การดูแลเด็กที่เคยเป็นลำไส้ติดเชื้อ เรื่องควรรู้สำหรับคุณแม่

การดูแลเด็กที่เคยเป็นลำไส้ติดเชื้อ สำหรับคุณแม่ที่เคยมีลูกเป็นลำไส้ติดเชื้อ ควรจะดูแลลูกน้อยอย่างไรดี มาศึกษากันเลย…

บ่อยครั้งที่เด็กทารกมักเป็นโรคที่เกี่ยวกับลำไส้ โดยเฉพาะ “การติดเชื้อในลำไส้” หรือ “ลำไส้อักเสบ” ซึ่งเป็นโรคที่พบได้บ่อยมาก ๆ ในเด็กทารกวัยไม่เกิน 1 ขวบ ซึ่งโรคติดเชื้อในลำไส้นี้ส่วนใหญ่มักมีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย ส่งผลให้ลูกน้อยมีอาการอาเจียนและถ่ายอุจจาระเหลว ทั้งนี้การรักษาส่วนใหญ่จะรักษาตามอาการ โดยให้ดื่มน้ำเกลือแร่ และรับประทานอาหารอ่อน ๆ ตามวัย ถ้าหากไม่รุนแรงมากอาการก็จะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายไปเอง แต่ทั้งนี้ก็มีเด็กบางคนที่ติดเชื้อรุนแรง อาจต้องให้แพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะร่างกายขาดน้ำและเกลือแร่อย่างรุนแรง หากไม่รีบรักษาอาจทำให้ช็อกและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ทั้งนี้สำหรับคุณแม่ที่เคยมีลูกน้อยเป็นโรคลำไส้ติดเชื้อ เมื่อหายดีแล้วก็ไม่ควรละเลย และควรที่จะต้องดูแลเป็นพิเศษด้วยนะคะ เพราะโรคนี้สามารถกลับมาเป็นได้อีก ซึ่งคุณแม่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าควรจะดูแลอย่างไรดี วันนี้กระปุกดอทคอมจึงได้นำวิธีดูแลเด็กเล็กที่เคยเป็นลำไส้ติดเชื้อมาแนะนำกันค่ะ
– พยายามให้เด็กดื่มนมแม่ เพราะนมแม่เป็นวัคซีนที่สามารถป้องกันโรคลำไส้ติดเชื้อได้ดีที่สุด

– ในกรณีที่เด็กต้องดื่มนมหรือน้ำจากขวด รวมถึงภาชนะใส่อาหาร คุณแม่ควรจะต้องทำความสะอาดด้วยการนำไปต้ม และผึ่งให้แห้งก่อนทุกครั้ง

– น้ำที่ให้ลูกน้อยดื่ม หรือน้ำที่นำมาผสมกับนมผง ควรเป็นน้ำที่ต้มสุกแล้วเท่านั้น

– คุณแม่ควรหมั่นดูแลทำความสะอาดบ้าน ทำความสะอาดอุปกรณ์ และข้าวของต่าง ๆ ที่ลูกน้อยสามารถหยิบจับได้ให้สะอาดอยู่เสมอ
– พยายามให้เด็กดื่มนมแม่ เพราะนมแม่เป็นวัคซีนที่สามารถป้องกันโรคลำไส้ติดเชื้อได้ดีที่สุด

– ในกรณีที่เด็กต้องดื่มนมหรือน้ำจากขวด รวมถึงภาชนะใส่อาหาร คุณแม่ควรจะต้องทำความสะอาดด้วยการนำไปต้ม และผึ่งให้แห้งก่อนทุกครั้ง

– น้ำที่ให้ลูกน้อยดื่ม หรือน้ำที่นำมาผสมกับนมผง ควรเป็นน้ำที่ต้มสุกแล้วเท่านั้น

– คุณแม่ควรหมั่นดูแลทำความสะอาดบ้าน ทำความสะอาดอุปกรณ์ และข้าวของต่าง ๆ ที่ลูกน้อยสามารถหยิบจับได้ให้สะอาดอยู่เสมอ

เร่เข้ามา! “ปืน” ประกาศขาย “อเล็กซิส” 43 ล้านปอนด์ซัมเมอร์นี้

อาร์เซน่อล ยักษ์ใหญ่พรีเมียร์ลีก พร้อมแล้วที่จะปล่อย อเล็กซิส ซานเชซ กองหน้ากึ่งปีกทีมชาติชิลี วัย 28 ปี ให้กับทีมที่สนใจในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ต้องได้ราคาตามที่ต้องการ อยู่ที่ 43 ล้านปอนด์ (1,884 ล้านบาท) จากการนำเสนอข่าวของ “Corriere dello Sport”

ความเคลื่อนไหวของถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ล่าสุดตกเป็นข่าว จากการนำเสนอของสำนัก “Corriere dello Sport” ซึ่งรายงานว่า “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ของ อาร์แซน เวนเกอร์ พร้อมแล้วที่จะปล่อย อเล็กซิส ซานเชซ ดาวเตะตัวเก่งวัย 28 ปี ออกจากทีมหลังจบฤดูกาลนี้ 2016-17

ทั้งนี้ระบุว่าสืบเนื่องมาจากสัญญาค้าแข้งฉบับใหม่ของอดีตนักเตะอูดิเนเซ่ และบาร์เซโลน่า ยังไม่สามารถหาข้อยุติหรือข้อตกลงร่วมกันได้เป็นที่น่าพอใจทั้งสองฝ่าย ทำให้บอร์ดบริหารตัดสินใจขาย ดีกว่าต้องเสียนักเตะไปโดยไม่ได้แม้แต่แดงเดียว ขณะที่สัญญาของดาวเตะทีมชาติชิลี จะหมดอายุในปี 2018

โดย ”เดอะ กันเนอร์ส” พร้อมขายทันที หากได้ค่าตัวตามที่ต้องการที่จำนวนเงิน 43 ล้านปอนด์ สำหรับอเล็กซิสนั้นตกเป็นข่าวพัวพันหลายทีมช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น เชลซี, อินเตอร์ มิลาน, ยูเวนตุส, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รวมถึงทีมในลีกจีน ฯลฯ

