงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 และเข้าข่ายการเป็นผู้ต้องหาในคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการให้ที่พักพิงแก่ผู้ต้องหา และการนําเงินของวัดพระธรรมกายไปเล่นหุ้น เป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้น การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

ล่าสุด ได้มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ถอดถอน พระราชภาวนาจารย์ (พระทัตตชีโว หรือเผด็จ ทัตตชีโว) ออกจากสมณศักดิ์ ตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2560 ประกาศ ณ วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2560

สำหรับประวัติของพระราชภาวนาจารย์ หรือ พระทัตตชีโว มีนามเดิมว่า เผด็จ ผ่องสวัสดิ์ เกิดเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2483 ที่ตำบลปากแพรก อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี หลังจากจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 8 ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาแล้ว ได้เข้าไปศึกษาในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ทำให้มีโอกาสได้รู้จักกับนิสิตรุ่นน้องชื่อ ไชยบูลย์ สุทธิผล ปัจจุบันคือ พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธัมมชโย) ก่อนที่จะฝากตัวเป็นลูกศิษย์ศึกษาวิชาธรรมกายกับแม่ชีจันทร์ ขนนกยูง ตามหลักของพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และได้เป็นกำลังสำคัญในการบุกเบิกสร้างวัดพระธรรมกายมาตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบันพระทัตตชีโว อุปสมบทเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2514 ณ พัทธสีมา วัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ โดยมีสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่ พระเทพวรเวที เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า ทตฺตชีโว ซึ่งแปลว่า ผู้ถวายชีวิตแล้วแด่พระศาสนา

ต่อมาในปี พ.ศ. 2535 พระทัตตชีโว ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญฝ่ายวิปัสนาธุระที่ พระภาวนาวิริยคุณ ก่อนจะได้รับได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชฝ่ายวิปัสนาธุระที่ พระราชภาวนาจารย์ ไพศาลศาสนกิจ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี ในปี พ.ศ. 2556

ฮือฮา พบรูปสลักฟาโรห์รามเสสที่ 2 อายุเก่าแก่กว่า 3,000 ปี ซ่อนใต้ดินไคโร

พบรูปสลักขนาดใหญ่ของ ฟาโรห์ แรแมซีสที่ 2 กษัตริย์อียิปต์โบราณผู้มีชื่อเสียงมากที่สุด นักโบราณคดีชี้ น่าจะยังมีรูปปั้นแบบนี้ฝังอยู่อีกหลายที่ใต้เมือง

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2560 เนชั่นแนลจีโอกราฟฟิก รายงานข่าวการค้นพบทางโบราณคดีครั้งสำคัญที่น่าตื่นเต้นอย่างมาก เมื่อทีมนักโบราณคดีค้นพบรูปสลักขนาดใหญ่ที่น่าจะเป็นของฟาโรห์แรแมซีสที่ 2  หรือ รามเสสที่ 2 ฝังอยู่ใต้โคลนในพื้นที่สลัมแห่งหนึ่งของกรุงไคโร ประเทศอียิปต์
การขุดค้นดังกล่าวเกิดขึ้นโดยความร่วมมือของทีมนักโบราณคดี 2 ชาติ คือนักโบราณคดีจากกระทรวงโบราณคดีของอียิปต์ และนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไลป์ซิก ประเทศเยอรมนี การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากพื้นที่บริเวณดังกล่าวมีขยะของเสียจากอุตสาหกรรมสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก อีกทั้งน้ำใต้ดินก็เพิ่มสูงขึ้นตลอด จึงเป็นอุปสรรคต่อการขุดค้น แต่อย่างไรก็ตาม ก็สำเร็จไปได้ด้วยดีในขั้นตอนแรก

รูปสลักดังกล่าวมีขนาดความสูงราว 26 ฟุต หรือเกือบ 8 เมตร แกะสลักมาจากหินควอร์ตไซต์ คาดว่ามีอายุเก่าแก่มาก นับย้อนไปได้ราว 3,000 ปี รูปสลักไม่ได้อยู่สภาพที่สมบูรณ์ 100 เปอร์เซนต์ อีกทั้งใบหน้าก็มีรอยแตกเสียหาย แต่ทางทีมนักโบราณคดีก็มั่นใจอย่างมากว่านี่น่าจะเป็นรูปสลักฟาโรห์รามเสสที่ 2 อย่างแน่อน เพราะนอกจากจะพบรูปสลักชิ้นนี้แล้ว ยังค้นพบส่วนหนึ่งของวิหารที่มีรูปเคารพเทพเจ้ารา ซึ่งเป็นเทพเจ้าที่กษัตริย์พระองค์นี้ทรงเคารพนับถือ นอกจากนี้ยังค้นพบรูปสลักหินปูนของฟาโรห์เซติที่ 2 (พระราชนัดดาของฟาโรห์รามเสสที่ 2) อยู่ใกล้กันในบริเวณดังกล่าวด้วย