“บุรีรัมย์” บรรลุสัญญายืมตัว “ภานุพงศ์ พลซา” จากฉลามชล

“ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สโมสรในศึกโตโยต้า ไทยลีก บรรลุข้อตกลงกับ ชลบุรี เอฟซี ในการขอยืมตัว ภานุพงศ์ พลซา นักเตะสารพัดประโยชน์อนาคตไกล ด้วยสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล

โดยนายทัดเทพ พิทักษ์พูลสิน ผู้จัดการทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าวว่า ตอนนี้เราได้บรรลุข้อตกลงในการยืมตัว ภานุพงศ์ พลซา นักเตะสารพัดประโยชน์จากชลบุรี เอฟซี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล

“ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทาง ชลบุรี เอฟซี ที่ปล่อยตัวนักเตะมาให้เราใช้งาน ทางสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ติดตามดูเด็กคนนี้มาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งทาง ภานุพงศ์ นั้นถือว่าเป็นนักเตะสารพัดประโยชน์ มีทักษะฟุตบอลที่ดี อีกทั้งมองว่าเป็นนักเตะอนาคตไกล เราเชื่อว่าสโมสรจะได้ประโยชน์จากความสามารถของเขา จึงมีการเจรจายืมตัวกันในที่สุด”

สำหรับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีคิวลงสนามศึกฟุตบอล โตโยต้า ไทยลีก 2017 เกมที่ 2 ด้วยการออกไปเยือน ราชนาวี ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 19.00 น.

ประวัติ “ดิว” ภานุพงศ์ พลซา
ตำแหน่ง : ปีกขวา
วัน/เดือน/ปีเกิด : 3 มิถุนายน 2537
เกิดที่ : จ.เลย
ส่วนสูง : 166 ซม. น้ำหนัก : 62 กก.

ภานุพงศ์ พลซา เริ่มเล่นฟุตบอลครั้งแรกเมื่ออายุ 3 ปี โดยมีคุณพ่อซึ่งเป็นอดีตนักบอลเขต 4 จังหวัดเลย เป็นผู้ฝึกสอน “ดิว” เข้าสู่วงการลูกหนังอย่างจริงจัง เมื่อคัดตัวติดโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และพาทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลไพรม์มินิสเตอร์ รุ่นอายุ 16 ปี รอบประเทศได้ถึง 2 สมัยติดต่อกัน ทำให้ “ดิว” ภานุพงศ์ พลซา ก้าวขึ้นมาติดทีมเยาวชนชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 16 ปี

ปี 2012 ภานุพงศ์ พลซา ก็ได้รับสัญญาเป็นนักเตะอาชีพของ ชลบุรี เอฟซี และถูกส่งไปเล่นกับ พานทอง เอฟซี จากนั้นปี 2014 – 2015 ก็ถูกยืมตัวมาร่วมทีม ทีโอที เอสซี ก่อนที่ปี 2016 ชลบุรี เอฟซี จะเรียกตัวกลับมาใช้งาน และปี 2017 ก็ย้ายมาร่วมทัพกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล

ปฏิบัติการทลายแหล่งมั่วสุมรวบ 22ไทย-พม่ายาเสพติด การพนัน

ตำรวจชุดสืบ สภ.กะทู้ ออกปฏิบัติการณ์เข้มข้นตรวจค้นแหล่งมั่วสุม และบุคคลกลุ่มเสี่ยง เพื่อทลายและจับกุมยาเสพติดทุกประเภท ในช่วงก่อนเทศกาลวันสงกรานต์ รวบ 14 ผู้ต้องหาคนไทย-พม่าคดียาเสพติด 8 พม่า มั่วสุมลักลอบเล่นการพนัน

เมื่อวันที่ 12 เม.ย.2558 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม สถานีตำรวจภูธรกะทู้ ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ อุ้ยคำ ผกก.สภ.กะทู้ ,พ.ต.ท.สรพงษ์ ชูแก้ว รอง ผกก.สส.ฯ นำโดย พ.ต.ท.สุทธิชัย เทียนโพธิ์ สว.สส.สภ.กะทู้ พร้อมชุด ชปส.สภ.กะทู้ ได้ทำการปิดล้อมตรวจค้น 5 จุด จับกุมผู้ต้องหายาเสพติดและขยายผล จำนวน 13 ราย 14 คน ดังนี้
1. น.ส.จุฬาพร หรือปาม บัวชูก้าน อายุ 29 ปี พร้อมด้วยของกลาง ยาไอซ์น้ำหนัก 0.45 กรัม จำนวน 1 ถุง (ได้จากการล่อซื้อ)และ ยาไอซ์น้ำหนัก 1.40 กรัม จำนวน 4 ถุง โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่1(ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” 2.นาย อเล็ก สัญชาติพม่า อายุ 32 ปี พร้อมด้วยของกลาง ยาไอซ์น้ำหนัก 1.40 กรัม จำนวน 4 ถุง และ ยาบ้าจำนวน 29 เม็ด โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่1 (ยาไอซ์และยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”
3.นาย โป สัญชาติพม่า อายุ 20 ปี พร้อมด้วยของกลาง ยาไอซ์น้ำหนัก 1.40 กรัม จำนวน 1 ถุง โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”
4.นายจักรกริช หรือแหน่ง อินทะกนก อายุ 35 ปี พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์น้ำหนัก 0.40 กรัม จำนวน 1 ถุง (ได้จากการล่อซื้อ) โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”
5.นางสมร หรือหมอน ขวัญยืน อายุ 48 ปี พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์น้ำหนัก 0.35 กรัม จำนวน 1 ถุง (ได้จากการล่อซื้อ) โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”
6.นายสมบูรณ์ หรือเจน อำนาจ อายุ 26 ปี พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์น้ำหนัก 0.55 กรัม จำนวน 1 ถุง โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์ )ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” 7.นายภูวเรศ หรือตั๊ก รัตนสุชล อายุ 26 ปี พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์น้ำหนัก 0.40 กรัม จำนวน 1 ถุง โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” 8.นายชรินทร หรือบูม สุทธิขันธ์ อายุ 26 ปี พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์น้ำหนัก 0.40 กรัม จำนวน 1 ถุง โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” 9.นายสามารถ หรือกิ๊บ ปีนัง อายุ 32 ปี พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์น้ำหนัก 0.40 กรัม จำนวน 1 ถุง โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย”10.น.ส.วิสา หรือวิ นิ่มคล้าย อายุ 24 ปี พร้อมด้วยของกลางกัญชาแห้งน้ำหนัก 0.95 กรัม จำนวน 1 ถุง โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย”11.นายสยาม บูอ่อง อายุ 20 ปี พร้อมด้วยของกลางกัญชาแห้งน้ำหนัก 1.15 กรัม จำนวน 1 ถุง โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” 12.นายมาวิน หรือแม็ค ตันติผล อายุ 18 ปี พร้อมด้วยของกลางกัญชาแห้งน้ำหนัก 1.15 กรัม จำนวน 1 ถุง โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” 13.นายอิด ตัน อายุ 59 ปี สัญชาติพม่า ผู้ต้องหาที่1 และ 14.นาง บิว เปีย อายุ 35 ปี สัญชาติพม่า ผู้ต้องหาที่2 พร้อมด้วยของกลางหม้อต้มพร้อมกากใบกระท่อม จำนวน 1 ใบ โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันผลิตและมียาเสพติดให้โทษประเภทที่5 (พืชกระท่อม) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” คุมตัว ส่ง พนักงานสอบสวน สภ.กะทู้ ดำเนินคดีต่อไป
นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน เวลาประมาณ 16.30 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมดังกล่าว ยังได้ ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหาสัญชาติพม่าลักลอบเล่นการพนัน จำนวน 2 ราย ผู้ต้องหา 8 คน ดังนี้ รายแรก 1.นาง เงาะ อายุ 42 ปี สัญชาติพม่า 2.นาง ข่าย อายุ 33 ปี สัญชาติพม่า 3.นางแตงโม อายุ 42 ปี สัญชาติพม่า 4.นาย กาว อายุ 28 ปี สัญชาติพม่า พร้อมด้วยของกลาง ไพ่ป็อก(หลังสีดำ) จำนวน 1 สำรับ เงินสดจำนวน 120 บาท รายที่สอง 1.นาย สลิม อายุ 31 ปี สัญชาติพม่า 2.นาง ทร อายุ 40 ปี สัญชาติพม่า 3.นาง โท อายุ 42 ปี สัญชาติพม่า 4.นาย เชเมทอง อายุ 22 ปี สัญชาติพม่า พร้อมด้วยของกลาง ไพ่ป็อก(หลังสีดำ) จำนวน 1 สำรับ เงินสดจำนวน 200 บาท โดยกล่าวหาว่า “เป็นบุคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรสยามโดยไม่ได้รับอนุญาตและ ร่วมกันลักลอบเล่นการพนัน (ไพ่ป็อกแปดเก้า )พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต”โดยจับกุมผู้ต้องหาได้ที่ แค็มป์ที่พักคนงานไม่มีเลขที่ภายในโครงการคอนโดพนาสนธิ์ซิตี้ ถ.นาใน ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จว.ภูเก็ต นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.กะทู้ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้การออกตรวจสอบจับกุมดังกล่าว เป็นไปตามนโยบายผู้บังคับบัญชา ให้ปฏิบัติการณ์เข้มข้น ในการตรวจค้นแหล่งมั่วสุม และบุคคลกลุ่มเสี่ยง เพื่อทลายและจับกุมยาเสพติดทุกประเภท ในช่วงก่อนเทศกาลวันสงกรานต์

ทหารบุกจับบ่อนการพนันอดีตนักการเมืองท้องถิ่นย่านรามอินทรา

MGR Online – ทหารชุดเฉพาะกิจกองทัพภาค 1 บุกจับบ่อนการพนัน ไฮโล ไพ่ป๊อกแปดป๊อกเก้า ของนายทุนใหญ่อดีตนักการเมืองท้องถิ่น ย่านรามอินทรา เปิดโจ๋งครึ่ม 24 ชม. สวนความรู้สึกคนไทยอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย รวบนักเล่นกว่าร้อยคน ยึดอุปกรณ์การและเงินสดกว่าแสนบาท

วันนี้ (24 ต.ค.) เมื่อเวลา 14.30 น. พ.อ นพสิทธิ์ สิทธิพงศ์โสภณ ผบ.ม.1 รอ. พ.อ.อุดม แก้วมหา รอง ผบ.ม.1 รอ. ชุดเฉพาะกิจกองทัพภาค 1 และกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร 52 นาย เข้าปิดล้อมบ่อนการพนัน ตั้งอยู่หลังตลาดนัด ซ.รามอินทรา 14 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของ สน.โคกคราม หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดี ว่า สถานที่ดังกล่าวมีการลักลอบเปิดให้เล่นการพนันประเภท ไฮโล ไพ่ป๊อกแปดป๊อกเก้า และมีนักพนันเข้าออกเป็นจำนวนมาก สามารถจับกุมนักพนันได้กว่าร้อยคน พร้อมของกลางอีกหลายรายการ

ที่เกิดเหตุลักษณะเป็นอาคารห้องแถวเลขที่ 2/301 และห้องแถวเลขที่ 2/302 เป็นห้องแถวชั้นเดียวภายในดัดแปลงเป็นบ่อนแบบครบวงจร เจาะกำแพงให้สามารถที่จะเดินทะลุไปยังห้องต่าง ๆ จากการตรวจสอบพบนักพนันกำลังเล่นพนันอยู่ จึงได้แสดงตัวเข้าควบคุมตัวนักพนันได้ทั้งหมดเป็นชาย 36 คน หญิง 83 คน รวม 119 คน พร้อมของกลางแบ่งเป็น อาคารที่ 1 พบเงินสด 138,500 บาท ถ้วยไฮโล 4 ชุด โต๊ะไฮโล 1 ตัว ไม้เขี่ย 33 อัน และโพยบอล ส่วนอาคารที่ 2 พบไพ่ 28 สำรับ ถ้วยไฮโล 1 ชุด ลูกเต๋า เครื่องบันทึกวงจรปิด 1 เครื่อง จอแสดงผล 1 เครื่อง โต๊ะวงไพ่ 4 ตัว และวิทยุสื่อสารมือถือสีแดง 2 เครื่อง และมี นายธวัชชัย ลาภเหลือ อายุ 55 ปี บ้านเลขที่ 63/1 ม.5 ต.บ้านป้อน อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา รับเป็นเจ้ามือ