“เราค้นพบชิ้นส่วนท่อนบน พร้อมกับใบหน้าส่วนล่างของรูปสลัก เมื่อเรายกส่วนหัวขึ้นมาด้านบน เราก็ค้นพบว่ายังชิ้นส่วนของมงกุฎ และตาข้างขวาซ่อนอยู่ด้านล่างอีกด้วย” คาลีด อัล อานานี รัฐมนรีว่าการกระทรวงโบราณคดีแห่งอียิปต์กล่าว ฟาโรห์รามเสสที่ 2 หรือรามเสสมหาราช คือกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อียิปต์โบราณ พระองค์ทรงปกครองอาณาจักรอียิปต์ในช่วง 1279-1213 ปีก่อนคริสตกาล ฟาโรห์รามเสสที่ 2 ทรงเป็นกษัตริย์นักรบผู้เกรียงไกร สามารถแผ่ขยายอำนาจของอียิปต์ไปได้ไกลจนถึงสุดขอบซีเรียและซูดาน นอกจากนี้ยังเป็นที่เชื่อกันว่า พระองค์คือฟาโรห์ที่ปรากฏในพระธรรมอพยพของคัมภีร์ไบเบิล ว่าด้วย เหตุการณ์ที่โมเสสพาทาสชาวยิวอพยพหนีออกจากอาณาจักรอียิปต์ผ่านทางทะเลแดง

ก่อนหน้านี้ในปี 2549 นักโบราณคดีได้ค้นพบวิหารเทพเจ้ารา หรือเทพแห่งดวงอาทิตย์ใต้กรุงไคโร วิหารแห่งนี้มีขนาดใหญ่มากที่สุดเท่าที่เคยค้นพบมา ด้านในวิหารรูปสลักฟาโรห์รามเสสที่ 2 จำนวนมาก ประดิษฐานอยู่ด้านใน รวมแล้วน้ำหนักมากกว่า 5 ตัน

ทีมนักโบราณคดีจะทำการขุดตามหาชิ้นส่วนที่เหลือของรูปสลักต่อไป เมื่อชิ้นส่วนทั้งหมดทุกค้นพบแล้วนำมาประกอบเข้าด้วยกันแล้วนั้น รูปสลักชิ้นนี้จะถูกนำไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์แกรนด์อียิปต์ ซึ่งจะมีกำหนดเปิดให้เข้าชมในปี 2561 นอกจากนี้ยังคาดว่ายังคงมีรูปสลักที่ทรงคุณค่าทางโบราณคดีเช่นนี้ฝังอยู่อีกหลายจุดทั่วกรุงไคโร

กรมการขนส่งทางบก พัฒนาแอพพลิเคชั่นเรียกแท็กซี่แข่ง Uber-Grab

วันนี้ (9 มี.ค.60) นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก

เปิดเผยถึงกรณีที่มีการเรียกร้องให้ภาครัฐสนับสนุนรถโดยสารทางเลือกใหม่ เช่น Uber, Grab car โดยระบุว่าเป็นบริการที่เพิ่มความสะดวกในการเดินทางมากกว่าการให้บริการรถโดยสารที่มีอยู่ในปัจจุบันนั้น กรมการขนส่งทางบกได้มีการชี้แจงไปยังผู้ประกอบการโดยตรงและผ่านทางสื่อสาธารณะอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดว่า แอพพลิเคชั่นในการเรียกใช้บริการแท็กซี่นั้น สามารถกระทำได้โดยไม่ผิดกฎหมาย แต่ประเด็นที่ผิดกฎหมายคือ การนำแอพพลิเคชั่นไปใช้เรียกรถยนต์ส่วนบุคคล (ป้ายดำ) เพื่อใช้รับจ้างขนส่งผู้โดยสาร ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 ฐานใช้รถยนต์ผิดประเภทจากที่จดทะเบียนไว้ ไม่ใช้มาตรค่าโดยสารตามที่ทางราชการกำหนด ผู้ขับรถไม่มีใบอนุญาตขับรถสาธารณะ ไม่เคยผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม และไม่เข้าสู่ระบบทะเบียนของศูนย์ข้อมูลประวัติผู้ขับรถสาธารณะของกรมการขนส่งทางบก ซึ่งหากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ประชาชนจะไม่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมาย และกรณีเกิดเหตุไม่พึงประสงค์เป็นอันตรายต่อความปลอดภัย ภาครัฐจะไม่สามารถติดตามรถหรือคนขับรถมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้