โดยทาง พ.อ นพสิทธิ์ เปิดเผยว่า ได้รับการร้องเรียนจากพลเมืองดีในพื้นที่เป็นลายลักษณ์อักษร ว่า มีการลักลอบเล่นการพนันที่บริเวณดังกล่าว จึงทำการสืบสวน โดยให้เจ้าหน้าที่ทหารนอกเครื่องแบบแฝงตัวปะปนเข้าไปภายในอาคารดังกล่าว และพบว่า มีการเปิดเป็นบ่อนพนันจริง อีกทั้งยังมีห้องครัวทำอาหารให้นักพนันด้วย ถือเป็นบ่อนใหญ่และครบวงจร

เบื้องต้นได้ทำประวัตินักพนันทุกคนไว้ และทำรายการของกลางอย่างละเอียด เพื่อนำตัวนักพนัน พร้อมด้วยของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สน.โคกคราม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ มีรายงานว่า บ่อนการพนันดังกล่าวได้มีอดีตนักการเมือง “ส.ข. ณัฐ” เป็นนายทุนใหญ่ และมีชายชื่อว่า ตี๋ราม เป็นหุ้นส่วนใหญ่ ซึ่งได้มีการลักลอบเปิดเล่นการพนันทั้งวงไฮโล และ วงไพ่ พร้อมบริการอาหารและเครื่องดื่ม ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังมีการจับรางวัลใหญ่ แจกเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างมากมาย ให้กับนักพนันที่มาเสี่ยงโชคอีกด้วย

ทั้งนี้ อยู่ระหว่างการไว้อาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่อยู่ในความเศร้าโศกเสียใจ และงดความบันเทิงต่าง ๆ แต่บ่อนดังกล่าวกับมีการเปิดให้เล่นอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย และไม่มีจิตสำนึกแต่อย่างใด

10 ที่เที่ยวเดือนกุมภาพันธ์ ต้อนรับเดือนแห่งความโรแมนติก

ที่เที่ยวเดือนกุมภาพันธ์ ใครกำลังหาสถานที่ท่องเที่ยวไทยสวย ๆ เพื่อจะไปเที่ยวในเดือนกุมภาพันธ์ มาดูแหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้ได้เลย รับรองว่าเต็มอิ่มและฟินกับบรรยากาศโรแมนติกแน่นอน ไปกับใครก็ประทับใจไม่รู้ลืม

เดือนกุมภาพันธ์ เป็นเดือนที่ได้ชื่อว่าโรแมนติกมากที่สุด นั่นก็เพราะว่ามีวันสำคัญอย่างวันวาเลนไทน์อยู่ในเดือนนี้นั่นเอง และเพื่อเป็นการเอาใจคนรักการเที่ยว วันนี้เราจึงได้คัดสรรสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ ในเมืองไทยมาฝากกันค่ะ เป็นที่เที่ยวเดือนกุมภาพันธ์ที่ไม่อยากให้พลาดเลยทีเดียว จะมีที่ไหนที่น่าสนใจบ้าง จูงมือคนข้าง ๆ มาอ่านด้วยกันเลย ^_^
1. เที่ยวไร่สตรอว์เบอร์รี อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ในเดือนกุมภาพันธ์ เป็นฤดูกาลแห่งการเก็บเกี่ยวสตรอว์เบอร์รีเชียงใหม่ โดยเฉพาะในอำเภอสะเมิง ซึ่งเป็นแหล่งปลูกสตรอว์เบอร์รีที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย นอกจากจะมีการให้นักท่องเที่ยวได้เดินเที่ยวชมไร่แล้ว ในช่วงกลางเดือนก็มักจะมีงานเทศกาลสตรอว์เบอร์รีสะเมิง โดยภายในงานก็จะมีสตรอว์เบอร์รีสด ๆ ราคาถูก รวมทั้งสินค้าแปรรูปจากสตรอว์เบอร์รี อีกทั้งสินค้าพื้นเมืองอื่น ๆ อีกมากมาย มาจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว ใครที่เป็นสาวกสตรอว์เบอร์รี บอกเลยว่าไม่ควรพลาด
2. เก็บองุ่นที่ไร่องุ่น เขาใหญ่-วังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา
เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์เลยก็ว่าได้ค่ะ เพราะช่วงนี้ผลองุ่นจะแข่งกันออกมาเต็มช่อ ห้อยเต็มสวน เป็นฤดูกาลเก็บเกี่ยวองุ่นของแต่ละไร่ในบริเวณเขาใหญ่และวังน้ำเขียว ซึ่งมีหลายไร่ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมกิจกรรมการตัดผลองุ่น ไม่เพียงเท่านั้นยังมีการจัดกิจกรรมสนุก ๆ และดินเนอร์กับบรรยากาศสุดเงียบสงบของไร่องุ่นอีกด้วย
3. ชมความอลังการของดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ ม.เกษตรฯ กำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เส้นทางดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ เป็นอีกหนึ่งสีสันในช่วงปลายฤดูหนาว เข้าสู่ฤดูร้อน โดยดอกชมพูพันธุ์ทิพย์กว่าร้อยต้น จะพากันบานเป็นสีชมพูสะพรั่งตลอดแนวถนนหน้าโรงเรียนสาธิต ภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ซึ่งโดยรอบก็จะเป็นท้องทุ่งนา พร้อมแปลงเกษตรของนักศึกษา มีบรรยากาศร่มรื่น โรแมนติกสุด ๆ โดยการบานของดอกชมพูพันธุ์ทิพย์นั้น จะอยู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ แต่ละปีก็จะบานไม่ตรงกัน ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ สามารถติดตามการบานของดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ได้ที่เฟซบุ๊ก ชมพูพันธุ์ทิพย์ ม.เกษตรฯกำแพงแสน
4. ดูโลมาสุดน่ารัก บริเวณบ้านท่าข้าม อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา

หากใครอยากชมปลาโลมาแบบใกล้ชิด ไม่ต้องไปที่ไหนไกลค่ะ แค่จังหวัดฉะเชิงเทราแค่นี้เอง โดยสามารถไปเที่ยวชมได้บริเวณเชิงสะพานเทพหัสดิน (สะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง) ตำบลท่าข้าม อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา หรือจะนั่งเรือออกไปบริเวณปากแม่น้ำบางปะกงก็ได้ จะมีปลาโลมากว่า 100 ตัว มาแหวกว่ายให้เราได้ชมกัน อันที่จริงนั้นปลาโลมาจะอพยพมาอยู่บริเวณนี้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน และจะมีให้เที่ยวชมได้ถึงประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์เท่านั้น
5. ชมดอกชมพูภูคา ที่เดียวในไทย ณ อุทยานแห่งชาติดอยภูคา จังหวัดน่าน ดอกชมพูภูคา เป็นพรรณไม้หายาก ซึ่งจะพบเพียงบริเวณเดียวในเมืองไทยเท่านั้น นั่นก็คือ ภายในเขตอุทยานแห่งชาติดอยภูคา จังหวัดน่าน โดยจะเริ่มบานในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม โดยจะมีดอกเป็นสีชมพู สวยงามสะพรั่ง นอกจากนี้ภายในเขตอุทยานแห่งชาติดอยภูคายังมีที่เที่ยวธรรมชาติให้ได้ไปเที่ยวชมกันอีกด้วย
6. เซลฟี่กับดอกเบญจมาศหลากสีสันที่วังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เป็นที่ทราบกันดีว่าวังน้ำเขียว เป็นแหล่งปลูกดอกเบญมาศที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย โดยในทุก ๆ ปี จะมีการจัดงานเทศกาลเบญจมาศบานในม่านหมอกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ โดยภายในงานจะมีการจัดแสดงดอกเบญจมาศหลากสีสัน รวมทั้งดอกไม้เมืองหนาวอื่น ๆ อีกมากมาย และในปีนี้เทศกาลเบญจมาศบานในม่านหมอกจะมีตั้งแต่วันที่ 11-15 กุมภาพันธ์ 2560
7. พิชิตขอบฟ้าที่เขาหลวง จังหวัดนครศรีธรรมราช 7. พิชิตขอบฟ้าที่เขาหลวง จังหวัดนครศรีธรรมราช
8. นอนโฮมสเตย์ ชมธรรมชาติ ณ บ้านปง-ห้วยลาน สันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ บ้านปง-ห้วยลาน ตั้งอยู่ที่ตำบลออนใต้ อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์และธรรมชาติที่สวยงาม ซึ่งช่วงเดือนกุมภาพันธ์จะเป็นช่วงเวลาที่อากาศยังคงหนาวเย็น และนักท่องเที่ยวไม่วุ่นวายเท่ากับช่วงปีใหม่ จึงเป็นช่วงเวลาที่น่ามาเยี่ยมเยือนที่นี่มาก ๆ นักท่องเที่ยวจะได้เที่ยวชมธรรมชาติสวย ๆ ของอ่างเก็บน้ำห้วยลาน ได้ปั่นจักรยานไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ พร้อมทั้งเรียนรู้งานหัตถกรรมของชาวบ้านในท้องถิ่น ไม่เพียงเท่านั้นยังมีอาหารพื้นเมืองสุขภาพดีไว้รอต้อนรับอีกด้วย
9. อลังการงานบอลลูนนานาชาติ สิงห์ปาร์ค จังหวัดเชียงราย งานบอลลูนนานาชาติ สิงห์ปาร์ค จังหวัดเชียงราย เป็นอีกหนึ่งเทศกาลท่องเที่ยวที่ไม่อยากให้พลาด มีให้เที่ยวชมในช่วงเดือนกุมภาพันธ์พอดิบพอดี ซึ่งจะมีบอลลูนจากหลากหลายประเทศมาร่วมแข่งขัน และจัดแสดง มีการโชว์แสง สี เสียงบอลลูนริมทะเลสาบยามค่ำคืนสุดอลังการ รวมทั้งยังมีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังมากมาย นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถที่จะไปเที่ยวชมในจุดอื่น ๆ ภายในสิงห์ปาร์คได้อีกด้วย ในปีนี้งาน Singhapark Chiangrai International Balloon Fiesta 2017 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-18 กุมภาพันธ์ 2560
10. ท้องทะเลอันดามัน ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถือได้ว่าเป็นช่วงที่เหมาะแก่การเที่ยวทะเลอันดามันมากที่สุดอีกหนึ่งเดือน ในช่วงนี้อากาศจะยังเย็นสบาย คลื่นลมสงบ ท้องฟ้าแจ่มใส และยังสามารถดำดิ่งลงไปชมความสวยงามของปะการังและปลาต่าง ๆ ได้อย่างดีทีเดียว ที่เที่ยวทะเลในอันดามันที่น่าสนใจ อาทิ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์, อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน, เกาะหลีเป๊ะ, เกาะไข่, หมู่เกาะห้อง เป็นต้น

เปิดภาพแห่งความงดงาม จากดินแดนทิเบต ขณะพาฝูงแกะนับร้อย อพยพหนีหนาว

การเดินทางที่เหน็บหนาวแต่สวยงาม…ชมภาพการอพยพของฝูงแกะทิเบต เดินทางผ่านดินแดนน้ำแข็งในช่วงหน้าหนาว ไปยังทะเลสาบที่อบอุ่นและมีอาหาร
ในหน้าหนาวที่โหดร้ายทารุณ พวกสัตว์ใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างไร ? สัตว์บางชนิดสามารถปรับตัวและใช้ชีวิตอยู่กับความหนาวเย็นได้ แต่หลายชนิดก็ต้องเดินทางไปสู่พื้นที่อบอุ่นกว่า และมีอาหารการกินที่อุมสมบูรณ์ การเดินทางครั้งนี้เรียกว่าการอพยพหนีหนาว ซึ่งจะเกิดขึ้นทุกปี เราจะสามารถพบเห็นนกมากมายบินมาไกลจากไซบีเรียเพื่อมาพักพิงในประเทศไทย และเมื่อหมดหน้าหนาว นกเหล่านี้ก็หวนกลับคืนถิ่น
ไม่ใช่แค่นกเท่านั้นที่เดินทางอพยพหนีความหนาวมายังดินแดนอื่น แกะก็ต้องการการพักพิงหนีความหนาวเช่นกัน โดยเฉพาะฝูงแกะในประเทศทิเบต ซึ่งจากการรายงานของสำนักข่าว China Xinhua News เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 เผยว่า ฤดูการอพยพของแกะมาถึงแล้ว ชาวบ้านผู้เลี้ยงแกะจะนำพวกมันเดินทางออกจากดินแดนน้ำแข็งอันหนาวเหน็บสุดทารุณของทิเบต ที่ซึ่งไร้หญ้า ไร้อาหาร ไปยังทะเลสาบห่างไกลที่สมบูรณ์เพียงพอ
ฝูงแกะนับร้อย ๆ ตัวไม่ได้เดินทางกันไปเป็นกลุ่มแบบสะเปะสะปะ พวกมันเดินต่อแถวกันเป็นเส้นตรงยาว โดยมีผู้เลี้ยงคอยดูแลอยู่ไม่ห่าง เมื่อแกะเหล่านี้เดินทางถึงทะเลสาบ พวกมันจะใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นราวหนึ่งเดือน และเมื่อฤดูหนาวจบสิ้นลง พวกมันก็จะเดินทางกลับบ้านอีกครั้ง

ดาเมจรุนแรง! “อายะ โอโฮริ” ขนไก่สาวยิ้มยากแต่น่ารักมากจากแดนปลาดิบ

พาไปรู้จักกับ “อายะ โอโฮริ” นักแบดมินตันสาวน้อยจากประเทศญี่ปุ่น เจ้าของตำแหน่งรองแชมป์ “ปริ้นเซส สิริวัณณวรี ไทยแลนด์ มาสเตอร์ส 2017” ที่รอบชิงฯพ่ายให้กับ “น้องครีม” บุศนันทน์ อึ๊งบำรุงพันธุ์ มืออันดับ 12 ของโลกชาวไทย ไปสดๆร้อนๆเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 12 ก.พ. 2560 ที่ผ่านมา

สำหรับ “อายะจัง” ปัจจุบันอายุ 20 ปี เกิดที่จังหวัดฟุกูชิมะ ประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันรั้งอันดับ 20 ของโลก จากการจัดอันดับของสหพันธ์แบดมินตันโลก (BWF) เดือนมกราคม 2017

อายะ ถนัดมือซ้าย และถือเป็นนักตบขนไก่หญิงที่รูปร่างดีทีเดียว เพราะเธอสูงถึง 169 ซม. จึงทำให้ได้เปรียบไม่น้อยเมื่อต้องเจอกับคู่แข่งที่ตัวเล็กกว่า

สำหรับเกียรติประวัติของเธอ ที่เด่นๆได้แก่ แชมป์เยาวชนเอเชีย 2013, รองแชมป์เยาวชนโลก 2013, อันดับ 3 เยาวชนโลกปี 2012 และ 2014

แม้ อายะ จะเป็นสาวน้อยหน้าตาน่ารัก(มากๆ) คิกขุอาโนเนะสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ แต่จะเห็นได้ว่าเมื่อเธอลงสนาม จะกลายเป็นสาวหน้านิ่งทันที เนื่องจากเธอทุ่มสมาธิอยู่ที่การแข่งขันอย่างเต็มที่นั่นเอง

เปิดใจ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” ปธ.สุโขทัย เอฟซี “ค้างคาวไฟมีวันนี้เพราะแฟนบอล”

สุโขทัย เอฟซี จะพ่ายแพ้ในเกมแรก ขอให้แฟนบอลนั้นใจเย็นซักนิด อีกไม่นานเมื่อการปรับจูนทีมสมบูรณ์ 100 % เราจะกลับมาไล่ล่าชัยชนะในทุกรายการแข่งขันของฟุตบอลไทย

วันนี้ทีมข่าวค้างคาวไฟ ได้เปิดคอลัมป์ใหม่ เพื่อให้แฟนบอล นั้นติดตามความเคลื่อนไหวของทีมผู้บริหารและนักเตะ เรื่องแรกที่จะนำมาเสนอคือการเปิดใจของ บิ๊กบอส “สมศักดิ์ เทพสุทิน” ประธานสโมสรสุโขทัย เอฟซี คนที่ทำทุกอย่างให้ทีมประผลความสำเร็จ เพราะเมื่อย้อนกลับไป 5-6 ปีที่ผ่านมา ต้องบอกว่าแทบไม่มีใครรู้จัก สุโขทัย เอฟซี อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาล่วงเลย ชายคนนี้ได้ทำให้คนในเอเชีย รู้แล้ว ว่า ค้างคาวไฟ แห่งสุโขทัย มีดีอย่างไร

ผลักดันทีมบ้านๆระดับภูธร จนได้ไปโชว์ฝีเท้าไกลถึงถ้วยใหญ่ระดับเอเชีย หวังทำผลงานไทยลีกดีกว่าปีก่อน
บิ๊กบอส ค้างคาวไฟ บอกว่า ทีมสุโขทัย เอฟซี เป็นทีมเล็กๆ ลงทุนโดยเม็ดเงินจำนวนไม่สูงนัก ต้องมองถึงอนาคตข้างหน้า หากใช้เงินมากไป ในระยะยาวอาจมีปัญหาได้ เพราะการจะหาผู้สนับสนุนไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่เหมือนกับทีมใหญ่ ที่ทำมาก่อนหน้า ส่วนสุโขทัย เอฟซี ถือว่า เริ่มช้ากว่าทีมอื่น ดังนั้นเราต้องเปลี่ยนจุดอ่อนของเราให้กลายเป็นจุดแข็ง หากเราสามารถยืนหยัดอยู่ในไทยลีกได้ต่อไปยาวๆ ผู้ให้การสนับสนุนจะมีมาก เพราะเวลานี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเราเป็นทีมที่มีคุณภาพ