นายสนิท กล่าวต่อว่า กรมการขนส่งทางบกตระหนักและให้ความสำคัญกับการกำกับ ดูแล การให้บริการขนส่งสาธารณะทางถนนให้มีความปลอดภัยต่อประชาชนสูงสุด จึงได้ดำเนินการแก้ไขปัญหามาโดยตลอด ทั้งการชี้แจงทำความเข้าใจ การประชาสัมพันธ์แนะนำการใช้บริการรถโดยสารที่ถูกกฎหมายแก่ประชาชน กวดขันจับกุมผู้ให้บริการผิดกฎหมายทั้งรถนอกระบบและรถแท็กซี่ในระบบที่กระทำความผิดทุกกรณี เช่น เข้มงวดและลงโทษขั้นสูงสุดกับพนักงานขับรถที่ปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร หรือไม่ใช้มาตรค่าโดยสาร เพื่อปกป้องคุ้มครองสิทธิประโยชน์ และเพื่อความปลอดภัยของประชาชน โดยไม่เลือกปฏิบัติหรือทำเพื่อปกป้องประโยชน์ของกลุ่มใด โดยดำเนินการควบคู่กับการปรับปรุงคุณภาพ    การให้บริการของรถแท็กซี่ในระบบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและจูงใจให้ประชาชนหันกลับมาใช้บริการมากขึ้น ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นที่ยังไม่ถูกกฎหมาย เช่น Uber และ Grab Car กรมการขนส่งทางบกพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงและพัฒนารูปแบบการให้บริการที่ทันสมัยภายใต้กรอบของกฎหมายที่สามารถดำเนินการได้ เพื่อเพิ่มทางเลือกและประโยชน์สูงสุดของประชาชน ซึ่งในปัจจุบันมีรถแท็กซี่ในระบบเริ่มใช้แอพพลิเคชั่นเป็นสื่อกลางในการบริการ เช่น Grab Taxi, All Thai Taxi ซึ่งกรมการขนส่งทางบกพร้อมให้การสนับสนุนในทุกมิติ

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า ในทางคู่ขนาน กรมการขนส่งทางบกได้พัฒนายกระดับมาตรฐานรถแท็กซี่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น มั่นใจ ความปลอดภัย โดยดำเนินโครงการ TAXI OK / TAXI VIP โดย โครงการ TAXI-OK เป็นการยกระดับการให้บริการแท็กซี่ในปัจจุบัน โดยการติดตั้ง GPS Tracking พร้อมอุปกรณ์แสดงตัวผู้ขับรถ, กล้อง CCTV, มีปุ่มฉุกเฉิน (ส่งข้อมูล Online มาที่ศูนย์ GPS ทันที), มีระบบแจ้งเตือนการใช้ความเร็ว รวมถึงจัดทำระบบเรียกใช้บริการผ่านแอพพลิเคชั่นทางโทรศัพท์มือถือ เพื่อตอบโจทย์การเข้าถึงการให้บริการ เพิ่มความสะดวก ป้องกันปัญหาการปฏิเสธผู้โดยสาร การไม่เปิดมิเตอร์ ติดตามพฤติกรรมตลอดการให้บริการ เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร และโครงการ TAXI VIP หรือรถแท็กซี่ชนิดพิเศษ เป็นการเพิ่มทางเลือกในการให้บริการของประชาชน โดยใช้รถที่มีมาตรฐานขนาดตัวรถและสมรรถนะที่สูงกว่ารถแท็กซี่ทั่วไป เพิ่มอุปกรณ์ส่วนควบสำหรับให้บริการที่มีความสะดวกมากขึ้น เพิ่มเติมจากข้อกำหนดการติดตั้งเครื่องมือ อุปกรณ์ส่วนควบตามโครงการ TAXI OK อีกทั้ง ผู้ประกอบการต้องเป็นนิติบุคคล มีความพร้อมทางธุรกิจ มีแผนการประกอบการแบบมืออาชีพ ซึ่งร่างกฎกระทรวงทั้งสองฉบับได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2559 ปัจจุบัน อยู่ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา ก่อนส่งกระทรวงคมนาคมลงนามประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลบังคับใช้ต่อไป ซึ่งจะเป็นมาตรการในการยกระดับมาตรฐานการให้บริการและความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นในการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะเพิ่มขึ้น

“กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่” โพสต์เศร้า หลังเผาศพคุณพ่อ

จากกรณีนายนพดล ศรีหมอก อายุ 67 ปี บิดาของนายณัฐวุฒิ ศรีหมอก หรือ กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ แร็พเปอร์ชื่อดัง ผูกคอเสียชีวิตภายในห้องพัก ชั้น 3 คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านหัวหมาก

ซึ่ง กอล์ฟ เผยว่า คุณพ่อของตนติดสุรามาก ทำให้ช่วงหลังตนกับพ่อเริ่มมีปากเสียงกันเรื่องการดื่มสุรา ล่าสุด มีปากเสียงกันรุนแรงจนตนไม่คุยกับพ่อและงดส่งเงินให้เป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อเป็นการปรับนิสัยติดสุราของคุณพ่อ

ล่าสุด เมื่อวานนี้ (8 มี.ค.)   กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ ได้จัดพิธีฌาปนกิจศพของคุณพ่อ ซึ่งหลังเสร็จสิ้นพิธี เจ้าตัวได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า

“เป็นงานที่ได้เจอคนที่เรารักมากที่สุดในชีวิตครบเกือบทุกคน น้ำใจนั้นท่วมท้นจนผมเองก็ไม่รู้จะขอบคุณยังไงหมด
มากกว่านั้นคือคนที่เดินทางมาช่วยงาน มีแม้กระทั่งคนที่ผมเคยคิดร้ายกับเขา และคนที่ผมคิดว่าเขาคิดร้ายกับผม
ตลอดสามวันสามคืน ผมยกมือไหว้ขออโหสิกรรมทุกคนที่ผมเคยมีเรื่อง ยกมือไหว้จากหัวใจ เป็นคำขอโทษที่เกิดจากความสำนึกจริงๆ
พี่โน้ตเก่งโพสท์คำหนึ่งที่เตือนสติผมได้อย่างดีว่า “ถึงชีวิตมันจะมีคำว่าสาย แต่ก็มีคำว่าไม่สาย”
เรื่องที่สายไปแล้ว ความเสียใจ เจ็บปวดข้างในก็คงเป็นทัณฑ์ทรมานขั้นลหุโทษที่รอการยกโทษให้ตัวเอง
และผลกรรมก็คงเป็นศาลสูงสุด
เรื่องที่ยังไม่สายคือผมยังมีชีวิตอยู่ ผมยังมีความผิดที่กลับไปแก้ไขทัน และผมยังเหลือคนที่ผมรักต้องดูแล
เวลามีไม่มากพอให้รอ
มันเหลืออยู่น้อยจริงๆ”

ทั้งนี้ มีคนในวงการบันเทิงและแฟนคลับเข้ามาแสดงความเสียใจ และให้กำลังใจ กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ มากมาย

DSI มีเบาะแสที่ซ่อน “พระธัมมชโย” จ่อหมายค้น-คง ม.44 ไว้

อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษมีเบาะแสที่ซ่อน “พระธัมมชโย” เร่งพิสุจน์ทราบเพื่อขอหมายค้น ยันคง มาตรา 44 แต่อนุญาตให้ศิษย์เข้าวัดได้

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เปิดเผยความคืบหน้าการติดตามตัวพระไชยบูลย์ สุทธิผล หรือ พระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาหลบหนีตามหมายจับร่วมกันฟอกเงินสมคบกันฟอกเงิน และรับของโจร ว่า ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนของดีเอสไอและสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จัดชุดสืบสวนหาตัวพระไชยบูลย์แล้ว

โดยเบื้องต้นมีผู้แจ้งเบาะแสมาที่ดีเอสไอถึงสถานที่ในเครือข่ายวัดพระธรรมกายในประเทศไทย ที่คาดว่าพระไชยบูลย์จะไปหลบซ่อนตัวอยู่หลายแห่ง หนึ่งในนั้นเป็นสถานที่ที่เคยมีผู้แจ้งเบาะแสมานานแล้ว และอยู่นอกพื้นที่ควบคุมตามประกาศ มาตรา 44 ซึ่งดีเอสไออยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอให้ศาลอนุมัติหมายค้นโดยเร็วที่สุด

ส่วนบริเวณวัดพระธรรมกาย ยืนยันว่ายังไม่มีการยกเลิกประกาศพื้นที่ควบคุมตาม มาตรา 44 แต่ได้มีการลดกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลและตั้งด่านลง และอนุญาตให้ศิษยานุศิษย์และพระเข้าไปภายในวัดได้ แต่ได้ประสานให้สำนักงานพระพุทธศาสนาและเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีดูแล ไม่ให้ทางวัดทำกิจกรรมที่เป็นการระดมมวลชนใดๆทั้งสิ้น และให้ยุติการชุมนุมบริเวณวัดพระธรรมกายและพื้นที่โดยรอบทั้งหมด

ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า กระแสข่าวที่ระบุว่าพระไชยบูลย์อยู่นอกประเทศนั้น ก็เป็นเพียงข่าว เจ้าหน้าที่ต้องดูตามข้อเท็จจริง ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีรายงานจากตำรวจตรวจคนเข้าเมืองว่าพระไชยบูลย์ออกนอกประเทศ

ด้าน พ.ต.ต. วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยภายหลังการประชุมสรุปสถานการณ์เเละผลการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ว่า หลังยุติภารกิจเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกาย เพื่อให้ได้ตัวพระไชยบูลย์ สิทธิผล ขณะนี้ยังคงใช้อำนาจตามมาตรา 44 ควบคุมพื้นที่ของวัดพระธรรมกายเพื่อป้องกันมือที่สาม เข้าก่อเหตุวุ่นวายและรักษาความปลอดภัย

โดยได้มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี, ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) พร้อมด้วยเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ควบคุมดูแลพื้นที่วัดต่อไป

ส่วนการตรึงกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อรักษาความปลอดภัยต่างจุดต่างๆรอบวัดพระธรรมกายจะปรับลดกำลังลงตามความเหมาะสมของสถานการณ์ เเต่ยังคงความเข้มงวดไว้

นอกจากนี้ การดำเนินการจะเน้นเรื่องการข่าวของเจ้าหน้าที่ในการติดตามตัวพระธัมมชโย เนื่องจากผลการตรวจค้นวัดนั้นไม่พบตัว จึงคลายข้อสงสัยว่าพระธัมมชโยไม่ได้อาพาธตามที่เคยกล่าวอ้าง เเละสามารถเคลื่อนย้ายหลบหนีได้

ทั้งนี้ จะไม่มีการประชุมของกองอำนวยการร่วมและไม่มีการแถลงข่าวประจำวันที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค (ตชด.) ภาค 1 อีก เเต่หากมีสถานการณ์ จะเป็นการประชุมคณะทำงานเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม อายุความตามหมายจับพระธัมมชโย ในคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ยังเหลืออายุความอีกประมาณ 10 ปี

จนท.รื้อแผงเหล็กกั้นวัดพระธรรมกายออกแล้ว
บรรยากาศตั้งเเต่ช่วงเช้าที่บริเวณประตู 5-6 วัดพระธรรมกาย เจ้าหน้าที่รื้อแผงเหล็กกั้นออกเเล้ว อีกทั้ง ที่หน้าประตูวัด ศิษยานุศิษย์ได้รื้อเต็นท์ สแลนเขียวออก โดยต่างช่วยกันทำความสะอาดพื้นที่บริเวณดังกล่าวจนสะอาดเรียบร้อย

ส่วนพื้นที่บริเวณตลาดกลางคลองหลวง ยังมีเจ้าหน้าที่ทหาร ดีเอสไอ ตรึงกำลังในพื้นที่จำนวนหนึ่ง โดยทางศิษย์วัดพระธรรมกายและพระสงฆ์ที่ปักหลักอยู่ในพื้นที่ต่างช่วยกันเก็บข้างของเครื่องใช้ต่างๆ อาทิ โต๊ะ เก้าอี้ พัดลม เสื่อ ช่วยกันรื้อสแลนเขียวออกด้วย

นอกจากนี้พบว่าสัญญาณโทรศัพท์ สามารถใช้ได้ดีกว่าทุกวันที่ผ่านมา เเม้มีการยืนยันจากทางดีเอสไอว่าจะไม่ยกเลิกตัดสัญญาณโทรศัพท์ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

บทเรียนจาก อาชญากรรม กับ การพนัน

ข่าวอาชญากรรมที่โด่งดังกรณีคุณสมยศ สุธางค์กูร เจ้าของพระราม 9 คาเฟ่ ถูกมือปืนสังหารอย่างอุกอาจ โดยที่ตำรวจเจ้าของคดีกำลังสืบสวนหาสาเหตุ และคนร้ายมาลงโทษอยู่ในขณะนี้กำลังเป็นที่สนใจ มีการสันนิษฐานสาเหตุไปในหลายประเด็น ซึ่งในไม่ช้าเจ้าหน้าที่คงจะสรุปสาเหตุ และนำไปสู่การติดตามจับกุมคนร้าย และผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

แต่ในข้อสันนิษฐานหนึ่ง ที่คนดังอย่างชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่เคยทำหน้าที่ตรวจสอบและเปิดโปงบ่อนการพนันผิดกฎหมายมาอย่างต่อเนื่องได้ออกมาให้ข้อมูลโดยอ้างว่า

“ข่าววงในบอกหักกันเรื่องพนัน แต่มันเป็นเรื่องที่ตำรวจจะต้องไปสืบสวน ไม่ใช่เรื่องของผมแต่อย่างใด ผมขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของคุณสมยศ ที่ต้องสูญเสียคนที่รักไป ชีวิตคนไทยมันราคาถูก ห้าหมื่นแสนนึงก็มีคนรับงาน ถูกยิงตายกันง่ายๆ ไม่รู้ว่าจะโดนเอาเมื่อไหร่”

เรื่องนี้จะเป็นชนวนเป็นสาเหตุที่แท้จริงอย่างไรหรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป อย่างไรก็ตาม หากสาเหตุการสังหารครั้งนี้ เป็นไปตามที่นายชูวิทย์ อ้างข่าววงในจริง ก็มีประเด็นที่น่าสนใจ เกี่ยวเนื่องย้อนกลับไปไม่นาน เกี่ยวกับการผลักดันให้มีการเปิดบ่อนการพนันเสรีขึ้นมาในเมืองไทย..โดยสมาชิกปฏิรูปแห่งชาติกลุ่มหนึ่ง และ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.ได้ร่วมผลักดันการเปิดบ่อนอย่างออกหน้าออกตา

จนกระทั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ต้องออกมาเบรกเรื่องดังกล่าว ทำให้เรื่องการผลักดันบ่อนการพนันเสรีเงียบไปเรื่องของการพนัน หรือ การเปิดบ่อนเสรี มีหลายฝ่ายออกมาวิพากษ์วิจารณ์ขนานใหญ่ และมีประเด็นหนึ่งว่า การพนันจะเป็นชนวนไปสู่เรื่องปัญหาสังคมอื่นๆ จะก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรมตามมาอีกมากมาย ซึ่งข้อกังวลของฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการเปิดบ่อนเสรีวันนี้ หากสาเหตุของการตายของเจ้าของพระราม 9 คาเฟ่ สรุปว่าเป็นเพราะเหตุตามที่นายชูวิทย์ อ้างข่าววงในเป็นจริง

นี้จะเป็นข้อพิสูจน์อย่างหนึ่งว่า ปัญหาจากการพนัน เป็นปัญหาที่นำไปสู่ปัญหาสังคมอื่นๆ ปัญหาอาชญากรรมได้ชัดเจนที่สุดกรณีหนึ่ง

ก็นับว่าเป็นความโชคดี ที่กระแสการผลักดันการเปิดบ่อนเสรี ถูกนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สั่งเบรกไป มิเช่นนั้นหากมีการเปิดบ่อนการพนันจริง จะมีปัญหาเหล่านี้ตามมาอีกมากมายหรือไม่..?

สิ่งนี้ เพียงพอหรือไม่ ? สำหรับ ใครต่อใคร ที่จะหยิบยกเอา ประเด็นผลักดันการเปิดบ่อนเสรีขึ้นมาอีกในอนาคต..?