ปีนี้เรามีงบประมาณ 70 ล้านบาท เพื่อไปหานักเตะฝีเท้าที่ดีขึ้นแต่การเสริมทีม แต่ต้องดูทีมอื่นด้วยว่า เขามีความพร้อมมากน้อยขนาดไหน หากทีมอื่นเขาพร้อมมากกว่า เขาทุ่มมากกว่า ทีมของเราที่ดีขึ้นเล็กน้อย อาจไม่เป็นผล เป้าหมายของเราในปีนี้ก็มีความหวังลึกๆ ว่า ผลงานจะดีขึ้นกว่าปีก่อน เราคิดว่าน่าจะพยายามหาวิธีช่วยให้โค้ชทำงานได้ง่ายขึ้นและคงไม่ไปวู่วาม เช่น ทีมแพ้ผลงานไม่ดีแล้วต้องปลดโค้ช เพราะเรารู้ว่าการทำทีมฟุตบอลต้องใช้เวลา แต่ขอให้เขาเริ่มต้นไปตามแนวทางและนโยบายของเรา ต้องทำบอลให้มีรูปทรงเป็นตัวของเราเอง
ยกพระราชดำรัส ร.9 อยู่แบบพอเพียง
การทำทีมเวลานี้จะพยามเน้นเรื่องทักษะของนักเตะ ทั้งการเลี้ยงบอล การจ่ายบอล เกมฟุตบอลสมัยใหม่ต้องใช้ความเร็ว เราจึงพยายามหานักเตะที่มีความเร็วและทักษะดีมาเสริม รวมทั้งพยายามปั้นนักเตะดาวรุ่งและดันเด็กขึ้นสู่ชุดใหญ่ให้ได้ หากเราไม่ให้โอกาสก็ต้องใช้เงินซื้อนักเตะ เราจะสร้างความมั่นใจให้กับผู้สนับสนุนเราได้อย่างไร

ที่สำคัญเราได้น้อมนำตามพระราชดำรัสของรัชกาลที่ 9 คือ ความพอเพียง หมายถึงการประมาณตน ใช้เหตุผล และองค์ความรู้ต่างๆ แต่ถึงวันหนึ่งที่เรามีความพร้อมมากขึ้น ผู้สนับสนุนมากขึ้น เชื่อว่าต้องดีขึ้นแน่นอน เพราะทุนน้อยเราก็อยู่ได้ หากทุนมากเราก็ต้องดีขึ้น เพราะเราจะได้นักเตะเกรดเอมาเสริมทีมบ้าง เรามีประสบการณ์มาแล้วในไทยลีกปีแรก เรารู้แนวทางของทีมว่าจะเดินไปแบบไหน
เล่นรัดกุมตามแผน ใช้สมองมากกว่าใช้แรง
ทีมของเรานั้นยังไม่อยู่ตัว ไม่เหมือนกับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด หรือ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เพราะทีมเขาคงที่แล้ว อันดับท็อป 5 ยังไงเขาก็ต้องได้ เนื่องจากเม็ดเงินที่ลงทุนไปถือว่าชัดเจน ของเราต้องใช้สติปัญญาและมันสมองมากๆ กว่าจะได้ขึ้นมาถึงจุดนี้ หากมีเงินมากก็ดีกว่ามีเงินน้อยอยู่แล้ว แต่วันนี้ไม่มีก็ใช้น้อยหน่อย การเสริมทีมในปีนี้ เราเน้นที่ความสมดุลของทีม ตัวจริงกับตัวสำรองฝีเท้าต้องไม่ต่างกัน ต้องทดแทนกันได้ เผื่อใครบาดเจ็บ หรือต้องการความสดลงไปบดคู่ต่อสู้

ส่วนแนวการเล่นของทีมในปีนี้ จะเน้นที่แท็กติก การเล่นตามแผนอย่างรัดกุม เน้นใช้สมองมากกว่าพละกำลัง สต๊าฟโค้ชของทีมสุโขทัย ทั้งผู้ช่วย และเทรนเนอร์ เราแทบไม่เปลี่ยนเลย อยู่ด้วยกันมา 3 ปี เพื่อให้เขาเข้าใจปรัชญาการทำทีมของเรา ส่วนโค้ชก็ปรับเปลี่ยนไปตามแนวทาง ปีที่แล้ว เราต้องหาโค้ชที่มีประสบการณ์เล่นไทยลีก ทุกคนช่วยกันทำงานอย่างเต็มที่ ดังนั้นหากผมให้นโยบายผิดก็อาจจะตกชั้น ดังนั้นผมถึงบอกว่าอย่าไปโทษใคร อย่าโทษโค้ช อย่าโทษสต๊าฟ ต้องโทษผู้บริหารทีมที่เราเลือกจะใช้ของแบบนี้ ดังนั้นเราต้องมีไอเดียของเราว่า เราต้องให้เขาเดินในเส้นทางไหน เขาถึงจะอยู่ได้
หวังอัพเกรดสนามเทียบเท่าต่างประเทศ
ประธานสโมสร ยังเล่าถึงแผนงานใหม่ คือการขยายสนามในส่วนของอัฒจันทร์ฝั่งตะวันออก ที่ไม่มีหลังคา หากเป็นไปได้จะทำหลังคาและห้องวีไอพี 10 ห้อง รูปแบบเหมือนสนามฟุตบอลต่างประเทศ สนามทะเลหลวงตอนนี้จุได้ประมาณ 8,000 ที่นั่ง แต่จะเพิ่มให้จุแฟนบอลได้ 10,000 ที่นั่ง แต่เราก็ดูก่อนว่าจะแออัดหรือไม่ แต่หากทำได้เราจะทำฟังก์ชั่นให้ครบ ไม่จำเป็นต้องใหญ่โต แบ่งเป็นโซนวีไอพี ที่นั่งสื่อมวลชน สนามทะเลหลวงของเราตอนนี้ได้ ผ่านการรับรองและยกให้เป็นระดับเอคลาส สเตเดี้ยมแล้ว สนามของเราไม่มีลู่วิ่ง ทำให้แฟนบอลสามารถข่มขวัญคู่ต่อสู้ได้อย่างดี ดูบอลที่ไหนก็ไม่สะดวก หรือสนุกเท่าสุโขทัย เพราะสนามเราให้ความรู้สึกใกล้ชิดกับนักกีฬาเพราะอยู่ติดขอบสนามเลย
อ้อนแฟนคลับจูงลูกจูงหลานมาให้กำลังใจ
สโมสรสุโขทัย เอฟซี จะมีวันนี้ไม่ถ้าเราไม่มีแฟนบอลที่คอยติดตาม ทั้งในจังหวัด รวมถึง แฟนบอลพลัดถิ่น ขณะนี้เรามีผู้ชมที่ยืนพื้นฐานอยู่ 5,000 คน ที่เข้ามาเชียร์ในสนาม หากจูงลูกจูงหลานมาอีก 1 คน คนดูในสนามจะเป็นหมื่นคน ในฐานะผู้บริหารจะเร่งเสริมสนามให้ เมื่อแฟนคลับเข้าดูเกมเต็มสนาม สปอนเซอร์จะมาอีกเยอะจังหวัดเราคนน้อย มักจะเสียเปรียบจังหวัดใหญ่ แต่เราก็ต้องใช้ความเป็นจุดอ่อนของเรานั้นมาสร้างเป็นจุดแข็ง คือ ร่วมแรงร่วมใจกัน สร้างไปด้วยกัน ช่วยกันภาพลักษณ์ทีมบอลสุโขทัยคือ ชวนเพื่อน ชวนพี่ ชวนน้อง ชวนแฟน มาดูอีกคนหนึ่ง 1ต่อ1 แค่นี้ก็พอใจแล้ว ไม่ต้องการอะไรมาก

“ผู้บริหารมีประสบการณ์มากขึ้น ดังนั้น เราจะทำให้มันดีขึ้น แต่จะได้แค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับทีมคู่แข่งของเราด้วย แต่จะพยายามทำให้ดีที่สุด สุดความสามารถกับเม็ดเงินที่เราใช้อยู่ เราถือว่าไม่น้อย 70 ล้านบาท ปีหน้าค่อยเพิ่มเป็น 80 ล้านบาท จะดีขึ้นไปอีก ขอให้แฟนบอลทุกคนยังศรัทธาทีมแบบนี้ คนแบบผมก็พร้อมที่ตอบแทนแฟนบอลเช่นกัน” สมศักดิ์ เทพสุทิน กล่าวทิ้งท้าย

“เกิด” หรือ”ดับ” คาสิโนถูกกฎหมาย..เมืองไทย

พ.ต.อาณันย์ วัชโรทัย พร้อมด้วย นายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง , นายบุญเลิศ คชายุทธเดช , นายดำรงค์ พิเดช สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และสมาชิก สปช.คนอื่นๆ รวม 12 คน ร่วมกันแถลงข่าวสนับสนุนให้รัฐบาลพิจารณาเปิดบ่อนคาสิโนถูกกฎหมาย เพื่อเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ

โดย พ.ต.อาณันย์ กล่าวว่า สิ่งที่เราห่วงคือปัญหาเศรษฐกิจของประเทศในขณะนี้ การจัดเก็บภาษีให้ครบเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหา การทำสิ่งผิดกฎหมายให้ถูกกฎหมายอย่างคาสิโน เป็นสิ่งที่ทุกประเทศทำเพื่อจัดระเบียบในการนำเงินเข้ารัฐ ไม่ต้องการให้เงินจากนักท่องเที่ยวไหลออกโดยไม่ได้ประโยชน์ ยังไม่พูดถึงคนไทยที่ไปเล่นในคาสิโนชายแดนเพื่อนบ้าน ซึ่งมีวงเงินหมุนเวียนกว่า 500 ล้านบาท และคาดว่าอีก 30 ปี จะมีคาสิโนรอบชายแดนอีกไม่ต่ำกว่า 30 แห่ง กลายเป็น Las Vegas ขนาดย่อม หากทำคาสิโนให้ถูกกฎหมายในประเทศไทย คนไทยจะมีงานทำมากขึ้น หากยังผิดกฎหมายอยู่ก็ควบคุมไม่ได้ ทำให้เป็นส่วนหนึ่งในการฉ้อฉลของเจ้าหน้าที่รัฐและผู้มีอิทธิพล เราห้ามคนไม่ให้เล่นการพนันไม่ได้ เหมือนเหล้าบุหรี่ที่มีอยู่แต่ห้ามไม่ให้โฆษณาแค่นั้น จะเร่งทำเรื่องนี้นำร่องเฉพาะพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเยอะ ได้แก่ พัทยา และภูเก็ต อยู่ที่รัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะตัดสินใจอย่างไร เพราะสิ่งที่คนห่วงที่สุดคือปัญหาเศรษฐกิจ

ด้าน นายเกรียงไกร กล่าวว่า ต้องยอมรับความจริงว่าคนไทยเกิดมาก็รู้จักการพนัน ไม่ว่าจะเป็นสลากกินแบ่งรัฐบาล ไก่ชน ควรเลิกดัดจริต รัฐบาลชุดนี้ติดขัดเรื่องเดียวคือปัญหาเศรษฐกิจ เศรษฐกิจจะดีได้ต้องดึงเงินนอกระบบขึ้นมา พบว่าคนที่ไปเล่นการพนันในต่างประเทศ 80% คือคนไทย การเปิดคาสิโนเป็นการจัดเก็บรายได้เข้ารัฐ เพื่อนำมาพัฒนาประเทศ เป็นการดึงภาษีบาปมาเป็นภาษีบุญ มาช่วยเหลือคนจน ส่งเสริมพระพุทธศาสนา คนพิการ การศึกษา ซึ่งเราจะศึกษาระบบต่างๆ ให้ครอบคลุม หากถามว่าไม่กลัวคนเสียผลประโยชน์ทำร้ายเอาหรือ ตนยืนยันว่าสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อชาติและประชาชนจะทำ การเปิดคาสิโนจะเน้นลูกค้าต่างชาติ เหมือนในต่างประเทศถ้าคนในชาติตัวเองไปเล่นต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินหรือเงินสดจำนวนมากก่อน ดังนั้นคนยากจนไม่มีสิทธิเข้า จึงเห็นด้วยในการสนับสนุนรัฐบาลให้เปิดคาสิโน

ส่วน นายบุญเลิศ กล่าวว่า การแก้ปัญหานักพนันหอบเอาเงินไปทิ้งขว้างประเทศเพื่อนบ้านนั้น ถึงเวลาแล้วที่จะเปิดให้เอกชนทำสัญญากับรัฐในการเปิดคาสิโน เพื่อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเล่น สมควรตั้งคณะกรรมการศึกษาขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อศึกษาถึงผลดีผลเสียในมิติต่างๆ ในการดำเนินการต่อไป ประชาคมอาเซียนจะเปิดในปลายปีนี้แล้ว ชาวต่างชาติจะเข้ามาอีกมาก จึงเป็นเรื่องที่รอไม่ได้

ขณะที่ นายดำรงค์ กล่าวว่า งบประมาณของรัฐมีไม่เพียงพอในการฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำธาร เงินที่ได้จากคาสิโน 5 ปี 15,000 ล้านบาท สามารถนำเงินมาปลูกป่าได้ ขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะเอาหรือไม่